จริงอย่างว่า..!!“ป๋าเปลว”ฟันธง “เลือกตั้ง-ปรองดอง "ชั่งแม่ง" มันก่อนเหอะ”วันนี้ไทยต้องพร้อมทำสงครามการค้าเต็มรูปแบบ

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

     ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องปรองดอง   ที่เริ่มต้นขึ้นแล้วกับเวทีภาครัฐแต่ภาคสรุปกลับดูจะเหมือนยากจะหาบทลงตัว เพราะแต่ละฝ่ายก็มีแนวคิดของตัวเองและเป้าหมายในการเรียกร้องเพื่อตัวเองและพวกพ้อง

 

     ล่าสุดในคอลัมน์ “คนปลายซอย” ของ “เปลว  สีเงิน”  ได้เลือกที่สะท้อนมุมมองความเห็นต่อประเด็นนี้ว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน  เพราะปัญหาเบื้องหน้าคือปัญหาปากท้องประชาชนและสถานการณ์ความเป็นไปของโลกที่กำลังจะย้อนกลับมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศไทย

“ถ้าถามว่า ........
บ้านเมืองตอนนี้ "อะไรมีความสำคัญที่รัฐบาลควรทำก่อนมากที่สุด"
ระหว่าง เรื่องการเมือง กับเรื่องเศรษฐกิจ?


ผมว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่จะบอก.......
"เรื่องเศรษฐกิจ" มีความสำคัญอันดับแรก และเป็นปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้าที่อยากให้รัฐบาลทำก่อนมากที่สุด!
นี่สะท้อนให้เห็นว่า "ปัญหาปากท้อง" เป็นข้าศึกมาปะทะหน้าด่านแรกของความมั่นคงประเทศคือ "ความเป็นอยู่" ประชาชน
ชนิด "ถึงตัว" แล้ว!


ถ้าการกิน-การอยู่-การใช้จ่ายประชาชนที่เป็นแรงฉุดฟันเฟืองเศรษฐกิจประเทศให้หมุน "หมุนกะพร่อง-กะแพร่ง"
ก็น่าห่วง.......


น่าห่วงว่า "เครื่องจักรใหญ่" ทั้งระบบจะมีปัญหา ถ้าปล่อยถึงตอนนั้น มันจะยุ่งยากไปทั้งหมด
ในการแก้ จะแก้เฉพาะจุดก็ไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นต้อง
"ยกเครื่อง" ทั้งระบบไปแล้ว!


แต่ตอนนี้ยัง
สถานะความมั่นคง "การเงิน-การคลัง" เรียกว่าเสถียร "มาตรฐานโลก" อาจพูดได้ว่า ในน้ำหนักประเทศรุ่นเดียวกันแล้ว
ไม่เพียงในภูมิภาค.......


ต่อให้ทั้งโลกด้วย เทียบกันปอนด์-ต่อปอนด์ "เงินทุนสำรอง" ของไทยเรามากกว่า ๑๘๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐฯ แข็งแกร่งอันดับต้นๆ ในจำนวนร่วม ๒๐๐ ประเทศ
มาเลย์ยังมีแค่ ๙ หมื่นกว่าล้านเหรียญสหรัฐฯ เท่านั้นเอง!


พูดถึงความหลากหลายทาง "ทรัพยากรต้นทุน" ของเรามีมากมาย อย่างที่ท่องจำกันมานั่นแหละว่า "ในน้ำมีปลา-ในนามีข้าว"
ศักยภาพในการทำมาหากิน คนไทยเราก็เก่ง เรียกว่าน้อยประเทศในโลก ที่พื้นที่ทางภูมิศาสตร์และทางดินฟ้าอากาศจะอำนวย "ความมั่งคั่ง" ให้ขนาดนี้


แต่คงด้วยแผ่นดินไทยอุดมสมบูรณ์เหลือหลาย ขนาดกินแล้วถ่าย ไม่กี่วันที่ถ่ายกลายเป็นต้นพริก-ต้นมะเขือให้เก็บกินต่อได้อย่างนั้นแหละ
คนไทยจึงไม่มี "อดตาย".......


