เปิดผลชันสูตรเบื้องต้น เด็กหญิง6ขวบปวดท้องเสียชีวิต พ่อแม่สุดระทม!

Publish 2018-09-12 13:58:38



เมื่อคืนที่ผ่านมา (11/09/2561) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากหญิงวัย 42 ปี ว่าลูกสาวตนถูกอนามัยแห่งหนึ่งไม่ส่งตัวไปรักษาต่อนอนรอกว่า 4 ชั่วโมง สุดท้ายเสียชีวิต ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางมายังห้องพักศพของ ร.พ.บางพลี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็พบ น.ส.นงเยาว์ แดนเมืองแทน อายุ 42 ปี ยืนร้องไห้กอดร่างที่ไร้วิญญาณของ ด.ญ.น้ำเพชร อายุ 6 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยมีเพื่อนและญาติๆ อยู่ให้กำลังใจ

 



โดย น.ส.นงเยาว์ กล่าวว่า ลูกของตนเป็นเด็กแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัวแต่อย่างใด ช่วงเช้าของวันนี้ลูกบ่นปวดท้อง ก็ยังถามว่าไปโรงเรียนไหวไหมลูกก็บอกว่าไหว จึงให้โรงเรียนตามปกติ จากนั้นตนก็ไปทำงานเป็นแคดดี้ของสนามกอล์ฟแห่งหนึ่งใกล้โรงเรียน หลังจากเข้าทำงานก็ปิดโทรศัพท์ทันทีตามปกติที่เคยทำงาน จนเลิกงานเวลาประมาณ 16.00 น. เมื่อเปิดโทรศัพท์จึงพบว่ามีข้อความไลน์จากกลุ่มเพื่อนว่าลูกอาการแย่ปวดท้องอย่างหนัก นอนพักรักษาตัวอยู่ที่อนามัยแห่งหนึ่งใกล้โรงเรียนที่ลูกเรียนอยู่

 

 

 



จากนั้นตนจึงรีบเดินทางมายังอนามัยดังกล่าวพบว่าลูกนอนหมดสติ ตัวซีด ปากเขียว อยู่บนเตียงคนไข้ หลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่อนามัยถามตนว่าจะให้พาลูกส่งต่อไปรักษาเลยหรือไม่ ตนก็ยังงงว่าทำไมต้องมีคำถามนี้ในเมื่อลูกนอนหมดสติจนตัวซีด ปากเขียวแล้ว จึงตัดสินใจอุ้มลูกสาวใส่อกและลงมาจากอานามัยเพื่อหารถไป ร.พ.บางพลี ซึ่งในตอนนั้นยอมรับว่าช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ขณะที่มีรถเก๋งปริศนาคันหนึ่งที่จอดในอนามัยให้ตนอุ้มลูกสาวขึ้นรถเพื่อจะมาโรงพยาบาล ขณะมาถึงกลางทางกลับบอกตนว่าให้นั่งรถแท็กซี่ต่อไปโรงพยาบาลด้วยตนเอง หลังจากเรียกแท็กซี่ได้คนขับก็รีบพามาโรงพยาบาลทันที ซึ่งขณะนั้นลูกเริ่มชักและหมดสติหนักกว่าเก่า เมื่อมาถึงโรงพยาบาลแพทย์ได้เร่งปั๊มหัวใจ แต่ลูกก็มาเสียชีวิตดังกล่าว โดยแพทย์ระบุว่าลูกเสียชีวิตก่อนมาถึงห้องฉุกเฉิน

 

 

เบื้องต้นแพทย์แจ้งว่า ลูกสาวเสียชีวิตจากอาการขาดเกลือแร่ เพราะปากแห้งและมีอาการติดเชื้อในลำไส้ แต่สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ลูกสาวเสียชีวิตนั้นต้องรอผลที่แน่นอนอีก 45 วัน และหลังจากนี้ทาง สสจ.สมุทรปราการ จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อหาข้อเท็จจริง ว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นจริงหรือไม่อย่างไร คาดว่าประมาณ 3 สัปดาห์จึงจะทราบผล และหลังจากนี้ทางสาธารณสุขจะดำเนินการยื่นเรื่องขอการเยียวยาตามมาตรา 41 ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ใช้บัตรทองให้กับครอบครัวของด.ญ.น้ำเพชร ต่อไป

 



เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล