ชำแหละ 4 วิธีทำผัดผักแบบนี้ "เสี่ยงมะเร็ง" คุณแม่บ้านอ่านด่วน!

Publish 2018-08-18 17:33:25



ผัก ถือเป็นอาหารที่่มีประโยชน์อย่างมากต่อร่างกายของมนุษย์เรา นอกจากนี้ยังเป็นอาหารที่มีให้รับประทานตลอดทั้งปีอีกทั้งยังหาได้ง่ายและมีราคาถูก บางครอบครัวอาจปลูกไว้รับประทานกันเองด้วยก็มีให้เห็นมากมาย ซึ่งผักแต่ละชนิดก็มีประโยชน์แตกต่างกันไป

 

 



ผักอุดมไปด้วย วิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารพฤกเคมี (ประโยชน์ของผักหลากสี) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้าง ควบคุมการทำงาน และช่วยควบคุมการไหลเวียนของของเหลวในร่างกาย มีทั้ง วิตามินซี วิตามินบี 1,2 เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ ไนอาซิน หรือ วิตามิน บี3 คาร์โบไฮเดรต แคลเซียมและฟอสฟอรัส รวมถึงธาตุเหล็กด้วย ซึ่งผักเองนอกจากจะทานกันสดๆแล้วยังนิยมนำมาประกอบเป็นอาหารเพื่อรับประทานเป็นกับข้าว ซึ่งในหลายๆประเทศหรือหลายๆครอบครัวอาจมีผักเป็นจานหลักแทบจะทุกมื้อ โดยเฉพาะผัดผักต่างๆ แต่ทว่าทราบหรือไม่ว่าการทำผัดผักที่มีประโยชน์นั้นหากเรายังทำตามวิธีต่อไปนี้ อาจเกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้ นั่นก็คือ

1. ล้างผักหลังจากที่หั่นแล้ว บางคนอาจได้ทราบมาว่าการหั่นผักเป็นชิ้นๆก่อนล้างนั้นจะช่วยให้ผักล้างง่ายและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น แต่จริงๆแล้วการหั่นผักก่อนล้างส่วนผิวของผักที่สัมผัสกับน้ำจะยิ่งมากขึ้นกว่าตอนที่ไม่ได้หั่นทำให้สารอาหารที่อยู่ในผักเจือจางลงไป ดังนั้นวิธีที่ถูกต้องคือต้องนำผักไปล้างแล้วสะเด็ดน้ำก่อนจะหั่น และหลังจากหั่นแล้วควรนำผักไปประกอบอาหารทันทีเพื่อไม่ให้สารอาหารสูญเสียไปเพราะเกิดการออกซิเดชั่นกับอากาศ

 

 

 

2. รอน้ำมันเดือดจัดจนควันขึ้นแล้วค่อยใส่ผักลงไปผัด การผัดผักแบบรอให้น้ำมันเดือดมีควันขึ้นดูเป็นวิธีที่เหมือนทำให้การปรุงอาหารมีอรรถรส แต่จริงๆแล้วนั่นเป็นการนำผักลงไปผัดกับน้ำมันที่มีอุณหภูมิถึง 200 องศาเซลเซียส ซึ่งนั่นจะทำให้สูญเสียสารอาหารและแร่ธาตุในผัก ซ้ำยังทำให้เกิดสารก่อมะเร็งด้วย ความจริงแล้วควรใส่วัตถุดิบทั้งหมดลงไปผัดเมื่อน้ำมันเริ่มอุ่นๆก็เพียงพอแล้ว

 

 



3. การใช้น้ำมันจำนวนมากในการผัด การใช้น้ำมันจำนวนมากในการผัดผักนั้น ผักมีความสามรถดูดซึมสะสารได้มากกว่าเนื้อสัตว์ เมื่อใส่ไปจำนวนมากจะทำให้ผักดูดซึมน้ำมัน และน้ำมันจะไปเคลือบบนผิวของผัก เมื่อเราใส่เครื่องปรุงไปก็จะทำให้เครื่องปรุงไม่ซึมเข้าถึงเนื้อผัก นอกจากนี้น้ำมันทุกชนิดก็มีไขมันอยู่เกือบ100% ดังนั้นการใส่น้ำมันมากๆนอกจากจะทำให้ผัดผักไม่อร่อยแล้วยังเป็นอันตรายต่อร่างกายจากการรับประทานไขมันเข้าไปเป็นจำนวนมากอีกด้วย

 

 

4. ใช้เครื่องปรุงที่มีส่วนผสมของเกลือเยอะเกินไป แน่นอนว่าการทำอาหารสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเครื่องปรุงเพื่อความอร่อย แต่ถ้ามองฉลากเครื่องปรุงรสที่เราใช้กันเกือบทุกเมนูในทุกวันนี้ จะเห็นว่าแต่ละชนิดล้วนมีส่วนประกอบของเกลือแทบทั้งสิ้น เช่น ซีอิ๊ว ซอสปรุงอาหาร น้ำปลา เป็นต้น และหากเลือกเครื่องปรุงเหล่านี้มาผัดผักหรือปรุงอาหารก็ไม่ควรใส่เกลือเพิ่ม และใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อไม่ทำให้ปริมาณโซเดียมในอาหารสูง นอกจากนี้การรับประทานรสเค็มมากๆจะทำให้ร่างกายเสี่ยงเป็นโรคไตได้อีกด้วย

 

 

และนี่คือ4 วิธีที่หากยังทำต่อเนื่องอยู่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย และยังเสี่ยงเกิดโรคต่างๆทั้งมะเร็งและโรคไตได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นพ่อครัวแม่ครัวท่านไหนที่ได้อ่านลองนำวิธีที่แนะนำไปปรับใช้ในการปรุงอาหารเพื่อสุขอนามัยที่ดีของคนในครอบครัวของท่านกันดู

 

อ้างอิง www.liekr.com



เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล