#กันน้ำได้จริงหรือ!? พยาบาลสาววัย 48 ปี สุดเซ็งซื้อโทรศัพท์ยี่ห้อดังที่มีการโฆษณาว่ากันน้ำได้สุดท้ายน้ำเข้า (คลิป)

Publish 2018-07-01 23:55:26



วันนี้ 1 ก.ค. 61  นางสาวยุพา  พลเสน  อายุ 48 ปี  พยาบาลโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง  อยู่บ้านเลขที่ 114/5  หมู่ที่ 4  ตำบลอบทม  อำเภอสามโก้  จังหวัดอ่างทอง  สุดเซ็งเมื่อซื้อโทรศัพท์ยี่ห้อดัง  ที่มีการโฆษณาว่ากันน้ำได้  สุดท้ายน้ำเข้า  เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ต่อ ร.ต.อ. ภาคภูมิ  ทับเขียว รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่าองทอง  เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 61  ที่ผ่านมา  แล้วนำบันทึกประจำวันพร้อมเอกสาร  ไปร้อง สคบ.นานกว่าสามเดือน  เรื่องไม่คืบ  โดย นางสาวยุพา  เปิดเผยว่า  ตนเองซื้อโทรศัพท์ยี่ห้อดังที่มีการโฆษณาว่ากันน้ำได้มาจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง  ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560  ที่ผ่านมา  หลังจากนำมาใช้งานบริเวณขอบหน้าจอปรากฎจุดสีดำ  ซึ่งตนเองคิดว่าคงไม่เป็นไร  จากนั้นจุดสีดำได้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ  จึงได้นำไปที่ศูนย์ซ่อมที่ตั้งอยู่ในห้างดังในจังหวัดปทุมธานี  ทางศูนย์ซ่อมตรวจพบว่ามีรอยร้าวทางด้านหลังเครื่องจากการทำเครื่องหล่น  จึงได้แจ้งให้ตนเองไปเปลี่ยนด้านหลังเครื่องโทรศัพท์เสียก่อน

 


อ่างทอง พยาบาลสาววัย48ปีสุดเซ็งซื้อโทรศัพท์ยี่ห้อดังที่มีการโฆษณาว่ากันน้ำได้สุดท้ายน้ำเข้า ลงบันทึกประจำวัน

โดยเสียค่าใช้จ่ายไปประมาณสองพันกว่าบาท  จึงจะสามารถเคลมซ่อมแซมเปลี่ยนหน้าจอให้ได้  จึงได้ทำการเคลมและทำการเปลี่ยนหน้าจอในวันที่ 20 มกราคม 2561  โดยมีใบรับประกันจากศูนย์ซ่อมว่าโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวผ่านมาตรฐาน  ไอพี 68 ตามที่กำหนดไว้  ซึ่งตนเองได้ทำการสอบถามกับศูนย์ซ่อมแล้วว่า  ถ้าหากเกิดปัญหากับเครื่องอีกจะสามารถเคลมประกันได้อีกหรือไม่  โดยทางศูนย์บริการแจ้งว่าสามารถทำได้  เนื่องจากยังอยู่ในระยะประกัน 

พอตนเองเอากลับมาใช้งาน  ซึ่งลูกชายของตนเองได้นำไปถ่ายรูปในสระน้ำตามที่ทางบริษัทเจ้าของโทรศัพท์ได้โฆษณาไว้  ปรากฏว่าลูกชายนำโทรศัพท์ไปถ่ายใต้น้ำเพียงประมาณ 10 เซนติเมตร  ได้เพียงภาพเดียว  เครื่องก็ขึ้นเตือนว่ามีความชื้นเกินมาตรฐานฟังก์ชั่นการทำงานใช้การไม่ได้จากนั้นได้ดับไป 

 

 

อ่างทอง พยาบาลสาววัย48ปีสุดเซ็งซื้อโทรศัพท์ยี่ห้อดังที่มีการโฆษณาว่ากันน้ำได้สุดท้ายน้ำเข้า ลงบันทึกประจำวัน