มีแต่ "กินจนตาย"!
แต่ทุกวันนี้ คนไทยวางตำแหน่งตัวเอง ข้ามการอดตาย ตะกายไปสู่ขั้น "สังคมเศรษฐกิจทุน" เพื่อความร่ำรวยที่ปรุงแต่ง-แข่งขัน
การผลิต "เพื่อส่งออก" เป็นเป้าหมายปั๊มเงิน-ปั๊มทอง


แต่โลก "ระบบทุน" ตอนนี้..........
มาถึงยุคปฏิวัติโครงสร้างสังคมเศรษฐกิจทุนใหม่ ช่วงนี้ เป็นช่วงหัวเลี้ยว-หัวต่อ อย่าว่าแต่เซียนเศรษฐกิจเลย แม้แต่เข็มทิศ ก็ยังชี้ทิศเหนือ-ใต้-ออก-ตก ไม่ถูก!


ต้องบอกก่อนว่า ปัญหาเศรษฐกิจตอนนี้ ไม่เพียงเกิดที่บ้านเรา ในทุกบ้าน-ทุกประเทศเกิดหมด ส่วนใครจะมาก-จะน้อย ขึ้นอยู่กับ "ภูมิต้านทาน"
ฉะนั้น ประเด็นแรกที่อยากบอก.........


อย่าเอาแต่ "ด่าและโทษ" ผู้บริหารบ้านเมือง นั่นไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นมาได้เลย
ตรงกันข้าม ยิ่งจะทำให้สถานการณ์รวม "ดู" เลวร้ายลงไปทางอารมณ์โดยเปล่าประโยชน์
จะบอกให้ ไทยเราว่าแย่.......


เพื่อนบ้านเรา อย่างมาเลย์ แย่กว่าร้อยเท่า!
บ้านเขามีทรัพยากรไม่หลากหลายเท่าเรา แต่เขามีน้ำมันมาก ยิ่งติดทางด้านบรูไนนั่นมหาศาล
ในยุคน้ำมันเป็นทองคำ บาร์เรลละ ๑๐๐-๑๔๗ เหรียญสหรัฐฯ มาเลย์ร่ำรวยมหาศาล จากการให้สำรวจและผลิตน้ำมันขายตลาดโลก
ที่ขายปลีกภายในประเทศ ต้นทุนกลั่นจากโรงกลั่นก็เท่าไทย รัฐช่วยให้ ๓๐%


แถมไม่เก็บภาษีสรรพสามิต สรรพากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีท้องที่ เงินเข้ากองทุน มีแค่การตลาดให้พ่อค้านิดหน่อย
น้ำมันมาเลย์จึงขายถูก.........


ใช้กันเพลิน ราคาน้ำมันมาเลย์ถูกยกมาอ้างอิงในบ้านเราว่า "ของเขาถูก แต่ทำไมของเราจึงแพง?"
ความจริง น้ำมันออกจากโรงกลั่นทั้งของมาเลย์และของไทย ราคาเท่ากัน ถูก-แพงกว่ากันเป็นจำนวนสตางค์
แต่ที่ขายปลีกตามปั๊มของมาเลย์ถูก เพราะรัฐไม่เก็บภาษีอย่างที่บอก นอกจากไม่เก็บแล้ว ยังปี๋โป้วช่วยค่ากลั่นให้อีกตะหาก จึงถูกในถูกลงไปอีก
ส่วนของไทย .........

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ปรองดองกับใคร? ในเมื่อนักการเมืองไทยรวยค้ำฟ้า....สถิติสุดช็อค!! สส.500ครอบครัวมีทรัพย์สินเท่ากับครอบครัวประชาชนธรรมดาถึง 2 ล้านครอบครัว (รายละเอียด)

 

ต้นทุนกลั่นประมาณ ๕๐% นอกจากรัฐไม่ช่วยอะไร ยังเก็บภาษี เก็บเงินเข้ากองทุน รวมประมาณ ๔๕%
ค่าการตลาดที่พวกปั๊มขายปลีก ได้ซัก ๕% เท่านั้น!


คนไทยจึงต้องใช้น้ำมันแพง ไม่ใช่พ่อค้าน้ำมันขายแพง ที่แพงเพราะรัฐบาลเก็บภาษี และเข้ากองทุนเอาไปชดเชยราคาขายดีเซลและแก๊สหุงต้ม ที่ต้องขายถูก


ที่ยกมาพูด ไม่ใช่ใครถูก-ใครผิด หากขึ้นอยู่กับเหตุ-ปัจจัยและการมองสั้น-มองยาว ในการบริหารปัญหาด้านพลังงานของรัฐบาลแต่ละประเทศ


มาเลย์ เขาก็บริหารด้วยเหตุปัจจัยภายในของเขา ส่วนเรา ซึ่งมีน้ำมันไม่มาก แต่คนมากกว่า-ใช้มากกว่า ก็ต้องบริหารด้วยเหตุปัจจัยของเรา
ส่วนในทางยาว ใครจะ "เสถียร-มั่นคง" กว่าใคร นั่นขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์แต่ละประเทศ!


