ระทึก! คานเหล็ก 7 เมตร ตกลงจากก่อสร้างโรงพยาบาลเจริญกรุงฯ สูง 15 ชั้น หล่นโดนแม่ค้าเจ็บสาหัส

Publish 2018-07-12 15:42:19



เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 12 ก.ค. พ.ต.ท. สฤษดิ์ สิทธิ์นะศรี รอง ผกก.(สอบสวน)  สน.วัดพระยาไกร รับแจ้งเหตุมีแผ่นเหล็กตกลงมาจากไซต์งานก่อสร้างของรพ.เจริญกรุงประชารักษ์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซอยเจริญกรุง 109 แขวงและเขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.วัดพระยาไกร

 

 

 



ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณริมรั้วไซด์งานก่อสร้างเป็นอาคารจอดรถความสูงรวม 15 ชั้นของรพ.ดังกล่าว พบท่อนเหล็กความยาวประมาณ 7 เมตร หล่นลงมาทับรถเข็นขายส้มตำโต๊ะและข้าวของกระจัดกระจาย ใกล้กันพบกองเลือดจำนวนมากกองอยู่ ตรวจสอบพบว่ามีผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นหญิง 1 คนทราบชื่อต่อมาคือนางบรรทัด ปิ่นประไม อายุ 55 ปี แม่ค้าขายส้มตำ มีอาการแขนและขาหัก ศรีษะแตก ทางหน่วยกู้ชีพของรพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ได้รีบนำตัวส่งห้องฉุกเฉิน ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 15 เมตร ไปก่อนหน้านี้ ส่วนทางคนงานไซต์ก่อสร้างได้รีบออกมาเคลื่อนย้ายท่อนเหล็กออกจากที่เกิดเหตุไป

จากการสอบสวนนายประวิทย์ บรรยงลักษณา อายุ 61 ปี สามีของนางบรรทัด ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 09.40น. ตนเองและแฟนผู้บาดเจ็บกำลังช่วยกันเก็บร้านอยู่ จากนั้นตนได้เดินออกไปข้างนอกส่วนแฟนกำลังนั่งสับมะละกออยู่ที่โต๊ะนั่งข้างร้าน สักพักตนได้ยินเสียงดังโครมเหมือนมีสิ่งของขนาดใหญ่หล่นลงมากระทบพื้น แต่เมื่อเดินกลับมาถึงร้านพบว่าถูกท่อนเหล็กหล่นใส่และแฟนตนได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่นานคนงานก่อสร้างไซต์งานรีบวิ่งออกมาช่วยเหลือพร้อมกับทีมแพทย์ของรพ.ดังกล่าว รีบนำตัวส่งห้องฉุกเฉินเป็นการเร่งด่วน นอกจากนี้ยังถือว่ามีผู้บาดเจ็บน้อยนื่องจากเวลาเกิดเหตุนั้นผู้คนที่มาใช้บริการอยู่ภายในรพ.ส่วนมาก แต่หากเป็นเวลาประมาณ 12.00น. ก็อาจจะมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตมากกว่านี้

 

 

 



รายงานข่าวระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่าทางไซต์งานก่อสร้างได้มีป้ายปิดประกาศอย่างชัดเจน “เขตก่อสร้างอันตราย” เป็นแนวยาวตามรั้วของไซต์งานก่อสร้างและยังมีการติดตั้งป้องกันสิ่งของตกหล่นจากอาคารแล้ว แต่พบว่ามีการตั้งแผงขายของบริเวณริมรั้วไซต์งานอยู่

พ.ต.ท.สฤษดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะทำการสอบปากคำพยานแวดล้อมทั้งหมด ทั้งในส่วนของผู้เห็นเหตุการณ์ คนงานของไซต์งานก่อสร้าง เพื่อหาสาเหตุว่าเกิดจากความประมาทหรือไม่ อีกทั้งจะต้องรอดูอาการของผู้บาดเจ็บอีกครั้ง ส่วนการดำเนินคดีนั้นยังไม่สามารถแจ้งข้อหากับผู้ใด เนื่องจากต้องทำการสอบปากคำก่อนจึงจะสามารถดำเนินคดีต่อไป

 

 



เรียบเรียงโดย

บุญชัย ธนะไพรินทร์


Recommend News