ข่าวสถานการณ์ล่าสุด :
18:10    เมย์เเบงค์-เวสต์วูดหวด-18ซิวเเชมป์/ฮุยธุยเซน-11/พรหม,ธงชัย24ร่วม            17:15    กรมอุตุฯ-พรุ่งนี้เหนืออีสานร้อนสุดใต้ฝนลดตอ.ตก30%ขณะกทม.สูง37องศา            16:40    ไชยาโว!เตรียมทำงานอินเดียร่วทแอนน้องสาวย้ำไม่ทิ้งลิเกละครรุมทาบ            16:00    ยูทูบ-โรสสาวหมิ่นฯเย้ยตร.ไร้สิทธิ์จับ-แจ้งFBปิดเพจเก็บขยะแผ่นดิน            15:06    กทม.-นักเศรษฐศาสตร์เชื่อกนง.คงดอกเบี้ย2%คาดยังไม่มีแรงจูงใจใหม่            ปชป.-โฆษกขอผู้นำเหล่าทัพและขรก.แสดงจุดยืนแถลงศอ.รส.-ปัดร่วมทำสัตยาบรรณพท.ปมลงลต.ด้านสุเทพจะระดมคนจัดMOBใหญ่เผด็จศึกมวลชนมาไล่มากรัฐก็ต้องไป:              
หอการค้าชี้ข้าวไทยแพ้ข้าวเวียดนาม

          นายอัทธ์  พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยผลการศึกษาผลกระทบของ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือAEC ต่อเศรษฐกิข้าวไทย ว่าได้วิเคราะห์เปรียบเทียบกับประเทศเวียดนามซึ่งเป็นประเทศคู่แข่งอันดับหนึ่งของไทยในการส่งออกข้าว โดยหากมีการปรับลดอัตราภาษีตามAECภายในปี2558แล้วพบว่าประเทศเวียดนามจะมีมูลค่าการส่งออกข้าวสารไปยังตลาดอาเซียนได้มากกว่าไทย โดยเฉพาะในตลาดฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดการส่งออกสำคัญของไทย ซึ่งกล่าวได้ว่าปัจจุบันเวียดนามเป็นผู้ครองตลาดข้าวสารในอาเซียน

           เนื่องจากคุณภาพของข้าวไทยและเวียดนามมีคุณภาพที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ขณะที่ราคาข้าวของเวียดนามต่ำกว่าไทยอยู่ประมาณตันละ 125 เหรียญในปัจจุบันเนื่องจากมีการปรับลดค่าเงินดองลงมา ซึ่งอาจทำให้ไทยเสียตลาดแอฟริกาที่เป็นตลาดข้าวระดับล่างของไทยได้ในอนาคต  ดั้งนั้นไทยจะต้องทำการประชาสัมพันธ์ทางการตลาดข้าวและเจาะข้าวระดับบนแทน โดยต้องให้ผู้บริโภคสามารถเห็นความแตกต่างด้านคุณภาพระหว่างข้าวไทยและข้าวของเวียดนามได้ ซึ่งภายใน3ปีนี้ก่อนเข้าสู่AEC ไทยควรจะมีการตั้งชุดศึกษาถึงผลดีผลเสียต่อเศรษฐกิจข้าวไทยต่อการเข้าร่วมAEC ครั้งนี้เพื่อรักษาการครองตลาดในภาพรวมระดับโลก

           “การจะตีตลาดข้าวในอาเซียนแข่งกับเวียดนามคงจะค่อนข้างลำบาก สิ่งที่ไทยควรจะทำให้ขณะนี้คือการกระจายความรู้ให้แก่ชาวนาไทยผ่านเครือข่ายในรดับภูมิภาค เพราะหากชาวนาไทยมีความรู้จากการเปิดAEC น้อยก็จะทำให้รายได้ของชาวนาลดลง เนื่องจากไม่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและไม่มีการวางแผนการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการ  โดยจากการศึกษาปัจจุบันพบว่าชาวนาจะได้ประโยชน์จากการเปิดAECเพียงร้อยละ15 ขณะที่กลุ่มโรงสีและผู้ส่งออกจะได้รับประโยชน์ถึงร้อยะล80”นายอัทธ์ กล่าว

            นายอัทธ์  กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในส่วนของภาคแรงงานภายหลังจากมีการเปิดAEC แล้ว จะมีการเคลื่อนย้ายแรงงาได้อย่างเสรี โดยปัจจุบันมีการลงนามความตกลงไปบางส่วน อาทิ อาชีพแพทย์ สถาปนิก พยาบาล วิศวะกร ซึ่งแรงงานในไทยจะต้องมีการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อรองรับการแข่งขัยแรงงานด้านฝีมือที่จะเข้ามาในไทยได้ง่ายขึ้น

โดย    TnewsOnline
อ่าน    885
22-02-11 11:42