ข่าวสถานการณ์ล่าสุด :
20:25    ซูซูกิคัพ-ลอยลำ!อดิศักดิ์เบิ้ลช้างศึกเชือดเสือเหลือง3-2เก็บ6เเต้ม            18:06    กรมอุตุ-พรุ่งนี้ไทยบนอุ่นขึ้นยอดดอยยังหนาวใต้ฝน30%กทม.เช้าหมอกบาง            ร.1พัน2รอ.-สมยศนำของกลางแถลงเพียบรอกรมศิลป์ประเมินค่ายังพบพงศ์พัฒน์ซุกไม้หายากหลายชนิดต้องใช้80คันรถ10ล้อขนเผยรวบอีก5พลเรือนร่วมแก๊งแอบอ้าง:               17:19    ตลท.-ต่างชาติซื้อสุทธิ109.14ล้านบาท/ทองคำปรับราคารวม2ครั้งลง50บาท            16:48    ร.1พัน2-สมยศนำของกลางแถลงยังพบพงศ์พัฒน์ซุกไม้หายากอีก80คันรถ10ล้อ            16:19    ไปไม่รอด!กอล์ฟพิชญะเลิกเคธี่แล้วไร้มือที่3อ้างรักแท้แพ้ระยะทาง           
หอการค้าชี้ข้าวไทยแพ้ข้าวเวียดนาม

          นายอัทธ์  พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยผลการศึกษาผลกระทบของ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือAEC ต่อเศรษฐกิข้าวไทย ว่าได้วิเคราะห์เปรียบเทียบกับประเทศเวียดนามซึ่งเป็นประเทศคู่แข่งอันดับหนึ่งของไทยในการส่งออกข้าว โดยหากมีการปรับลดอัตราภาษีตามAECภายในปี2558แล้วพบว่าประเทศเวียดนามจะมีมูลค่าการส่งออกข้าวสารไปยังตลาดอาเซียนได้มากกว่าไทย โดยเฉพาะในตลาดฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดการส่งออกสำคัญของไทย ซึ่งกล่าวได้ว่าปัจจุบันเวียดนามเป็นผู้ครองตลาดข้าวสารในอาเซียน

           เนื่องจากคุณภาพของข้าวไทยและเวียดนามมีคุณภาพที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ขณะที่ราคาข้าวของเวียดนามต่ำกว่าไทยอยู่ประมาณตันละ 125 เหรียญในปัจจุบันเนื่องจากมีการปรับลดค่าเงินดองลงมา ซึ่งอาจทำให้ไทยเสียตลาดแอฟริกาที่เป็นตลาดข้าวระดับล่างของไทยได้ในอนาคต  ดั้งนั้นไทยจะต้องทำการประชาสัมพันธ์ทางการตลาดข้าวและเจาะข้าวระดับบนแทน โดยต้องให้ผู้บริโภคสามารถเห็นความแตกต่างด้านคุณภาพระหว่างข้าวไทยและข้าวของเวียดนามได้ ซึ่งภายใน3ปีนี้ก่อนเข้าสู่AEC ไทยควรจะมีการตั้งชุดศึกษาถึงผลดีผลเสียต่อเศรษฐกิจข้าวไทยต่อการเข้าร่วมAEC ครั้งนี้เพื่อรักษาการครองตลาดในภาพรวมระดับโลก

           “การจะตีตลาดข้าวในอาเซียนแข่งกับเวียดนามคงจะค่อนข้างลำบาก สิ่งที่ไทยควรจะทำให้ขณะนี้คือการกระจายความรู้ให้แก่ชาวนาไทยผ่านเครือข่ายในรดับภูมิภาค เพราะหากชาวนาไทยมีความรู้จากการเปิดAEC น้อยก็จะทำให้รายได้ของชาวนาลดลง เนื่องจากไม่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและไม่มีการวางแผนการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการ  โดยจากการศึกษาปัจจุบันพบว่าชาวนาจะได้ประโยชน์จากการเปิดAECเพียงร้อยละ15 ขณะที่กลุ่มโรงสีและผู้ส่งออกจะได้รับประโยชน์ถึงร้อยะล80”นายอัทธ์ กล่าว

            นายอัทธ์  กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในส่วนของภาคแรงงานภายหลังจากมีการเปิดAEC แล้ว จะมีการเคลื่อนย้ายแรงงาได้อย่างเสรี โดยปัจจุบันมีการลงนามความตกลงไปบางส่วน อาทิ อาชีพแพทย์ สถาปนิก พยาบาล วิศวะกร ซึ่งแรงงานในไทยจะต้องมีการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อรองรับการแข่งขัยแรงงานด้านฝีมือที่จะเข้ามาในไทยได้ง่ายขึ้น


โดย    TnewsOnline
ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีข่าวที่เกี่ยวข้อง