"แพทย์แผนจีนโบราณ" เผยสูตรลับ "14 การกดจุด" ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วย กระตุ้นการทำงานของอวัยวะในร่างกาย แค่ 1 นาทีเอาอยู่!!

Publish 2018-07-12 19:45:14



แพทย์แผนจีนโบราณเผยการกดจุดเป็นการรักษาโรค มีหลักการว่าในร่างกายของคนเรามีจุดลมปราณเป็นจำนวนมากซึ่งเชื่อมต่อกัน มีผลสะท้อนถึงพลังในร่างกาย เส้นประสาท การไหลเวียนของโลหิต การทำงานของอวัยวะและต่อมน้ำเหลืองต่างๆทั่วร่างกาย เมื่อเรากดจุดที่เป็นบริเวณที่สะท้อนกันของอวัยวะก็จะทำให้เป็นการกระตุ้นอวัยวะนั้นๆ ทำให้ร่างกายกลับสู่สภาพปกติและสมดุลได้ ต้องกดตรงไหนยังไง และมันจะดีต่อชีวิตประจำวันของเรายังไง เราไปดูกันเลย

 

1. จุดที่เรียกว่า The Three Miles Point


มันจะอยู่ตรงบริเวณด้านล่างของกระดูกหัวเข่าประมาณ 3.8 เซนติเมตร (ตามในภาพ) การกดลงไปบริเวณนี้จะช่วยเรื่องการทำงานของระบบย่อยอาหาร รวมถึงอาการปวดท้อง คลื่นไส้ และวิงเวียนศีรษะ

วิธีการคือให้เพื่อนๆ นั่งงอขาเอาไว้ กดลงไปตรงจุดนี้ด้วยน้ำหนักที่พอดีมือประมาณ 1 นาที

 

2. บริเวณตาที่สาม


มันคือบริเวณกึ่งกลางของคิ้วทั้งสองข้าง ตรงจุดนี้จะช่วยเรื่องของอาการปวดหัว ความกดดัน ความเมื่อยล้าเรื้อรัง และความเครียดได้

วิธีการคือกดลงไปเบาๆ ค้างไว้ประมาณ 1 นาที

 

3. จุดที่เรียกว่า The Pericardium Point


มันคือจุดที่อยู่บริเวณปลายแขน ห่างจากข้อมือขึ้นมาประมาณ 3 นิ้วมือ ตรงกลางระหว่างเส้นเอ็นทั้งสองเส้น มันจะช่วยปลดปล่อยอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน และอาการเมารถ

กดและนวดลงไปด้วยความแรงปานกลางสัก 4-5 วินาที

 

4. จุดที่เรียกว่า The Tong Zi Liao Point


มันคือบริเวณมุมของหางตาใกล้ๆ กับขมับ นี่คือจุดที่ช่วยเรื่องอาการไมเกรนและลดความเหนื่อยล้าของดวงตาได้เป็นอย่างดี

ถูๆ นวดๆ บริเวณนี้ด้วยปลายนิ้วของคุณจนกว่าจะรู้สึกผ่อนคลาย

 



5. จุดตรงหลังเท้า


จุดที่ว่านั้นอยู่ตรงบริเวณกึ่งกลางของนิ้วโป้งและนิ้วชี้เท้า สูงขึ้นมาประมาณ 3.8 เซนติเมตร นี่เป็นบริเวณที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการแก้อาการปวดหัว ความอ่อนล้าของดวงตา อาการปวดเท้า แล้วยังช่วยพัฒนาเรื่องของการมีสมาธิได้ด้วย

กดค้างไว้ที่บริเวณนั้นสัก 1 นาที

 

6. จุดตรงหน้าอก


เป็นจุดที่หาได้ง่ายมากเพราะมันอยู่กึ่งกลางของหน้าอกเราพอดิบพอดี จุดนี้จะช่วยให้เราใจเย็นลง ปลดปล่อยความกดดัน ความวิตกกังวล ความหวาดกลัว และความรู้สึกด้านลบทั้งหลาย

