เปิดปมแค้น! เสี่ยอ้วน โชว์หลักฐานสลิป โอนเงิน 4 ล้านให้ ครอบครัวสปาย แม่ยันไม่เคยขายลูกกิน

Publish 2018-08-22 09:08:29



จากกรณีคดีฆาตกรรมบุกยิง น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ น้องสปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ ฟอส อายุ 20 ปี เสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม บริเวณหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา กระทั่งตำรวจจับกุมตัวนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาในคดีจ้างวานฆ่าได้ที่ประเทศกัมพูชาแล้ว ล่าสุด วันที่ 21 ส.ค. 61 กำหนดการคุมตัวเสี่ยอ้วนกลับถึงประเทศไทย ในเวลา 22.00 น. ขณะที่ของกลาง รถ และอาวุธปืน ถูกเคลื่อนย้ายมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว เพื่อรอการแถลงข่าว



ล่าสุด เมื่อวานนี้ (21 ส.ค.61) รายการทุบโต๊ะข่าว รายงานว่า นายธรรมรัตน์ สุวรรณโพธิ์ศรี หรือ โจ้ สปอตไลท์ ผู้ก่อตั้งเพจ Spotlight Phuket เปิดเผยว่า คดีที่เสี่ยอ้วนเป็นคนบงการฆ่าน้องสปายและน้องฟอสจะหลุดจากการเป็นผู้ต้องหาได้หรือไม่นั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนว่าจะทําสํานวน และพยานหลักฐานแน่นหนาหรือไม่ ซึ่งตามกฎหมาย เสี่ยอ้วนก็มีสิทธิที่จะปฏิเสธข้อกล่าวหาได้

ส่วนเรื่องที่นายบ่าว ผู้ต้องหา จะกลับคําให้การในชั้นศาลหรือไม่นั้น ตนไม่กังวล ซึ่งนายบ่าวให้การรับสารภาพในชั้นพนักงานสอบสวน แต่ในชั้นศาลก็อาจจะกลับคําให้การได้ แต่ถึงจะกลับคําให้การ แต่พยานหลักฐานก็จะชี้ชัดว่าเสี่ยอ้วนเป็นคนยิงหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็ ไม่รอด ทั้งนี้ สิ่งที่สําคัญคือขณะที่คุมขังผู้ต้องหาทั้งหมดรวมกัน ก็เป็นไปได้ที่ทั้งหมดจะมีการพูดคุยหรือตกลงกัน เสี่ยอ้วนอาจจะมีการให้ข้อเสนอให้นายบ่าวรับสารภาพ เพื่อให้ครอบครัวสบาย ก็เป็นไปได้

 

 


นอกจากนี้ เสี่ยอ้วนมีทนายความ จ. ให้คำปรึกษาเรื่องคดี ซึ่งเคยทําคดีที่เสี่ยอ้วนยิงคนขายไอศกรีมเสียชีวิต แล้วรอดคุกได้ โดยในคดีที่ฆาตกรรมน้องสปายและน้องฟอส ก่อนที่เสี่ยอ้วนจะถูกจับกุม ก็ได้มีการติดต่อพูดคุยกับทนาย จ. มาโดยตลอด อีกทั้งเงินทั้งหมดของเสี่ยอ้วน ก็มีทนาย จ. เป็นผู้ดูแล ก็อาจจะเป็นไปได้หรือไม่ว่า ทนาย จ. จะมีข้อเสนอให้กับครอบครัวนายบ่าวด้วย ทั้งนี้ ทนาย จ. อาจจะไม่ได้ช่วยทำคดีนี้ แต่อาจจะมีการประสานงานติดต่อให้ทีมทนายทีมอื่นจากกรุงเทพฯ เข้ามาดูแลคดี

 


