เปิดเอกสารคำแถลงต่อศาล "พุทธะอิสระ" คดีทำร้ายตร. สาเหตุรับสารภาพ แสดงความรับผิดชอบ

Publish 2018-09-14 00:38:54



สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 ก.ย.2561 ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ  หรือ “หลวงปู่พุทธะอิสระ” ในคดีทำร้ายตำรวจสันติบาลในม็อบ กปปส.แจ้งวัฒนะ หมายเลขดำ อ.2498/2561ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง

 

ในความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยว หรือกักขัง หรือกระทำด้วยการใดให้เจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ฯ ให้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายฯ หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309, 310 ประกอบมาตรา 83



ศาลพิเคราะห์แล้ว จึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่คุมประพฤติ ดำเนินการสืบเสาะประวัติและรายละเอียดเพื่อประกอบการพิพากษา โดยกำหนดนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 29 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

 

ความเคลื่อนไหวทางสุด ในเพจ “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)”  โดยได้โพสต์ภาพเอกสารแถลงต่อศาล ถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า

 

เนื่องด้วยอาตมภาพในฐานะผู้นำการชุมนุมของประชาชนเวทีแจ้งวัฒนะขอแถลงต่อศาลว่าพระบรมศาสดาทรงแสดงธรรมสั่งสอนไว้ว่า ธรรมใดเกิดแต่เหตุพระองค์ทรงแสดงเหตุและความดับเหตุแห่งธรรมนั้น การที่มีชาย ๒ คน ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลถูกการ์ดจิตอาสารุมทำร้ายจนถึงขนาดบาดเจ็บแม้อาตมาจะไม่รู้ไม่เห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็มิอาจปฏิเสธความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แม้ผู้อื่นจะเป็นผู้กระทำก็ตามอาตมาจึงขอแสดงความรัมผิดชอบต่อความผิดทั้งมวลที่เกิดขึ้น แม้จะไม่ได้เป็นผู้กระทำก็ตามและพร้อมที่จะช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้เสียหายตามกำลังความสามารถที่ตนมี จึงกราบเรียนความข้างต้นต่อศาลที่เคารพ

 

ลงชื่อ พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ (พุทธะอิสระ)

 

 

 



ทั้งนี้เรื่องราวดังกล่าว ตามการอัยการระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า   เมื่อวันที่ 11 ก.พ.57 เวลากลางวัน ขณะมีการตั้งเวทีปราศรัยของกลุ่ม กปปส.บริเวณหน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ ถ.แจ้งวัฒนะ จำเลยซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มผู้ชุมนุมกับกลุ่มบุคคลไม่ทราบชื่อจำนวนมากกว่า 5 คนขึ้นไป ซึ่งทำหน้าที่เป็นการ์ดคอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณเวทีปราศรัยที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง

 

ได้บังอาจร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ร.ต.ต.สมคิด เชยกมล และ ด.ต.วชิรพงศ์ อุ่นนวลบูรพงศ์ ผู้เสียหายที่ 1-2 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลที่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เข้าไปสืบสวนหาข่าว โดยใช้กำลังจับผู้เสียหายทั้งสองปิดตา มัดมือไพล่หลัง ใช้กำลังประทุษร้ายเป็นเหตุให้ ร.ต.ต.สมคิด ได้รับอันตรายสาหัส กระดูกซี่โครงหัก ตับฉีกขาด ใช้เวลารักษาตัวประมาณ 6 สัปดาห์ ส่วน ด.ต.วชิรพงศ์  มีบาดแผลฟกช้ำหลายแห่ง ฟันซ้ายล่างหัก ใช้เวลารักษาตัวประมาณ 10 วัน รวมทั้งทรัพย์สินของผู้เสียหายทั้งสองมูลค่ารวม 60,900 บาทถูกประทุษร้ายสูญหายไป

 

 

นอกจากนี้ จำเลยกับพวกยังร่วมกันข่มขู่ให้ผู้เสียหายทั้งสองบอกรหัสปลดล็อคโทรศัพท์มือถือ และ ให้บอกว่า เป็นผู้ใด เข้ามาบริเวณที่ชุมนุมเพื่ออะไร เมื่อไม่ยอมบอกพวกจำเลยก็ใช้กำลังประทุษร้ายและข่มขู่ว่าจะเอาผู้เสียหายทั้งสองไปลอยน้ำ จนผู้เสียหายทั้งสองต้องจำยอมตามที่พวกของจำเลยข่มขู่ 

 

โดยจำเลย ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการชุมนุมมีอำนาจสั่งการให้พวกของจำเลยปฏิบัติตามคำสั่งของตนได้ โดยจำเลยทราบว่าพวกของจำเลยได้หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายทั้งสองไว้นานหลายชั่วโมง แต่กลับเพิกเฉยไม่สั่งให้ปล่อยตัวไป 

 

เหตุเกิดที่แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้อัยการได้ขอให้ศาลนับโทษจำเลยต่อจากคดีหมายเลขดำ อ.247/2561 (คดีกบฏ กปปส.) ด้วย



เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม