สมควรหรือไม่ !! สามเณรรับจ๊อบถ่ายภาพ โพสต์ภาพแบบฆราวาส และข้อความล่อแหลมลงโซเชียล ชาวแห่เน็ตจวกยับ!?!

Publish 2017-09-12 15:05:28



จากกรณี วันที่ 12 กันยายน 2560 สังคมออนไลน์ได้แชร์เรื่องราวของ สามเณรรับจ๊อบถ่ายภาพ พร้อมข้อความ วลีเด็ดว่า “ศีลข้อ 2 ห้ามลักทรัพย์แล้วศีลข้อไหนครับห้ามรักเธอ” ทำให้เป็นที่วิพากษณ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม ถึงความเหมาะสมหรือไม่เมาะสม

เมื่อเว็บไซต์ชื่อดังได้นำเสนอเรื่องราวของสามเณรรูปหนึ่งจากวัดในจังหวัดขอนแก่น ที่มีความชื่นชอบในการถ่ายรูป ตั้งแต่ก่อนมาบวชเรียน จนกระทั่งมาบวชเรียนอยู่ในวัดได้มีรับจ๊อบเป็นช่างภาพ อีกทั้งมีการโพสต์ท่าทาง แบบฆราวาส พร้อมวลีเด็ดลงบนเฟซบุ๊ก “ศีลข้อ 2 ห้ามลักทรัพย์แล้วศีลข้อไหนครับห้ามรักเธอ” 



ล่าสุด ทางทีม ทุบโต๊ะข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่เข้าไปสอบถาม เมื่อเดินทางไปที่วัดดังกล่าว จึงพบ พระมหาสัณท์พิชญ์ พระอาจารย์ประจำวัดหนองแวงพระอารามหลวง จังหวัดขอนแก่น เผยว่า สามเณรรูปดังกล่าวอายุ 14 ปี ประจำที่วัดหนองแวงจริง ได้บวชเรียนเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ซึ่งทางวัดได้รับทราบกระแสข่าวดังกล่าว พร้อมได้มีการพูดคุยกับสามเณรเกี่ยวกับเรื่องของการโพสต์ข้อความล่อแหลมลงโซเชียลมีเดียแล้ว

(ชมคลิป)

ทางด้าน พระมหาสัณท์พิชญ์ กล่าวอีกว่า ทางวัดมองว่าการถ่ายภาพไม่ถือเป็นเรื่องที่ผิด เพราะถือเป็นการฝึกทักษาในสิ่งที่สามเณรชอบ และเพื่อในอนาคตหลังบวชเรียนจบ เณรอาจนำไปต่อยอดในการศึกษาต่อ หรือใช้ความรู้มาประกอบอาชีพได้ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการโพสต์ท่าถ่ายรูปแบบฆราวาสนั้น ทางวัดได้มีการเรียกสามเณรเข้าตักเตือนแล้ว ทางเณรได้ทำความเข้าใจและนำไปปรับปรุงแก้ไขแล้ว


 



แต่ในส่วนประเด็นที่ระบุว่า สามเณรรูปดังกล่าวได้รับงานถ่ายภาพนั้น พระมหาสัณท์พิชญ์ เผยข้อเท็จจริง คือ สามเณรรูปดังกล่าวมีความชื่นชอบในการถ่ายภาพ จึงได้ศึกษาการถ่ายภาพจากรุ่นพี่รายหนึ่งจนกระทั้งซื้อกล้อง DSLR เป็นของตัวเองได้ประมาณสามเดือนแล้ว อีกทั้งยังได้โพสต์รูปที่ถ่ายลงเฟซบุ๊กส่วนตัว กระทั่งญาติโยมที่เป็นเครือญาติ และเพื่อนของเณรเห็นว่าเณรถ่ายรูปสวย จึงติดต่อให้สามเณรไปถ่ายรูปให้เท่านั้น ไม่ได้รับงานถ่ายภาพตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์แต่อย่างใด

นอกจากนี้ พระมหาสัณท์พิชญ์ ได้กล่าวอีกว่า ทางวัดหนองแวงนั้นได้มีสามเณรบวชเรียนอยู่ประจำวัดถึง 200 รูป ทำให้การดูแลในเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตอาจทำได้ยากลำบาก แต่หลังจากนี้คงต้องวางมาตรการปรับความเข้าใจในเรื่องการใช้โซเชียลมีเดียกับสามเณรทั้งหมด เนื่องจากส่วนใหญ่นั้นอยู่ในช่วงวัยรุ่น เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก

ขอขอบคุณข้อมูล,ภาพ จาก : ทุบโต๊ะข่าว amarintv


เรียบเรียงโดย

ภัคพิชาณัฐ เหง้าแก้ว : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News