โผล่อีก! รวบฆาตรกรโหด ผู้ช่วยบุรุษพยาบาลกรอกยาปลิดชีพแฟนสาว ลงมือทำร้ายซ้ำ โมโหไม่ยอมคืนดีด้วย

Publish 2018-09-14 19:02:43



จากกรณีที่ พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย ว่าพ.ต.ท. กันตภณ โพธิ์อ๊ะ รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย พ.ต.ท.อภิโชค ขนบดี สว.สส.สน.โชคชัย พ.ต.ท.กอบศักดิ์ โพธิ์วารี สว.สส.สน.โชคชัย ร่วมกันนำกำลังตำรวจ ฝ่ายสืบสวนสน.โชคชัย จับกุมตัว นายวิโรจน์ หรือเขม สุขเมือง ผู้ช่วยพยาบาล รพ.แห่งหนึ่งใน จ.สุโขทัย อายุ 38 ปี  ผู้ต้องหาฆ่าแฟนสาว โดยสามารถจับกุมได้ที่สถานบันเทิง ตำบลปากแคว อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย 

 

 



สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2561 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 11.40 น. พ.ต.ท.ไตรพงษ์ วงศ์อมรอัครพันธ์ สว.(สอบสวน) สน.โชคชัย ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในห้องพักเลขที่ 714 ชั้น 7 แมนชันแห่งหนึ่ง ซอยลาดพร้าว 83 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ จึงได้ตรวจสอบพบศพ นางสาวภัทราพร แต่งเนตร อายุ 20 ปี ชาวจังหวัดพิษณุโลก นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนกลางห้อง ในสภาพขึ้นอืดจนจดจำใบหน้าไม่ได้ โดยสันนิษฐานว่าเสียชีวิตแล้วประมาณ 2-3 วัน ซึ่งใกล้กันพบขวดน้ำดื่มชูกำลัง 1 ขวดวางไว้ข้างที่นอน ถัดไปพบโทรศัพท์ของผู้ตายเสียบชาร์จไว้อยู่ และพบโทรศัพท์ของผู้ต้องหาใต้ศพนอนทับอยู่ ห่างไปไม่ไกลพบหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีดำ-ส้มวางไว้ที่พื้นใกล้ประตูห้องซึ่งเป็นของผู้ต้องหาเช่นกัน 

 

 

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีแนวทางการสืบสวนสอบสวนทราบว่าผู้ตายเป็นผู้ช่วยพยาบาลฝึกหัดของ รพ.แห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว โดยก่อนเกิดเหตุพ่อของผู้ตายได้โทรศัพท์ติดต่อผู้ตายแต่ไม่มีการรับสาย จึงได้โทรศัพท์ไปหาพี่เขยของผู้ตายที่พักอยู่ตึกเดียวกันให้มาตรวจสอบพบว่าผู้ตายเสียชีวิตอยู่ในห้องพัก ก่อนแจ้งทางตำรวจมาตรวจสอบ ซึ่งทางตำรวจได้ทำการสอบถามญาติผู้ตายว่าผู้ตายมีมูลเหตุอย่างไรก่อนหน้านี้ ปรากฎทางญาติให้การว่า ผู้ตายมักจะมาเล่าให้ฟังว่าช่วงหลังมานี้มีปากเสียงกับนายวิโรจน์บ่อยครั้ง ก่อนจะมาเสียชีวิตดังกล่าว อีกทั้งจากคำให้การของแม่บ้านประจำอาคารทราบว่าก่อนหน้านี้มีเพียงผู้ต้องหาคนเดียวที่เดินทางมาหาผู้ตายบ้าง โดยวันเกิดเหตุพบเห็นผู้ต้องหารีบขับขี่รถ จยย.ออกไปอย่างรวดเร็วตำรวจจึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

 

 



โดยระหว่างการทำแผน นายวิโรจน์ รับว่า ได้อาศัยจังหวะที่ผู้เข้าพักอาศัยเปิดประตู ตามเข้ามาในแมนชั่น จากนั้นได้ขึ้นไปหาแฟนสาวที่ชั้น 7 เพื่อเข้าไปเจรจาขอคืนดี โดยยืนยันว่าในวันเกิดเหตุหากไม่สามารถขอคืนดีได้ จะจบชีวิตตัวเองต่อหน้าแฟนสาว ซึ่งขณะนั้นแฟนสาวได้ปฏิเสธคืนดีด้วย ตนจึงหยิบยาฆ่าหญ้าที่ใส่ในขวดเครื่องดื่มชูกำลัง บังคับจับมือแฟนสาวให้กรอกยาเข้าปากตนเอง ซึ่งได้กินไปส่วนหนึ่ง และขณะนั้นแฟนสาวยังบอกให้ตนบีบคอแฟนสาวให้ตายไปด้วยกัน ซึ่งยอมรับว่าได้บีบคอแฟนสาวจริง แต่ไม่ทำให้เสียชีวิต สุดท้ายก่อนตนจะกลับ 

 

 

แฟนสาวยังพูดกับตนเองอีกครั้งว่าไม่สามารถคืนดีได้ จึงได้แต่กลับไปขึ้นรถเพื่อกลับบ้านเกิด โดยคิดว่าตนเองต้องเสียชีวิต แต่กลับแค่มีอาการท้องเสียไปตลอดทางเท่านั้น ต่อมาหลังทราบข่าวว่าแฟนสาวเสียชีวิต จึงได้เขียนจดหมายไปหาพ่อและแม่แฟนสาว โดยเนื้อหาที่เขียนว่าตนเองเป็นคนฆ่านั้น เนื่องจากเข้าใจว่าตนเองเป็นสาเหตุให้แฟนสาวต้องตาย ทั้งนี้ยืนยันว่าในวันเกิดเหตุไม่ได้ฆาตกรรมแฟนสาวแต่อย่างใด

 

 

ด้านพันตำรวจโทพสิษฐ์ สายชนม์ศักดิ์ รองผู้กำกับการ สอบสวน สน.โชคชัย ระบุว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธ ซึ่งรับแต่เพียงว่าในวันเกิดเหตุมีปากเสียงกับแฟนสาวจริง แต่ไม่ได้ฆาตกรรม ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ซักถามไปตามข้อสงสัยที่ผู้ต้องหาเขียนไว้ในจดหมาย และจากพยานหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุซึ่งพบว่ายังดูขัดแย้งกัน ทั้งผลการชันสูตรพลิกศพที่แพทย์ระบุว่าผู้ช่วยพยาบาลฝึกหัดเสียชีวิตจากระบบหายใจล้มเหลว ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจถูกทำให้ขาดอากาศหายใจ หลักฐานโทรศัพท์มือถือและหมวกกันน็อคของของผู้ต้องหาที่พบภายในห้อง สำหรับคดีนี้ตำรวจได้แจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นฯ” และเตรียมนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังในวันพรุ่งนี้ (15 ก.ย.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เวลา 10.00 น.

 

 

 

 

 



เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล