ข่าวสถานการณ์ล่าสุด :
6:00    กชม.-ไอวอรี่โคสต์ไล่ตีอิเควทอเรียลกินี1-1/ฝรั่งเศสทุบเดนมาร์กใส2-0            21:00    ขส.ทบ.-นายกฯเชื่อนานาชาติเข้าใจใช้ม.44ฉุนมีแต่คนในปท.ที่ติกันเอง            21:00    ขส.ทบ.-นายกฯเชื่อนานาชาติเข้าใจใช้ม.44ฉุนมีแต่คนในปท.ที่ติกันเอง            17:55    เฮ!เคนภูภูมิเผยแรงเงา2อยู่ในช่วงเตรียมบทเมินกระแสเปรียบเทียบภาค1            กทม.-สุวพันธุ์จ่อถกพระเถระชั้นผู้ใหญ่ปมสงฆ์ชุมนุม31มีค.ห่วงคนแฝงหาผลประโยชน์ขณะเสื้อแดงพะเยาหวั่นรธน.ล้างบางแกนนำเตือนหากทำลายปัญหาก็ไม่จบ:               15:16    สศก.-ภาวะเกษตรไทยไตรมาส1ปี58ติดลบ1.5%จากแล้งรุนแรงน้ำเขื่อนมีน้อย           
หอการค้าชี้ข้าวไทยแพ้ข้าวเวียดนาม

          นายอัทธ์  พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยผลการศึกษาผลกระทบของ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือAEC ต่อเศรษฐกิข้าวไทย ว่าได้วิเคราะห์เปรียบเทียบกับประเทศเวียดนามซึ่งเป็นประเทศคู่แข่งอันดับหนึ่งของไทยในการส่งออกข้าว โดยหากมีการปรับลดอัตราภาษีตามAECภายในปี2558แล้วพบว่าประเทศเวียดนามจะมีมูลค่าการส่งออกข้าวสารไปยังตลาดอาเซียนได้มากกว่าไทย โดยเฉพาะในตลาดฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดการส่งออกสำคัญของไทย ซึ่งกล่าวได้ว่าปัจจุบันเวียดนามเป็นผู้ครองตลาดข้าวสารในอาเซียน

           เนื่องจากคุณภาพของข้าวไทยและเวียดนามมีคุณภาพที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ขณะที่ราคาข้าวของเวียดนามต่ำกว่าไทยอยู่ประมาณตันละ 125 เหรียญในปัจจุบันเนื่องจากมีการปรับลดค่าเงินดองลงมา ซึ่งอาจทำให้ไทยเสียตลาดแอฟริกาที่เป็นตลาดข้าวระดับล่างของไทยได้ในอนาคต  ดั้งนั้นไทยจะต้องทำการประชาสัมพันธ์ทางการตลาดข้าวและเจาะข้าวระดับบนแทน โดยต้องให้ผู้บริโภคสามารถเห็นความแตกต่างด้านคุณภาพระหว่างข้าวไทยและข้าวของเวียดนามได้ ซึ่งภายใน3ปีนี้ก่อนเข้าสู่AEC ไทยควรจะมีการตั้งชุดศึกษาถึงผลดีผลเสียต่อเศรษฐกิจข้าวไทยต่อการเข้าร่วมAEC ครั้งนี้เพื่อรักษาการครองตลาดในภาพรวมระดับโลก

           “การจะตีตลาดข้าวในอาเซียนแข่งกับเวียดนามคงจะค่อนข้างลำบาก สิ่งที่ไทยควรจะทำให้ขณะนี้คือการกระจายความรู้ให้แก่ชาวนาไทยผ่านเครือข่ายในรดับภูมิภาค เพราะหากชาวนาไทยมีความรู้จากการเปิดAEC น้อยก็จะทำให้รายได้ของชาวนาลดลง เนื่องจากไม่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและไม่มีการวางแผนการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการ  โดยจากการศึกษาปัจจุบันพบว่าชาวนาจะได้ประโยชน์จากการเปิดAECเพียงร้อยละ15 ขณะที่กลุ่มโรงสีและผู้ส่งออกจะได้รับประโยชน์ถึงร้อยะล80”นายอัทธ์ กล่าว

            นายอัทธ์  กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในส่วนของภาคแรงงานภายหลังจากมีการเปิดAEC แล้ว จะมีการเคลื่อนย้ายแรงงาได้อย่างเสรี โดยปัจจุบันมีการลงนามความตกลงไปบางส่วน อาทิ อาชีพแพทย์ สถาปนิก พยาบาล วิศวะกร ซึ่งแรงงานในไทยจะต้องมีการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อรองรับการแข่งขัยแรงงานด้านฝีมือที่จะเข้ามาในไทยได้ง่ายขึ้น


โดย    TnewsOnline
ข่าวยอดนิยมในกลุ่มข่าว