ข่าวสถานการณ์ล่าสุด :
20:32    คสช.-นายกจะระวังคำพูดให้กริชสุดาหยุดใส่ร้ายติงสื่อยังเสนอข่าวเท็จ            20:32    คสช.-นายกจะระวังคำพูดให้กริชสุดาหยุดใส่ร้ายติงสื่อยังเสนอข่าวเท็จ            19:03    อช.เกมส์-กวินโกล์ช้างศึกถือธงไตรรงค์นำนักกีฬาไทยสู่สนามลำดับที่39            17:21    ตลท.-ต่างชาติซื้อสุทธิ1,788.74ล้านบาท/ทองปรับราคารวม6ครั้งลง50บาท            ปชป.-อภิสิทธิ์ไม่หนักใจแจงกกต.สู้คดียุบพรรคขณะสมยศโชว์ใบโอนเงินสั่งซื้ออาวุธแฉซ้ำกริชสุดาส่งเงิน5หมื่นให้เสื้อแดงในคุกที่โดนคดีปาระเบิดปี53:               13:19    ลุ้นแต่งเอ!แอนทองเขินคนทักราศีคุณนายจับบ่นอยากลงละครรอคนเสนอบทดีๆ           
หอการค้าชี้ข้าวไทยแพ้ข้าวเวียดนาม

          นายอัทธ์  พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยผลการศึกษาผลกระทบของ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือAEC ต่อเศรษฐกิข้าวไทย ว่าได้วิเคราะห์เปรียบเทียบกับประเทศเวียดนามซึ่งเป็นประเทศคู่แข่งอันดับหนึ่งของไทยในการส่งออกข้าว โดยหากมีการปรับลดอัตราภาษีตามAECภายในปี2558แล้วพบว่าประเทศเวียดนามจะมีมูลค่าการส่งออกข้าวสารไปยังตลาดอาเซียนได้มากกว่าไทย โดยเฉพาะในตลาดฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดการส่งออกสำคัญของไทย ซึ่งกล่าวได้ว่าปัจจุบันเวียดนามเป็นผู้ครองตลาดข้าวสารในอาเซียน

           เนื่องจากคุณภาพของข้าวไทยและเวียดนามมีคุณภาพที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ขณะที่ราคาข้าวของเวียดนามต่ำกว่าไทยอยู่ประมาณตันละ 125 เหรียญในปัจจุบันเนื่องจากมีการปรับลดค่าเงินดองลงมา ซึ่งอาจทำให้ไทยเสียตลาดแอฟริกาที่เป็นตลาดข้าวระดับล่างของไทยได้ในอนาคต  ดั้งนั้นไทยจะต้องทำการประชาสัมพันธ์ทางการตลาดข้าวและเจาะข้าวระดับบนแทน โดยต้องให้ผู้บริโภคสามารถเห็นความแตกต่างด้านคุณภาพระหว่างข้าวไทยและข้าวของเวียดนามได้ ซึ่งภายใน3ปีนี้ก่อนเข้าสู่AEC ไทยควรจะมีการตั้งชุดศึกษาถึงผลดีผลเสียต่อเศรษฐกิจข้าวไทยต่อการเข้าร่วมAEC ครั้งนี้เพื่อรักษาการครองตลาดในภาพรวมระดับโลก

           “การจะตีตลาดข้าวในอาเซียนแข่งกับเวียดนามคงจะค่อนข้างลำบาก สิ่งที่ไทยควรจะทำให้ขณะนี้คือการกระจายความรู้ให้แก่ชาวนาไทยผ่านเครือข่ายในรดับภูมิภาค เพราะหากชาวนาไทยมีความรู้จากการเปิดAEC น้อยก็จะทำให้รายได้ของชาวนาลดลง เนื่องจากไม่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและไม่มีการวางแผนการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการ  โดยจากการศึกษาปัจจุบันพบว่าชาวนาจะได้ประโยชน์จากการเปิดAECเพียงร้อยละ15 ขณะที่กลุ่มโรงสีและผู้ส่งออกจะได้รับประโยชน์ถึงร้อยะล80”นายอัทธ์ กล่าว

            นายอัทธ์  กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในส่วนของภาคแรงงานภายหลังจากมีการเปิดAEC แล้ว จะมีการเคลื่อนย้ายแรงงาได้อย่างเสรี โดยปัจจุบันมีการลงนามความตกลงไปบางส่วน อาทิ อาชีพแพทย์ สถาปนิก พยาบาล วิศวะกร ซึ่งแรงงานในไทยจะต้องมีการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อรองรับการแข่งขัยแรงงานด้านฝีมือที่จะเข้ามาในไทยได้ง่ายขึ้น


ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีข่าวที่เกี่ยวข้อง
โดย    TnewsOnline
อ่าน    948
22-02-11 11:42
:: คอลัมนิสต์ ::