ค่อยๆ กดและค้างเอาไว้สัก 1 นาที

 

7. จุดที่มือ


มันคือจุดที่อยู่ตรงระหว่างหัวแม่โป้งและนิ้วชี้ (ตามในภาพ) มีความสามารถในช่วยแก้อาการปวดฟัน เจ็บคอเจ็บไหล่ และปวดหัว

กดค้างไว้หรือไม่อย่างนั้นก็นวดเบาๆ สัก 1 นาที

 

8. จุดบริเวณฝ่าเท้า


เป็นจุดที่อยู่เกือบจะกึ่งกลางของฝ่าเท้า ตรงระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง การกดลงไปจะช่วยเรื่องของปวดหัว วิงเวียนศีรษะ และหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมได้ดี

กดลงไปด้วยปลายนิ้วค้างไว้สักก 1 นาที

 

9. จุดบริเวณท้ายทอย


นี่เป็นจุดที่อยู่บริเวณด้านข้างของลำคอใกล้กับฐานของศีรษะ (ตามในภาพ) ช่วยเรื่องของอาการปวดหัว ไมเกรน และหน้ามืดวิงเวียน

วิธีการคือกดลงไปค้างไว้สัก นาที

 



10. จุดด้านหลังของศีรษะ


มันอยู่ตรงกลางของช่องกลวงกะโหลกด้านหลังศีรษะ (ตามในภาพ) สามารถแก้อาการปวดหัว เจ็บคอ และเลือดกำเดาไหล

กดลงไปให้พอดีมือด้วยปลายนิ้วค้างไว้สัก 1-2 นาที

 

11. จุดด้านหลัง


จุดนี้อยู่ตรงแถวๆ รอบเอวของเราด้านหลังลำตัว ห่างออกมาจากกระดูกสันหลังประมาณ 2-4 นิ้วมือทั้งซ้ายและขวา จุดนี้ช่วยเรื่องอาการเจ็บท้อง เจ็บหน้าท้อง และอาหารไม่ย่อย

กดลงไปตรงจุดนี้ทีละข้าง ข้างละหนึ่งนาที

 

12. จุดบริเวณหลังปลายแขน


อยู่ตรงหลังแขนห่างจากข้อมือประมาณ 7.6 เซนติเมตร นี่เป็นจุดที่ช่วยในเรื่องของท้องอืดได้เป็นอย่างดี

ให้กดตรงจุดนี้กับแขนทีละข้าง ข้างละหนึ่งนาที ซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยๆ จนกว่าจะผ่อนคลาย

 

13. จุดบริเวณข้อเท้า


อยู่ระหว่างตาตุ่มกับเอ็นร้อยหวายด้านหลังของข้อเท้าเรา มันจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บไหล่ เจ็บหลัง เจ็บคอ

กดลงไปในน้ำหนักที่พอดีมือประมาณ 1 นาที

 

14. จุดตรงข้อศอก


มันจะอยู่บริเวณตรงรอยพับของข้อศอก ใกล้เข้าไปกับข้อศอกของเรา ที่ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด น้ำมูกไหล เจ็บคอ รวมถึงเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ด้วย

วิธีการคือให้เรางอข้อศอกเข้ามา กดจุดลงไปด้วยนิ้วโป้งและนวดหรือกดค้างเอาไว้ประมาณหนึ่งนาที ก่อนที่จะเปลี่ยนไปทำซ้ำกับแขนอีกข้างหนึ่ง

 

 

ทั้งนี้ หมดนี้คือวิธีการกดจุดที่เพื่อนๆ สามารถเอาไปทำกันได้ในชีวิตประจำวัน เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตกันไปได้อย่างเต็มที่

 



เรียบเรียงโดย

จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต


Recommend News