เพราะน้ำมันของไทยมีการบริหารจัดการดังว่า และมีตัวอย่างเคยพังมาแล้วในอดีต จากการใช้น้ำมันแบบไม่บริหาร-จัดการ
ดังนั้น น้ำมันตลาดโลกเกิดวิกฤติแบบไหน เสถียรประเทศในภาพรวมด้านพลังงานของเรา
จึงไม่สะเทือนมากนัก!


ต่างกับมาเลย์ ยาง-ปาล์ม เป็นรายได้นิดหน่อย ยึดแต่ธุรกิจน้ำมันที่เป็นรายได้หลักของประเทศ
พอน้ำมันจากบาร์เรลละ ๑๔๗ เหรียญฯ หล่นฮวบเหลือระดับ ๒๕-๕๐ เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
คิดเอาละกัน คนเคยมีเงินกิน-ใช้วันละ ๑๔๗ บาท จู่ๆ เหลือแค่ ๕๐ บาทติดกระเป๋า จะมีสภาพยังไง?
มาเลย์ตอนนี้ก็สภาพนั้น........


ต้องหันมาเก็บภาษีน้ำมันขายปลีก ที่ลงทุนเมกะโปรเจกต์ไป ๑๐-๒๐ ปีก่อน ยังไม่คืนทุน เมื่อรายได้หลักลดฮวบ หนี้ที่กู้มาลงทุน เริ่มมีปัญหา
มาเลย์เชื้อสายจีน ก็เหมือนอินโดฯ เชื้อสายจีน เริ่มหาที่ปลอดภัย ผ่องถ่ายเงินไปฝากไว้นอกประเทศ แถวๆ สิงคโปร์นั่นตรึม
ทุกวันนี้ ในความที่เราบ่นกันว่าแย่..แย่........


แต่ภาพรวมในเสถียรไทย "เงินบาทไทย" สายตาโลกที่มองเข้ามา...เยี่ยม!
ส่วนเงินริงกิต ชักเป็นกระดาษ


ที่เคยแลกเปลี่ยน ๑ ริงกิต ต่อ ๑๐ บาท ตอนนี้เหลือประมาณ ๗-๘ บาท ต่อ ๑ ริงกิต!
ก็อย่างที่บอก ไทยเรามีความหลากหลายทางทรัพยากรที่แปลงเป็นธุรกิจอาชีพได้เยอะ ส่งออกแย่ แต่ได้ท่องเที่ยวมาตู๊ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไม่ดี แต่อุตสาหกรรมเกษตรดี


ก็ยังพอกล้อมแกล้มกันไป ปัญหาใหญ่อยู่ที่ว่า มันก็กล้อมแกล้มได้พักหนึ่งเท่านั้น
ในทางยาว จะให้กล้อมแกล้มเป็น ๕ ปี ๑๐ ปี มันคงไม่ได้ จะพาเครื่องจักรใหญ่ พังไปทั้งระบบ
นี่ล่ะปัญหาที่โลกไม่แตก แต่เราจะแตก รัฐบาลนายกฯ ประยุทธ์มองจุดนี้อย่างไร ผมไม่ทราบท่าน
ก็ประเมินเพียงว่า........


ท่านต้องมองแน่ แต่มองแบบไหน และจะพาประเทศผ่าดงเศรษฐกิจโลกไปทางไหน "ด้วยวิธีการไหน"
ระดับผม "ยากแท้-หยั่งถึง"!?


ยิ่งเฮียทรัมป์แกเล่นบท "ผู้กำกับมากินท้องที่ใหม่ บ่อน-ซ่อง-ผับ-บาร์-อาบนวด-ร้านค้า" น้อยใหญ่ ยังเดาทางไม่ถูกว่า จะไปดีลกับเฮียแกยังไง


ประเทศใหญ่ พอมี "ทุนประเทศ" ตุน ก็พอรอดูสถานการณ์ไปได้เรื่อยๆ
แต่บ้านเล็ก-เมืองน้อย ที่มีทุนประเทศแบบหาเช้า-กินค่ำ มันจะตายกันหมด เพราะค้าขายหด
นี่เป็นปัญหา "ท้าทาย" ภาวะผู้นำ ว่าใน "ความหด" เราควรจะมีพื้นที่ต่อท้ายหางแถวในการค้าขายกับเขาได้บ้างด้วยอะไร แบบไหน-อย่างไร?
การเมืองภายใน เลือกตั้ง-ปรองดอง "ชั่งแม่ง" มันก่อนเหอะ จะช้า-จะเร็ว ไม่ทำให้ชาวบ้านอยู่ดีมีสุขซักเท่าไหร่หรอก
เอาการเมืองไปจับด้านเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศนั่นดีกว่า!


