ข่าวสถานการณ์ล่าสุด :
11:05    ไม่พร้อม!นาดาลยันผ่าไส้ติ่งขอถอนทัวร์ไฟนอล-หวังฟิตทันสู้ศึกปี2015            10:24    ยะลา-โจรควบเก๋งฝ่าด่านยิงตร.โดนสวนดับ-จนท.เจ็บ2หญิงถูกลูกหลงเจ็บ1            ระยอง-อุกอาจ!ยิงถล่มสจ.วิษณุอดีตแกนนำกปปส.คนสนิทสาธิตสส.ประชาธิปัตย์ตายคาเก๋ง-ตำรวจมีคุยกลุ่มคนก่อนโดนรุมฆ่าตั้ง3ประเด็นการเมืองธุรกิจชู้สาว:               9:21    ระยอง-อุกอาจ!ยิงถล่มสจ.วิษณุอดีตแกนนำกปปส.คนสนิทสาธิตปชป.ตายคาเก๋ง            9:30    ส.ค้าทอง-ทองเปิดตลาดคงที่!ทองแท่งขายบาทละ18,950รับซื้อบาทละ18,850            14:12    สู้!บิลลี่โอแกนแต่งเพลงล้มละลายสอนใจแฟนเพลงหลังถูกศาลสั่งล้มละลาย           
หอการค้าชี้ข้าวไทยแพ้ข้าวเวียดนาม

          นายอัทธ์  พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยผลการศึกษาผลกระทบของ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือAEC ต่อเศรษฐกิข้าวไทย ว่าได้วิเคราะห์เปรียบเทียบกับประเทศเวียดนามซึ่งเป็นประเทศคู่แข่งอันดับหนึ่งของไทยในการส่งออกข้าว โดยหากมีการปรับลดอัตราภาษีตามAECภายในปี2558แล้วพบว่าประเทศเวียดนามจะมีมูลค่าการส่งออกข้าวสารไปยังตลาดอาเซียนได้มากกว่าไทย โดยเฉพาะในตลาดฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดการส่งออกสำคัญของไทย ซึ่งกล่าวได้ว่าปัจจุบันเวียดนามเป็นผู้ครองตลาดข้าวสารในอาเซียน

           เนื่องจากคุณภาพของข้าวไทยและเวียดนามมีคุณภาพที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ขณะที่ราคาข้าวของเวียดนามต่ำกว่าไทยอยู่ประมาณตันละ 125 เหรียญในปัจจุบันเนื่องจากมีการปรับลดค่าเงินดองลงมา ซึ่งอาจทำให้ไทยเสียตลาดแอฟริกาที่เป็นตลาดข้าวระดับล่างของไทยได้ในอนาคต  ดั้งนั้นไทยจะต้องทำการประชาสัมพันธ์ทางการตลาดข้าวและเจาะข้าวระดับบนแทน โดยต้องให้ผู้บริโภคสามารถเห็นความแตกต่างด้านคุณภาพระหว่างข้าวไทยและข้าวของเวียดนามได้ ซึ่งภายใน3ปีนี้ก่อนเข้าสู่AEC ไทยควรจะมีการตั้งชุดศึกษาถึงผลดีผลเสียต่อเศรษฐกิจข้าวไทยต่อการเข้าร่วมAEC ครั้งนี้เพื่อรักษาการครองตลาดในภาพรวมระดับโลก

           “การจะตีตลาดข้าวในอาเซียนแข่งกับเวียดนามคงจะค่อนข้างลำบาก สิ่งที่ไทยควรจะทำให้ขณะนี้คือการกระจายความรู้ให้แก่ชาวนาไทยผ่านเครือข่ายในรดับภูมิภาค เพราะหากชาวนาไทยมีความรู้จากการเปิดAEC น้อยก็จะทำให้รายได้ของชาวนาลดลง เนื่องจากไม่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและไม่มีการวางแผนการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการ  โดยจากการศึกษาปัจจุบันพบว่าชาวนาจะได้ประโยชน์จากการเปิดAECเพียงร้อยละ15 ขณะที่กลุ่มโรงสีและผู้ส่งออกจะได้รับประโยชน์ถึงร้อยะล80”นายอัทธ์ กล่าว

            นายอัทธ์  กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในส่วนของภาคแรงงานภายหลังจากมีการเปิดAEC แล้ว จะมีการเคลื่อนย้ายแรงงาได้อย่างเสรี โดยปัจจุบันมีการลงนามความตกลงไปบางส่วน อาทิ อาชีพแพทย์ สถาปนิก พยาบาล วิศวะกร ซึ่งแรงงานในไทยจะต้องมีการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อรองรับการแข่งขัยแรงงานด้านฝีมือที่จะเข้ามาในไทยได้ง่ายขึ้น


ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีข่าวที่เกี่ยวข้อง
โดย    TnewsOnline
อ่าน    993
22-02-11 11:42
:: นานาทัศนะ ::