นอกจากนี้ นายธรรมรัตน์ ระบุว่า เสี่ยอ้วนเคยจะฟ้องพ่อแม่ของน้องสปาย ในคดีฉ้อโกง โดยมีหลักฐานยืนยัน เช่น สลิปการโอนเงิน ซึ่งภายใน 2 เดือน รวมกว่า 4 ล้านบาท อีกทั้งต้องพิจารณาด้วยว่าการโอนเงินดังกล่าว มีการตกลงแลกเปลี่ยนอะไรกันกับพ่อแม่ของสปายหรือไม่ อย่างไรก็ตาม นายธรรมรัตน์ ได้เปิดเผยภาพถ่ายสลิปการโอนเงินของเสี่ยอ้วน ที่เคยให้กับนายธรรมรัตน์ไว้ และอ้างว่าโอนให้กับครอบครัวของน้องสปายด้วย ซึ่งสลิปมี 6 ใบ ใบที่ 1 ระบุจำนวนเงินโอน 700,000 บาท, ใบที่ 2 ระบุจำนวนเงินโอน 100,000 บาท, ใบที่ 3 ระบุจำนวนเงินโอน 1,000,000 บาท, ใบที่ 4 ระบุจำนวนเงินโอน 112,000 บาท, ใบที่ 5 ระบุจำนวนเงินโอน 100,000 บาท และใบที่ 6 ระบุจำนวนเงินโอน 50,000 บาท

 

 

 

 



 

 

ด้าน นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของน้องสปาย เปิดเผยว่า ตอนแรกตั้งใจว่าจะไม่ไปติดตามคดี หลังเจ้าหน้าที่จะนำตัวเสี่ยอ้วนมาทำแผนที่ จ.ชลบุรี จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ ตนเองนอนกลางวัน หัวยังไม่ถึงหมอน ยังนอนไม่หลับ กลับรู้สึกว่ามีคนมากอด และได้ยินเสียงร้องไห้ คาดว่าเป็นน้องสปายมาหา หลังจากนั้นตนจึงเล่าให้พ่อน้องสปายฟัง คิดว่าสปายคงอยากให้ไปที่ สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี ครอบครัวจึงตัดสินใจเดินทางไปในคืนนี้ทันที โดยระหว่างนี้อยู่ระหว่างการเตรียมข้าวของเครื่องใช้ในการเดินทาง โดยจะเดินทางไปโดยรถยนต์ส่วนตัว คาดว่าจะไปถึง จ.ชลบุรี ช่วงเช้า

 

 

อย่างไรก็ตาม แม่น้องสปาย ยอมรับว่า เสี่ยอ้วนโอนเงินให้ 1 ล้านบาทจริง ก่อนที่น้องสปายจะเสียชีวิต โดยเสี่ยอ้วนบอกว่า ให้นำเงินไปซื้อรถให้น้องสปาย ซึ่งการซื้อรถ เสี่ยอ้วนเป็นคนจองและจัดการเรื่องทั้งหมด ตนเป็นคนจ่ายเงินเท่านั้น โดยราคารถยนต์อยู่ที่ประมาณ 7 แสนบาท รวมประกันรถยนต์ ซึ่งตนมีใบเสร็จรับเงินการซื้อขายรถยืนยันได้ ส่วนเงินที่เหลือได้เอาไปจัดงานศพให้กับน้องสปาย โดยแม่ย้ำว่าจัดงานให้น้องอย่างดีที่สุด ใช้เงินค่าจัดงานประมาณ 3-4 แสนบาท

ขณะเดียวกัน แม่น้องสปาย ยืนยันว่า ไม่เคยสัญญาว่าจะยกลูกสาวให้เสี่ยอ้วน ไม่มีการทำข้อตกลงใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมย้ำกับทีมข่าวว่า ไม่เคยมีความคิดในหัวสมองว่า แม่จะขายลูกตัวเองกิน เลี้ยงลูกมา ไม่เคยคิดขายลูก ไม่ขายศักดิ์ศรี ไม่อย่างนั้น สปายคงขายตัวเองไปแล้ว ไม่มีข้อเสนอใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีการตกลงเรื่องหมั้นหมาย เรื่องสร้างบ้าน เพื่อให้เป็นเรือนหอก็ไม่มี ไม่ใช่ความจริง บ้านหลังนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 2549 แล้ว ทั้งนี้ หากเจอหน้าเสี่ยอ้วนก็อยากถามว่า ฆ่าน้องทำไม ถ้าเสี่ยอ้วนเป็นลูกผู้ชายจริงต้องตอบคำถามมา หากเสี่ยอ้วนโดนประชาทันฑ์จะไม่ห้าม แค่ยืนดู

 

 

ขอบคุณ  รายการทุบโต๊ะข่าว อัมรินทร์ทีวี HD34



เรียบเรียงโดย

อติ บุญเสริม