ตามที่ทางบริษัทผู้จำหน่ายโทรศัพท์รุ่นดังกล่าวโฆษณาไว้ว่าสามารถลงไปถ่ายในน้ำลึกได้ 1.5 เมตร  เป็นเวลา 30 นาที  จากนั้นลูกชายได้นำไปที่ศูนย์บริการที่อยู่ในห้างแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี  พบว่าน้ำได้ซึมเข้าไปในเครื่องทำให้ได้รับความเสียหาย

จากนั้นได้ส่งเครื่องไปทำการซ่อมแซมที่ศูนย์บริการที่อยู่ในห้างในจังหวัดปทุมธานี  ในเดือนมีนาคม 2561  ทางศูนย์บริการแจ้งกลับมาว่าตนเองจะต้องเสียค่าซ่อมเป็นเงิน 19,973.83 บาท  ซึ่งตนเองซื้อโทรศัพท์เครื่องนี้มาเพียง 10 เดือน  แต่ทางศูนย์บริการแจ้งว่าทางตนเองใช้โทรศัพท์เกินมาตรฐาน ไอพี  ที่ทางบริษัทกำหนดไว้  จึงไม่สามารถเคลมประกันได้และบอกว่ามีความชื้นเกินไม่รับประกัน 

               ตนเองรู้สึกว่าขาดความคุ้มครองในฐานะผู้บริโภค  จึงได้โทรศัพท์ไปที่ศูนย์บริการว่าจะทำการร้องเรียน สคบ.  โดยทางศูนย์บริการได้โทรกลับมาแจ้งว่าให้ตนเองไปรับใบพร้อมด้วยโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวคืน  พร้อมจะลดค่าซ่อมให้ 50 เปอร์เซ็นต์  เหลือเพียง 10,227.60 บาท  ถ้าลูกค้าพึงพอใจที่ราคานี้ให้กลับไปซ่อมได้ตลอด  ซึ่งตนเองรู้สึกช้ำใจมาก  ที่ซื้อโทรศัพท์มาในราคากว่า 39,000 บาท  แต่ต้องมาเสียค่าซ่อมกว่า 20,000 บาท  ทั้ง ๆ  ที่ทำการซ่อมที่ศูนย์บริการนี้ตลอด  แถมบอกอีกว่าถ้าไม่พึงพอใจให้ตนเองไปร้อง สคบ.  และหากไม่พึงพอใจก็ให้ไปร้องที่ศาลคุ้มครองผู้บริโภคเอา

                โดยตนเองได้เข้าลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองอ่างทอง พร้อมนำเรื่องเข้าร้องเรียนกับ สคบ.  ของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอ่างทอง  ซึ่งทาง สคบ.  ได้รับเรื่องร้องเรียนของตนเองเอาไว้  จากการติดตามสอบถามจาก สคบ.  ได้รับแจ้งว่าทาง สคบ.  ได้ทำการติดต่อสอบถามไปยังบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์รุ่นดังกล่าว  ทั้งโทรศัพท์ และส่งหนังสือไปทำการสอบถาม  ว่าค่า ไอพี  ที่ทางบริษัทโฆษณาไว้คือค่าอะไร  และทำไมน้ำถึงเข้าเครื่องโทรศัพท์ลูกค้า  ทั้ง ๆ ที่ทางศูนย์บริการได้แจ้งกับลูกค้า และมีใบรับประกันให้ลูกค้าว่าโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวมีมาตรฐานตามที่โฆษณาเอาไว้  แต่ทาง สคบ.  ยังไม่ได้รับการชี้แจงจากบริษัทผู้ผลิตแต่อย่างใด  และได้แนะนำให้ตนเองไปร้องต่อศาล  ในเรื่องคุ้มครองผู้บริโภค  ซึ่งตนเองมีอาชีพเป็นพยาบาล  จะต้องเข้าเวรทำงานทำให้ไม่มีเวลาในการไปร้องเรียนมากนัก  หากจะไปร้องเรียนจนเป็นคดีความก็กลัวที่จะต้องใช้เวลาในการติดตามคดี

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์  แสงตระการ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.อ่างทอง




Recommend News