คนสนิทเผย เสี่ยอ้วน ไม่ได้ลั่นไกยิง สปาย-ฟอร์ช ชี้หอบเงินก้อนโตหนีซุกเขมร!!!

Publish 2018-08-04 09:36:19



จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง เป็นเหตุให้นายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ ฟอร์ช อายุ 20 ปีและน.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย อายุ 20 ปี เสียชีวิตที่ลานจอดรถสถานที่ท่องเที่ยวเขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ และคาดว่าเป็นผู้ว่าจ้างฆ่าในครั้งนี้ คือ นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี เจ้าของสถานบันเทิงชื่อดังใน จ.ภูเก็ต โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุม นายเกียรติศักดิ์ สุรางแสงมีบุญ หรือ บอล หนึ่งในทีมฆ่าแล้ว ต่อมานายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือ ป๊อปปี้ คนสนิทของเสี่ยอ้วน ผู้ร่วมขบวนการ ได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเช่นกัน



ล่าสุดเมื่อวานนี้ (3 ส.ค.) รายการทุบโต๊ะข่าว รายงานว่า นายธรรมรัตน์ สุวรรณโพธิศรี หรือ โจ้ สปอตไลท์ กล่าวถึงเรื่องที่มีการเผยแพร่คลิปที่เสี่ยอ้วน ถือค้อนไล่ตีชายชาวต่างชาติ โดยมีลูกน้องร่วมช่วยว่า เสี่ยอ้วนจะมีเรื่องทุบตีแบบนี้เป็นประจำ เนื่องจากเสี่ยอ้วนมีนิสัยเป็นคนโมโหร้าย ชอบทะเลาะกับนักท่องเที่ยวและลูกน้องของร้านอื่น ๆ รอบข้าง วันเกิดเหตุ นักท่องเที่ยวฝรั่งคนนั้นเมาและไม่จ่ายเงิน เมื่อไปห้ามก็เกิดทะเลาะวิวาท และเสี่ยอ้วนก็คว้าค้อนทุบหัวฝรั่ง แต่สุดท้ายก็ไกล่เกลี่ยกันแต่จบลงที่เสี่ยอ้วนชดใช้ค่าเสียหายร่วมแสนบาท ซึ่งเสี่ยอ้วนจะมีเหตุทะเลาะแบบนี้ค่อยข้างบ่อย เปรียบเหมือนกับวันพระที่ต้องมีทุกเดือน ซึ่งคนที่ทะเลาะด้วยส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในร้านของเสี่ยอ้วน

 

 

โจ้ สปอตไลท์ ยังเปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ยิงนั้น ต้องสังเกตว่าในจุดเกิดเหตุมีกระสุนกี่ขนาด เพราะจากการค้นบ้านของเสี่ยอ้วน พบวัตถุกระสุนร้อยกว่านัด อีกทั้งมีคนยืนยันว่าก่อนเกิดเหตุ เสี่ยอ้วนมีปืนเก็บไว้ในบ้าน 4 กระบอก ประกอบด้วยปืนขนาด 9 มม. 2 กระบอก, ปืน ขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก และปืนขนาด ขนาด .38 อีก 1 กระบอก ซึ่งเมื่อเช็กจากฝ่ายทะเบียนกลับพบว่าเสี่ยอ้วนมีชื่อครอบครองปืนเพียง 1 กระบอก ซึ่งถูกยึดไว้หลังจากก่อคดีฆ่าคนในปี 2560 ซึ่งตนคิดว่าการจะรู้ว่าใครเป็นคนยิง จะต้องดูในร่างของผู้เสียชีวิตว่ามีหัวกระสุนขนาดใดบ้าง ส่วนตัว ตนคิดว่าเสี่ยอ้วนไม่ใช่คนที่ชำนาญในการยิง ซึ่งจะมีคนยิงกี่คนนั้นตนก็ไม่สามารถบอกได้ แต่ตนสันนิษฐานว่า คงไม่มีใครไปคนเดียวแล้วพกปืนครั้งละ 3 กระบอก และตนก็คิดว่าอาจจะบางคนในทีมฆ่าอาจไม่ได้เป็นคนลั่นไก แต่ตนก็มองตามตำรวจที่ออกหมายจับเสี่ยอ้วน

ส่วนข้อมูลที่ระบุว่า นายบ่าวกับนายมอส ลูกน้องในร้านของเสี่ยอ้วน เดินทางไปที่เขาชีจรรย์ด้วยในวันเกิดเหตุ ตนตอบไม่ได้ว่า บ่าวกับมอสอยู่ในวันเกิดเหตุหรือไม่ แต่เป็นคำให้การจากนายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือ ป๊อปปี้ ซึ่งให้การประมาณว่า ในวันเกิดเหตุไปกัน 4 คน โดยเห็นนายบ่าวและนายมอส เดินลงจากรถด้วย และเห็นทั้ง 3 ยกปืนขึ้นหันปืนไปที่ผู้ตาย แต่ตนก็ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ยิง



โจ้ สปอตไลท์ กล่าวว่า สาเหตุที่ฟอร์ชถูกยิงด้วย ตนมองว่าอาจเป็นเพราะฟอร์ชอยู่กับสปายและสนิทกันมาก ทำให้นายสายันต์อาจเข้าใจผิดว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน จึงอาจจะบอกเสี่ยอ้วนให้ทราบ คล้ายพวกฤาษีแปลงสาร ก็จะทำให้เสี่ยอ้วนเกิดบันดาลโทสะ หรือหึงหวงได้ จนเกิดเป็นการยิงกันตามมา

 

 

โจ้ สปอตไลท์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนกังวลคือกลัวว่าเสี่ยอ้วนจะเสียชีวิต ด้วยนิสัยของเสี่ยอ้วน เป็นคนที่ไม่มีคนใกล้ชิด เป็นคนที่ชอบพกสมบัติติดตัวไปด้วยจำนวนมาก และคนที่ไปกับเสี่ยอ้วนไว้ใจได้หรือไม่ อาจจะถูกปล้น หรือฆ่าหมกข้างทางก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม อยากบอกเสี่ยอ้วนว่า หากไม่อยากตายก็ออกมามอบตัว โดยก่อนหน้านี้เจ้าตัวติดต่อมาผ่านทางเพื่อนของตน เพื่อให้ช่วยดูวงเงินประกันให้ แต่เพื่อนของตนก็บอกกลับไปว่าคงจะประกันยาก เพราะเป็นคดีดัง หลังจากนั้นเสี่ยอ้วนก็เงียบหายไป ทั้งนี้ ที่เสี่ยอ้วนได้เบิกเงินไป 7 ล้านบาท และบอกคนอื่นว่ากำลังจะไปทวงหนี้ ซึ่งจากการเบิกเงินเยอะ ตนก็ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องแปลก เพราะโดยปกติเสี่ยอ้วนจะเป็นคนที่พกเงินครั้งละเยอะ ๆ อยู่แล้ว

 

 

โจ้ สปอตไลท์ กล่าวต่อว่า หลังจากวันเกิดเรื่อง 1 วัน (30 ก.ค.) เพื่อน ๆ ได้ถามเสี่ยอ้วนว่าเป็นคนยิงจริงหรือไม่ แต่เสี่ยอ้วนปฏิเสธ เมื่อถามว่าอยู่ที่ไหน เสี่ยอ้วนบอกว่าอยู่ที่ประเทศกัมพูชา

 

 

ขอบคุณ  รายการทุบโต๊ะข่าว อัมรินทร์ทีวี HD34



เรียบเรียงโดย

อติ บุญเสริม


Suggess News