ให้มันมีความเคลื่อนไหว "ทางรุก" เป็นสีสัน มากกว่าเป็น "กบจำศีล" ที่ใช้การหยุดนิ่งอยู่กับที่เซฟพลัง พลังก็จะหมดซะเปล่า โดยไม่ได้อะไร
พูดกันแฟร์ๆ ..........


ประเทศไทยมาถึงทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งเพราะ "พ่อค้า-นักธุรกิจ" ไทยเราเก่งทุกด้าน
ขนาดนักการเมืองกินกันโครมๆ เป็นมหกรรมระยำชาติมาทุกยุค-ทุกสมัย
ถนนเมืองไทยถึงไม่ได้ปูลาดด้วยทองคำ .........


แต่ขอบๆ ถนน กะไหล่ทองเคหลายสาย ด้วยการทำมาค้าขาย เอาเงินทองเข้าประเทศ จากพ่อค้า-นักธุรกิจของไทย ซึ่งไม่แบ่งแยกเชื้อสาย เหมือนในหลายๆ ประเทศ


รัฐบาลอย่าไปฟังเสียงนก-เสียงกาให้มากนัก อาชีพนก-กามันร้อง ก็ปล่อยให้มันร้องไป
รัฐบาลน่าจะระดมพละกำลังสมอง เชิญพ่อค้า-นักธุรกิจ แต่ละสาขาอาชีพมาปรึกษาหาทาง เป็นหน่วยรบกองหน้าทางเศรษฐกิจกระจายไปหาลูกค้าตามต่างประเทศ


ไม่ต้องมาก อย่างเฮียทรัมป์บอกจะสร้างกำแพงเมืองสหรัฐฯ กั้นเม็กซิโก สินค้าไทยเพื่อการก่อสร้างที่ "เล็กๆ สหรัฐฯ ไม่" แต่ไทยเราทำ มีเยอะแยะ ไปเสนอขายได้จมหู
นี่แค่ตัวอย่างสมมุติ.....


ผมว่ายามนี้ มันต้องแนวนี้ ถึงค้าขายอะไรไม่ได้ แต่แค่มีข่าวคราวจาก "หน่วยรบกองหน้า" ส่งข่าวกลับมาว่า ที่นั่น-ที่นี่ กำลังมีการเจรจาต่อรอง
ได้-ไม่ได้ ความเคลื่อนไหวก็ถือเป็น "ไฟ" เลี้ยงความหวังคนที่รอคอยได้อยู่ ดีกว่าวัน-คืนผ่านไป "เงียบฉี่" ไม่มีอะไรเลย
ไทยแพ้สงครามโลก "เสรีไทย" ยังทำให้ไทยกลายเป็นผู้ชนะได้


ในสงครามเศรษฐกิจช่วงโลกลอกคราบ "พ่อค้าไทย" จะช่วยให้ไทยเป็นช้างลอดรูเข็มได้ ผมเชื่ออย่างนั้น
ยามนี้ ในการค้าโลก........
ต้องเปลี่ยนให้พ่อค้าเป็น "ช้างเท้าหน้า" แทนคนใน “ระบบราชการ”  ??

 

 

 

จริงอย่างว่า..!!“ป๋าเปลว”ฟันธง “เลือกตั้ง-ปรองดอง "ชั่งแม่ง" มันก่อนเหอะ”วันนี้ไทยต้องพร้อมทำสงครามการค้าเต็มรูปแบบ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ย้อนสูตรปรองดองทักษิณต้องเซตซีโร่เท่านั้น เพื่อไทย-นปช. จะเอาไงถ้านายใหญ่ไม่ได้ประโยชน์ (รายละเอียด)

 

 

 

เรียบเรียง : นิตติยา  สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณที่มา : เปลวสีเงิน คอลัมน์คนปลายซอย