ครั้งแรก"พุทธิพงษ์"เปิดใจนั่งรองเลขาฯนายกฝ่ายการเมือง ปิดฉากประชาธิปัตย์ ยันไม่หวนคืน

Publish 2018-09-12 13:57:30



สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (11 ก.ย.61) ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ในตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ ครม.มีมติแต่งตั้งเป็นต้นไป

 

ล่าสุด เมื่อเวลา 08.15 น.วันที่ 12 ก.ย.61 ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์  ได้เดินทางเข้ารายงานตัวและรับมอบหมายงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และพล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลาเข้าพบประมาณ 50 นาที



 

นายพุทธิพงษ์ กล่าวหลังการรายงานตัวว่า  ในการแต่งตั้งครั้งนี้อย่าเพิ่งมองเป็นเรื่องการเมือง หรือเตรียมการเลือกตั้ง เพราะการเข้ารับตำแหน่งครั้งนี้ ไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวข้องกับการเมือง มีเพียงการทำงานเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตนได้พูดคุยกับคนในพรรคประชาธิปัตย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตนอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์มา 18 ปี มีความผูกพันกันมาก และการมาครั้งนี้ไม่มีปัญหาผิดใจอะไรกัน เอาเรื่องงานเป็นตัวตั้ง ทางพรรคมีความเข้าใจเพราะเป็นทางที่ตนเลือกแล้ว

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะเป็นอดีตแกนนำ กปปส. และมีคดีความ หลายคนมองว่าการมาครั้งนี้เป็นเพราะมีข้อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ทุกคนสามารถมองได้เช่นนั้น แต่ในเรื่องของคดีความทุกอย่างยังเป็นไปตามกระบวนการปกติ ตนได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ศาลชั้นต้นได้นัดตรวจสอบพยานปีหน้า ไม่มีเรื่องใดที่จะมาทำให้ตนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ วันนี้ยังถือว่าตนบริสุทธิ์ จึงไม่มีความกังวล

 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการแต่งตั้งนาย สกลธี ภัททิยกุล เป็นรองผู้ว่าฯกทม. จากนี้จะมีการแต่งตั้งคนอื่นๆ 4 ทหารเสือใน กปปส. ที่เหลืออยู่ ได้แก่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายชุมพล จุลใส มาร่วมงานกับรัฐบาลหรือไม่ นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า อย่าคิดว่าทุกคนต้องเหมือนกันหมด เพราะแต่ละคนมาเติมเต็มในตำแหน่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ยืนยันว่าเจตนารมณ์และอุดมการณ์ที่เราต้องการปฏิรูปประเทศ แก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบยังคงอยู่ ซึ่งไม่ขัดกับสิ่งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทำ เพราะเรามีความตั้งใจเหมือนกัน

 

 

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า การรับตำแหน่งครั้งนี้ ไม่มีเงื่อนไขผูกติดอะไรกับการที่พวกเราเป็น กปปส. ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณเอง อดีตเลขา กปปส. ก็ไปตั้งพรรคกรวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ซึ่งไม่มีชื่อพวกตน เมื่อภารกิจของ กปปส. หมดไป ทุกคนแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง และการมาครั้งนี้ไม่ได้ปรึกษานายสุเทพ โดยมีบุคลากรของรัฐบาลเป็นผู้ติดต่อมา จึงใช้เวลาพิจารณาอยู่สักเวลาหนึ่ง

 



“ก่อนหน้านี้คนในรัฐบาลได้ทาบทามผมแล้วครั้งหนึ่ง ให้ไปช่วยงาน รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานบอร์ด ททท. แต่เวลานั้นไม่สะดวกและไม่พร้อม จึงได้ขอโทษทางผู้ใหญ่ไป แต่เมื่อได้โอกาสจาก พล.อ.ประยุทธ์ อีกครั้งหนึ่ง ผมจึงไม่มีสิทธิปฏิเสธเลย เพราะถ้าผู้ใหญ่ขอมา 2 ครั้ง และจะปฏิเสธทั้ง 2ครั้ง คงไม่เหมาะสมแน่ ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคพรรคประชาธิปัตย์นั้นมีความเข้าใจ” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

 

เมื่อถามว่า จะไม่กลับไปพรรคประชาธิปัตย์แล้วใช่หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า อาจเร็วไปที่จะตอบคำถามนี้ นี่ไม่ใช่การซื้อเวลา และวันนี้การปลดล็อกยังไม่เกิดขึ้นเลย กฎหมายลูกต่างๆ ยังไม่มีความชัดเจน และตนเข้าใจมารยาททางการเมืองดี หากจะต้องกลับไปที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อลง ส.ส.เขต ตอนเดินลงพื้นที่หาเสียงคงไม่เหมาะสม เพราะตนมีตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีด้วย จึงคิดว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้า คงไม่กลับไปสมัคร ส.ส. เขต กับพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อถามว่า จะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรคการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องของอนาคต เพราะยังไม่เริ่มทำงานกับรัฐบาลเลย ขอให้ดูตามเนื้องานและความสัมพันธ์ที่ดี หากสามารถพัฒนาแก้ไขปัญหาของประชาชนได้จริง ทำงานด้วยกันอย่างเต็มกำลังถึงค่อยมาตัดสินใจในอนาคต

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการให้มาประสานงานทางการเมือง เนื่องจากใกล้เลือกตั้งแล้ว นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับมอบหมายให้ทำเรื่องนั้น จึงไม่ทราบจริงๆ ว่าจะมีเรื่องนั้นหรือไม่ เพราะนายกฯเองก็ยังไม่ชัดเจน ว่าอนาคตทางการเมืองจะเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะอยู่พรรคการเมืองใด ตนจึงยังคงทำงานอยู่กับนายกฯ

 

 

ขณะที่11 ก.ย.61 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ว่า ตนทราบล่วงหน้าแล้ว เพราะนายพุทธิพงษ์ ได้เข้ามาคุยกับตนเรื่องนี้หลายครั้งแล้วว่า รัฐบาลได้มาทาบทามให้ไปช่วยกันแก้ปัญหา

 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ เนื่องจากนายพุทธิพงษ์ได้มีโอกาสเข้าไปพบปะพูดคุยกับคนในรัฐบาลหลายครั้ง จึงทราบปัญหาการทำงานของรัฐบาลดี โดยนายพุทธิพงษ์ บอกกับตนว่า รัฐบาลบอกว่าถ้าเช่นนั้นก็ให้เข้ามาช่วยกันแก้ปัญหาเถอะ ซึ่งนายพุทธิพงษ์ บอกกับตนว่า เขาตัดสินใจเรื่องนี้อยู่นานว่าจะเอาอย่างไร

 

"แต่วันที่ตัดสินใจว่าจะไปช่วยงานรัฐบาลแล้วนั้น นายพุทธิพงษ์ บอกมากับผมว่า ขอไปช่วยงานรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหา โดยที่ไม่มีเรื่องพรรคการเมืองมาเกี่ยวข้อง ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร แต่ก็เคารพการตัดสินใจของนายพุทธิพงษ์"



เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม