ข่าวสถานการณ์ล่าสุด :
14:27    พัทยา-พิลึก!รวบหนุ่มรัสเซียจับนมสาวไทยอ้างนึกว่าทำได้ช่วงสงกรานต์            14:28    ฉาว!ชัชมือกลองบอดี้สแลมโดนจับส่งตำรวจหลังเมางัดห้องสาวหวังข่มขืน            กองปราบ-ตร.ประสานอังกฤษจับสาวโรสหมิ่นสถาบันเป็นผู้ร้ายข้ามแดนเผยพบโกตี๋ผิดม.112ชัดแล้ว5คดีขณะสุเทพย้ำกปน.ชุมนุมครั้งสุดท้าย-ปฏิรูป18เดือนจบ:               14:09    ข่าวดี!รูนีย์สลัดเจ็บฟิตทันช่วยผีดวลท็อฟฟีทีมเก่าวันอาทิตย์นี้            13:46    กองปราบ-ตร.คุยอังกฤษสาวโรสหมิ่นสถาบันผู้ร้ายข้ามแดนพบโกตี๋ผิด5คดี            12:30    ตลท.-หุ้นปิดภาคเช้าบวก4.39จุดที่1,413.17มูลค่าซื้อขาย13,286.66ลบ.           
"ร.ต.ท.ดวง อยู่บำรุง" โชคดีที่มีพ่อชื่อ "เฉลิม"

         อีกสถานการณ์รุกไล่ทางการเมืองต่อพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นทางด้านของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่เปิดฉากรุกคืบเรื่องการเกณฑ์ทหารและปลอมแปลงเอกสารทางราชการของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

         จากกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนกระทรวงกลาโหม  ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงถึงสำนักผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีนายอภิสิทธิ์  ถูกร้องว่ามีการใช้เอกสารอันเป็นเท็จ เพื่อเข้ารับราชการเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารวมทั้งมีเจตนาหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหารนั้น

         ในวันที่ 27 ก.ค. 2555  พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตาม พ.ร.บ. รับราชการทหาร พ.ศ.2497 โดยนำหลักฐานตัวจริง ใบสำคัญต่างๆมาแสดง อาทิ แบบแสดงสำคัญ หรือ สด.9 ใบรายชื่อในบัญชีบุคคลพ้นจากฐานะยกเว้นผ่อนผัน หรือแบบ สด.16 และใบรับรองการผ่านการผ่อนผันการเข้าเกณฑ์ทหาร ของสัสดีเขตพระโขนงมาแสดงต่อสื่อมวลชนว่า นายอภิสิทธิ์ไม่ได้รับการตรวจเลือกเข้าเป็นทหารกองเกินของกองทัพบก และยังเป็นเอกสารที่ไม่อยู่ในระบบราชการ การเข้าบรรจุรับราชการเป็นอาจารย์ในโรงเรียนนายร้อย จปร. รวมไปถึงการเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ก็มีการลา ถึง 200 วัน และทำงานเพียง 35 วัน

         พล.อ.อ.สุกำพล แถลงอีกว่ากรณีที่นายศิริโชค โสภา ส.ส.ประชาธิปัตย์ นำเอกสาร สด. 20 มายืนยันว่านายอภิสิทธิ์ได้รับการผ่อนผันจากกองทัพนั้น แต่เอกสารฉบับดังกล่าวคือบัญชีที่ได้รับการผ่อนผัน จะเกิดขึ้นต่อเมื่อนายอภิสิทธิ์ ได้ผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร แต่จากการตรวจสอบไม่มีเอกสารการขอผ่อนผันมายืนยัน ทั้งนี้เอกสารทั้งหมดที่นำมาแสดง  ทางกองทัพได้ส่งให้กับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อนำไปตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา และจะดำเนินการส่งเพิ่มเติมอีกครั้ง

         โดยขั้นตอนต่อจากนี้ จะดำเนินคดีอาญากับนายอภิสิทธิ์ ฐานหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหารหรือไม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าเรื่องดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจ เพราะเวลาผ่านมาแล้วกว่า 25 ปี ซึ่งคดีน่าจะขาดอายุความไปแล้ว อย่างไรก็ตาม พล.อ.อ.สุกำพล ยืนยันว่าการออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวไม่มีเจตนาเล่นงานทางการเมือง แต่เป็นการดำเนินการตามขอบข่ายอำนาจของกระทรวงกลาโหม

         ส่วนการเอาผิดทั้งถอนยศและเรียกคืนเงินประจำตำแหน่งนั้น กรมพระธรรมนูญเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล จะพิจารณาดำเนินการอย่างรอบคอบต่อไป

         "การตรวจสอบกรณีดังกล่าว เป็นการทำตามหน้าที่ ไม่ได้จงใจกลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะมีผู้ยื่นข้อร้องเรียนมา อย่างผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยถามมายังกระทรวงกลาโหม หากตนไม่ดำเนินการ จะถูกกล่าวหาได้ว่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งการเอาผิดทั้งถอนยศและเรียกคืนเงินประจำตำแหน่งนั้น กรมพระธรรมนูญเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล จะพิจารณาดำเนินการอย่างรอบคอบต่อไป โดยที่สำคัญต้องไปตรวจสอบก่อนว่า คดีของนายอภิสิทธิ์หมดอายุความไปแล้วหรือไม่ เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 25 ปีที่แล้ว" พล.อ.อ.สุกำพล  กล่าว

         นายอภิสิทธิ์ ตอบโต้ พล.อ.อ.สุกำพล ว่าการที่ตนเองไม่ได้คัดเลือกเกณฑ์ทหาร เนื่องจากใช้สิทธิ์ผ่อนผันไปศึกษาต่อต่างประเทศ และสมัครเข้ารับราชการที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ดังนั้นข้อกล่าวหาที่ระบุว่าไม่ได้ไปคัดเลือกทหาร จึงไม่มีความหมาย และเรื่องก็ผ่านมา กว่า 20 กว่าปีแล้ว

         โดยกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ที่การฟ้องจตุพรพรหมพันธุ์ ข้อหาหมิ่นประมาท อย่างไรก็ตามหากพบว่ามีการใช้หลักฐานเท็จก็จะให้ทีม  กฎหมายส่งเรื่องดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้เชื่อว่าเรื่องทั้งหมดมีคำสั่งทางการเมือง

         ส่วนความคืบหน้าของคดี ในวันที่ 27 ก.ค. 2555 ศาลอาญารัชดา นัดสืบพยานจำเลย ในคดีที่ นายอภิสิทธิ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายจตุพร เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา  จากกรณี เมื่อวันที่ 29 ม.ค. - 15 ก.พ. ปี 2553 จำเลยได้กล่าวหาโจทก์ว่า หนีทหาร และสั่งฆ่าประชาชน โดยทนายจำเลย ได้เบิกพยาน คือ รศ.วรพล พรหมิกบุตร อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาเบิกความในฐานะนักวิชาการที่เข้าไปสังเกตการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดง ตั้งแต่ ปี 2552 - 2553 ซึ่งภายหลังสืบพยานเสร็จสิ้นศาลได้มีคำสั่งให้คู่ความยื่นคำแถลงปิดคดีภายใน 30 วัน และนัดฟังคำพิพากษา ในวันที่ 27 ก.ย.นี้

         นอกจากจะตกเป็นฝ่ายตั้งรับแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ก็เปิดฉากรุกกรณีล่าสุดที่มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เดินทางไปอวยพรวันเกิดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษที่มีหมายจับอาญาแผ่นดิน ถึงฮ่องกง

         นายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ทำการไต่สวน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. กรณี เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งที่ดำรงตำแหน่งถึง ผบ.ตร. ต้องยึดหลักประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจปี 2553 ที่ระบุไว้ชัดเจนว่าตำรวจต้องประพฤติปฏิบัติตนในขอบเขตอย่างไร เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะฉะนั้นจึงต้องการให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเปิดการไต่สวนว่ามีความผิดต่อประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจหรือไม่

         ต่อเนื่องกันที่ประเด็นการตรวจสอบ อันเนื่องมาจากกรณีที่มีคำสั่งให้ ร.ท.ดวง อยู่บำรุง ผู้บังคับหมวด กองร้อยสารวัตรทหาร สารวัตรยุทธบริการทหาร กระทรวงกลาโหม ไปรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

         มีรายงานข่าวว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เซ็นคำสั่ง บช.น.ที่ 322/2555 เรื่องโอนข้าราชการ ถึงปลัดกระทรวงกลาโหม ระบุว่า ตามที่หนังสือที่อ้างถึงแจ้งว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้อนุมัติการรับโอน ร.ท.ดวง อยู่บำรุง ผู้บังคับหมวด กองร้อยสารวัตรทหาร สารวัตรยุทธบริการทหาร กระทรวงกลาโหม ไปรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น

         บัดนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้มีคำสั่งรับโอน ร.ท.ดวง อยู่บำรุง ไปบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรแต่งตั้ง ให้มียศ ร.ต.ท. ดำรงตำแหน่ง รอง สว.ศูนย์ฝึกอบรม (รอง สว.ศฝร.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป

         ล่าสุดพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผู้บังคับการกองสารนิเทศ ในฐานะโฆษกตร. ชี้แจงว่าขณะนี้ยังไม่มีการนัดประชุมก.ตร.อย่างเป็นทางการ แต่หากจะบรรจุวาระเข้าก็สามารถทำได้ โดยต้องมีเอกสารที่เกี่ยวข้องแนบเข้าที่ประชุมก.ตร.ด้วย อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ระบุว่าการโอนรับข้าราชการจากหน่วยอื่นสามารถทำได้โดยการอนุมัติจากก.ตร. ซึ่งการโอนย้ายมาต้องมีเหตุผลความจำเป็นและเหมาะสม

         ขณะที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้เขียนข้อความลงบนเว็บไซต์แฟนเพจของตัวเอง ว่า วันนี้ได้ข่าวว่ามีการย้ายลูกนักการเมืองใหญ่ โดยแต่เดิมถูกให้ออกจากราชการเพราะพัวพันคดียิงตำรวจในผับ ต่อมาหนีคดีและมอบตัวติดคุกสู้คดีจนหลุด เมื่อพ่อได้เป็นใหญ่ ก็ได้กลับเข้ารับราชการเป็นทหารเหมือนเดิม แต่เท่านั้นยังไม่พอ ยังใหญ่ต่อไป วันนี้มีข่าววงในแจ้งมาว่าย้ายจากทหารไปเป็นตำรวจติดยศร้อยตำรวจโท
        

         นายชูวิทย์เขียนต่อว่า ระเบียบการย้ายข้าราชการทหารไปเป็นตำรวจทำไมถึงง่ายดายเช่นนี้ จากนั้นเมื่อเป็นตำรวจแล้ว คงไม่ได้เป็นตำรวจรถไฟ ตำรวจสุนัข แต่จะเป็นตำรวจในพื้นที่ทองคำหรือกองปราบฯ คิดดูแล้วกัน เมื่อฟ้าเปลี่ยนสี นักการเมืองไทยทำได้ทุกอย่างเพื่อลูกหลานตัวเอง เวรกรรมประเทศไทย

         เรียกว่าเป็นที่ฮือฮาเลยทีเดียวกับคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นที่รู้กันดีว่าประธานก.ตร.ในขณะนี้ก็คือร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นพ่อของร.ท.ดวง ขณะที่เรื่องราวกว่าจะเข้ามารับราชการทหารและกำลังจะเป็นตำรวจของร.ท.ดวงเฉลิมก็ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน

         30 เม.ย.2544 นายดวงเฉลิม ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือน ชั้นสัญญาบัตร และได้รับแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตร ยศว่าที่ร้อยตรี 

         แต่จากกรณีการยิงสังหาร ด.ต.สุวิชัย รอดวิมุต หรือ "ดาบยิ้ม" ตำรวจกองปราบปราม เสียชีวิตภายใน คลับทเวนตี้ ผับ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถ.รัชดาภิเษก กทม.เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 29 ต.ค.2544 ซึ่งว่าที่ร้อยตรีดวงตกเป็นผู้ต้องหา มิหนำซ้ำยังหายตัวไปอย่างไร้ร่องลอยภายหลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ

         ร.ต.อ.เฉลิม ออกหน้าปกป้องลูกชายแบบเต็มตัว ว่านายดวงเฉลิมไม่ได้หนีไปไหน แค่หลบไปตั้งตัวเพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย พร้อมกับระบุว่าคนที่ยิงดาบยิ้มตาย คือ "ไอ้ปื๊ด" คนสนิทซึ่งเป็นผู้ติดตามลูกชาย
การหายตัวไปเป็นระยะเวลานานและตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตายทำให้ทำให้ว่าที่ร้อยตรีดวงเฉลิม ถูกปลด และถอดออกจากยศทหาร ตามพระราชบัญญัติวินัยทหาร พ.ศ. 2476  กลายเป็นนายดวงเฉลิมธรรมดา

         นายดวงเฉลิม หายตัวไปกว่าครึ่งปี ก่อนจะไปเข้ามอบตัวที่สถานทูตไทยใน ประเทศมาเลเซีย เมื่อเช้าวันที่ 2 พ.ค.2545 ก่อนถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดี ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหา "ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา แต่กลับไม่มีการตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงาน" ทำให้พนักงานสอบสวนถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคนในวงการตำรวจด้วยกันมากพอสมควร

         ต่อมาคดี "ฆ่าดาบยิ้ม" เข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล แต่ฝ่ายโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่านายดวงเฉลิม เป็นคนยิงผู้ตายจนเสียชีวิต จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ขณะที่ นางสุพัตรา ภรรยาหม้ายของดาบยิ้ม ไม่ยื่นอุทธรณ์ ทำให้คดีถูกปิดลงในศาลชั้นต้นเท่านั้น

        หลังจากผ่านเหตุการณ์ร้าย จึงมีการแก้เคล็ดโดยเปลี่ยนชื่อจากดวงเฉลิม เป็นดวงและถึงแม้นายดวง จะรอดพ้นข้อกล่าวหาแต่เจ้าตัวก็ยังคงสภาพการเป็นบุคคลธรรมดาไร้ซึ่งยศตำรวจ จนกระทั่งในยุคสมัยของรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เส้นทางของการรับตำแหน่งราชการของนายดวงก็กลับมาอีกครั้ง

         23 เมษายน 2551นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) ลงนามในคำสั่งให้ นายดวง  กลับเข้ารับราชการทหาร สังกัดกองบัญชาการทหารสูงสุด โดยได้รับยศร้อยตรี สังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นได้ตกเป็นจำเลยในคดีฆ่าคนตายและศาลมีคำสั่งยกฟ้องในเวลาต่อมานั้น 

         แหล่งข่าวรายงานว่า หนังสือเสนอให้นายดวงกลับเข้ารับราชการทหารนั้นมี พล.ต.สัมพันธ์ ศรีราชบัวผัน หัวหน้าสำนักงานเลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ทำเรื่องเสนอการกลับเข้ารับราชการ และ พล.อ.อุดมชัย องคสิงห์ เลขานุการรัฐมนตรีกลาโหม เป็นผู้นำเสนอนายสมัครเพื่อลงนามอนุมัติ 

         โดยการเสนอให้ นายดวง กลับเข้ารับราชการทหารเกิดขึ้นหลังที่ ร.ต.อ.เฉลิม เข้าหารือกับ นายสมัคร เพื่อร้องขอให้บุตรชายกลับเข้ารับราชการทหารอีกครั้ง

         ซึ่ง นายสมัคร เคยสอบถาม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ถึงเรื่องนี้ แต่ พล.อ.อนุพงษ์ บอกว่า นายดวง ไม่ได้เป็นกำลังพลในสังกัดกองทัพบก แต่เป็นกำลังพลของกองบัญชาการทหารสูงสุด จึงต้องสอบถามไปยัง พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

         แต่ พล.อ.บุญสร้าง ติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ทำให้ทางสำนักเลขานุการรัฐมนตรีว่าการทรวงกลาโหม ดำเนินการเรื่องนี้ไปก่อน แล้วให้นายสมัครลงนามอนุมัติ แต่ พล.อ.บุญสร้าง ยังไม่ทราบเรื่อง เพราะยังไม่เสนอถึงกองบัญชาการทหารสูงสุด เพื่อให้กลับเข้าต้นสังกัด

         หากตำแหน่งที่กองบัญชาการทหารสูงสุดหรือตำแหน่งที่นายดวง เคยสังกัดอยู่ คือศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ว่างก็สามารถกลับเข้ามาทำงานได้ทันที แต่ต้องมีการตรวจสอบว่าคุณสมบัติจะต้องไม่ขัดต่อระเบียบกระทรวงกลาโหมด้วย

         การกลับเข้ารับราชการทหารในครั้งนั้นอาศัยการชำระล้างประวัติโดย พระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาส ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ. 2550  ซึ่งในมาตรา 3  ของพระราชบัญญัติดังกล่าว  กำหนดว่า ผู้ถูกลงโทษทางวินัยหมายความว่า ผู้ถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์เพราะกระทำผิดวินัย ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งของกระทรวง ทบวง กรม  และให้หมายความรวมถึงผู้ถูกลงโทษ หรือลงทัณฑ์โดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีผลเช่นเดียวกับการถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ทางวินัย 

         และในมาตรา 5 ได้กำหนดให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ถูกลงโทษทางวินัยในกรณีซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550  และได้รับโทษหรือรับทัณฑ์ทั้งหมดหรือบางส่วนไปก่อน  หรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ 

         ดังนั้น การที่ ว่าที่ร้อยตรี ดวง ถูกลงโทษให้ปลดออกจากราชการ ก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2550  จึงได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วย และถือได้ว่า ว่าที่ร้อยตรี ดวง  ไม่เคยถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ทางวินัยมาก่อน               

         นับว่าเป็นประวัติที่โชคโชนเลยทีเดียวจากว่าที่ร้อยตรีดวงเฉลิม มาเป็นนายดวงเฉลิม นายดวง ร้อยตรีดวง ร้อยโทดวง และกับล่าสุดร.ต.ท.ดวง ภายใต้ร่มเงาของผู้เป็นพ่อร.ต.อ.เฉลิม ตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรองนายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน

โดย    TnewsOnline
อ่าน    2,428
27-07-12 20:43