เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง โคราช เดือดร้อนหนัก ต้นทุนพุ่งหากโดนสั่งห้ามไม่ให้ใช้สารเพื่อกำจัดวัชพืชวอนภาครัฐฟังเกษตรกรส่วนใหญ่ด้วย (มีคลิป)

Publish 2018-05-16 23:26:42



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ได้มีกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  นาย สมบัติ ศรีจันทร์รัตน์ ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในอำเภอหนองบุญมาก จ.นครราชสีมา   ประสบความเดือดร้อนอย่างหนัก ผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น หากไม่ให้ใช้สารพาราควอตเพื่อกำจัดวัชพืช  โดยได้รวมตัวกันชี้แจงรายละเอียด  เรื่องการใช้สารพาราควอตจำเป็นต่อการเกษตร และกลุ่มนักวิชาการและแพทย์ชี้ข้อเท็จจริงแล้วว่า พาราควอต ไม่ได้เป็นสาเหตุของการเกิดโรคและอาการต่าง ๆ รวมถึงไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ท่ามกลางสื่อมวลชนหลายสำนัก ให้ความสนใจเข้าร่วมทำข่าวกันเป็นจำนวนมาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


นาย สมบัติ ศรีจันทร์รัตน์ ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ในอำเภอหนองบุญมาก จ.นครราชสีมา

นาย สมบัติ  ศรีจันทร์รัตน์  ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ในอำเภอหนองบุญมาก จ.นครราชสีมา  กล่าวว่า  เกษตรกรในพื้นที่หลายรายมีความกังวลใจเป็นอย่างมาก หากรัฐบาลได้มีการสังแบนสารพาราควอตเพื่อกำจัดวัชพืช  เพราะจะเกิดผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศ  เพราะพี่น้องเกษตรกรที่สามารถลดต้นทุในการผลิตได้ทุกวันนี้ก็เนื่องมาจากการใช้พาราควอตเพื่อกำจัดวัชพืชตัวนี้  ซึ่งต้องเข้าใจด้วยว่าคนไทยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมจำนวนมาก  และส่วนใหญ่ก็เป็นเกษตรกรรายย่อย   ดังนั้นการที่จะนำเครื่องมือเครื่องจักรมาทดแทนการใช้เพื่อกำจัดวัชพืชนั้น ตนมองว่าเป็นไปได้ยากมาก  เพราะสารพาราควอตเพื่อกำจัดวัชพืช นี้สามารถใช้ได้กับแปลงเกษตรขนาดเล็ก  และสามารถลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี  ดังนั้นตนเองก็รู้สึกเป้นห่วงมากหากจะมีการแบนสารพาราควอตเพื่อกำจัดวัชพืช  เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่เองก็ไม่มีแรงงาน และทำให้ต้นทุนเพิ่มมากขึ้น  และที่สำคัญในช่วงฤดุกาลอย่างนี้เองเกษตรกรก็ไม่สามารถเข้าไปกำจัดศรตรูพืชในแปลงของตนเองได้  นอกจากการใช้สารเพื่อกำจัดวัชพืช  ดังนั้นตนเองอยากวิงวอนภาครัฐให้ศึกษาหรือลงมาดูผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกษตรกร ด้วยตัวเอง  ก่อนที่จะมีการสั่งการอย่างใดเพราะเกษตรกรที่ต้องได้รับผลกระทบนั้นจะอยู่กันอย่างไร   ไม่ใช่ไปฟังเพียงแค่กลุ่มหนึ่ง กลุ่มใด  ต้องฟังเสียงและความต้องการของเกษตรกรส่วนใหญ่ด้วย  เพราะหากห้ามไม่ให้ใช้สารกำจัดวัชพืชในขณะที่ยังไม่มีการนำสิ่งอื่นมาทดแทน แล้วจะให้เกษตรกรทำอย่างไร  เกษตรกรส่วนใหญ่พร้อมและยินดีกับการเปลี่ยนแปลง และปรับตัวกับนโยบายใหม่ ๆ  ที่ดี  แต่ในขณะนี้ยังไม่มีอะไรมาทดแทนกับสิ่งที่มี  ดังนั้นเกษตรกรจึงอยากให้ได้ใช้สารเพื่อกำจัดวัชพืชนี้ไปก่อนเพทื่อเป็นการลดต้นทุน

 

 

 

 

 

 

 

 

นาย ภมร ศรีประเสริฐ อุปนายก สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


นาย ภมร ศรีประเสริฐ อุปนายก สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังสูงกว่า 550,000 ครัวเรือน ขนาดพื้นที่รวมประมาณ 7.9 ล้านไร่ ผลผลิตสูงเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน อันดับ 2 ของโลก และส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลก ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการส่งออกสูงกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผลผลิตทั้งหมดอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยผลผลิตสามารถใช้ได้ในอุตสาหกรรมหลากหลาย เพื่อการบริโภค อุปโภค และใช้ในอุตสาหกรรมพลังงาน เอทานอล   สารพาราควอต เป็นเทคโนโลยีปัจจัยการผลิตที่สำคัญ มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ให้ผลดีกว่าสารชนิดอื่น ๆ พาราควอตจะทำลายเฉพาะส่วนที่เป็นสีเขียวของวัชพืชเหนือดิน ไม่ทำลายระบบรากใต้ดิน ในทางกลับกัน การใช้พาราควอตมีส่วนช่วยในการรักษาหน้าดินและลดการสูญเสียน้ำในดิน เพราะซากวัชพืชจะช่วยคลุมดินไว้ ขณะเดียวกัน พาราควอตไม่สะสมในดิน เนื่องจาก พาราควอต จะสลายตัวโดยแสงและถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ในดิน หากมีการสะสมในดินจริง วัชพืชคงไม่เติบโตขึ้นในพื้นที่เดิมที่เคยใช้สารพาราควอต รวมถึงกลุ่มนักวิชาการและแพทย์ชี้ข้อเท็จจริงแล้วว่า พาราควอต มีความจำเป็นต่อเกษตรกร และประเด็นด้านสุขภาพจากเอกสารงานวิจัยต่าง ๆ ไม่ได้ระบุว่า พาราควอต เป็นสาเหตุของการเกิดโรค และอาการต่าง ๆ ดังกล่าวอ้าง เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ ดาบพิมาย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา



Recommend News