ข่าวสถานการณ์ล่าสุด :
13:10    สุราษฎร์-เอกนัฏเผยพระสุเทพขอแกนกปปส.ปล่อยวางงดเคลื่อนไหวการเมือง            13:10    สุราษฎร์-เอกนัฏเผยพระสุเทพขอแกนกปปส.ปล่อยวางงดเคลื่อนไหวการเมือง            กทม.-ปลัดคลังเผยนัดปิดบัญชีจำนำข้าวกลางพย.นี้ขณะหมอวรงค์ย้ำจุดจบคนโกงต้องเข้าคุกอัดเหวงจับแพะชนแกะปมสนช.ถอดยิ่งลักษณ์ไล่ดูข้อมูลให้ดีๆก่อน:               12:17    สยบลือ!เปแอชเชจับราบิโอต์กลางดาวรุ่งวัย19ยืดสัญญาอยู่ทีมถึงปี2019            11:50    มีความสุข!ดิวอริศราแฮปปี้คบไผ่วันพ้อย2ปีย้ำยังไม่คิดเรียกแฟน            11:32    กสิกร-บาทสัปดาห์หน้ากรอบ32.40-32.65จับตาตัวเลขศก.สหรัฐ,ผลหารือECB           
ธปท.ยืนยันเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแข็งแกร่ง

          นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธปท. ยืนยันเศรษฐกิจไทยยังคงฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง และมีทิศทางการฟื้นตัวได้ดีกว่าที่คาดไว้แม้เผชิญวิกฤติเศรษฐกิจยุโรป โดยภาคการผลิต คาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติใน 1-2 เดือนนี้ ส่วนภาคการส่งออก แม้ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แต่มองว่าการส่งออกที่ชะลอลง จะไม่ทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย เปลี่ยนไป

          ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ธปท.ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจหรือจีดีพี ของไทย ในปี 2555 เป็น 6.0% จากเดิมคาดไว้ 5.7% หลังภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ฟื้นตัวได้เร็วกว่า ที่คาดไว้ ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยโดยรวมจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติใน ปลายไตรมาส 2  ถึงต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ หลังประสบอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปลายปีก่อน

          นายไพบูลย์ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวได้ดี มาจากพื้นฐานของเศรษฐกิจที่ แข็งแกร่ง โดยนโยบายการเงินในปัจจุบัน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยแท้จริงอยู่ใกล้ระดับ 0%  ยังเป็นระดับที่เอื้อต่อการลงทุน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ส่วนอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป จะขึ้นอยู่กับการประชุมคณะกรรมการนโยบาย การเงิน หรือ กนง. ในปลายเดือนนี้ โดยจะต้องพิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อในอนาคต และ ทิศทางของอัตราดอกเบี้ยในประเทศอื่นๆ ที่เริ่มมีการทยอยปรับลดลงด้วย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า เป้าหมายของธปท.ยังคงอยู่ที่การดูแลและสนับสนุน ให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้เต็มศักยภาพ พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน ระหว่างนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง

          นายไพบูลย์ ยังแสดงจุดยืนที่จะสนับสนุนการลงทุน ในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ของรัฐบาล โดยเห็นว่า งบลงทุนของไทยมีสัดส่วนน้อยมาก เมื่อเทียบกับงบประมาณอื่นๆ และไทยยังขาดโครงการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ สำหรับสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ที่จะเพิ่มขึ้นจากการลงทุนต่างๆนั้น เขา เชื่อว่า นักลงทุนและตลาดจะยอมรับได้ หากเป็นการลงทุนที่มีคุณภาพ

          ทั้งนี้ หนี้สาธารณะคงค้างของไทย ณ สิ้นเดือน เม.ย.55 อยู่ที่ 4.615 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 42.40% ของจีดีพี
ขณะที่เมื่อปลายเดือนก่อน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง  ระบุว่า รัฐบาลจะผลักดันพระราชบัญญัติ กู้เงิน ราว 1.6-2.0 ล้านล้านบาท เข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ภายใน 6-7 เดือน เพื่อรองรับการลงทุน ในโครงสร้างพื้นฐานของไทย ใน 7 ปีข้างหน้า วงเงิน 2.27 ล้านล้านบาท ตามแผน ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ หรือ กยอ.

          นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ไทยจะต้องหันไปเน้นเรื่องการลงทุนเพื่อการวิจัยและ พัฒนามากขึ้น มากกว่าที่จะเน้นพึ่งพาความช่วยเหลือจากภาครัฐ ยกตัวอย่าง กรณีเงินบาท ที่มีความต้องการจะให้ธปท.ดูแลให้เงินบาทอ่อนค่า  แต่ธปท.ยืนยันว่า ไม่สามารถจะเข้าไปดูแลอัตราแลกเปลี่ยน โดยการดำเนินการที่เป็น การฝืนทิศทางของตลาดได้ เนื่องจากปัจจุบัน อัตราแลกเปลี่ยนในตลาดโลก มีความ ผันผวนไปตามทิศทางของเงินไหลเข้าและไหลออก อย่างไรก็ตาม ธปท.อาจจะเข้าดูแลได้เป็นบางครั้งเท่านั้น เพื่อลดความ ผันผวน แต่คงไม่สามารถฝืนทิศทางตลาด

          นายไพบูลย์ ยังกล่าวถึงระบบธนาคารพาณิชย์ของไทยในขณะนี้ว่า มีความแข็งแกร่ง มากที่สุดประเทศหนึ่งในภูมิภาคนี้ และมีความพร้อมจะรองรับกับวิกฤติเศรษฐกิจโลก ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยระบบธนาคารพาณิชย์ไทย มีเงินกองทุนถึง 2 เท่า ของเกณฑ์ ที่กำหนด ส่วนประเด็นเรื่องส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ หรือสเปรด  ที่อาจจะสูงไปบ้างนั้น มองว่าจะปรับลดลง หลังมีการใช้แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ฉบับที่ 2 ที่มีการเพิ่มการแข่งขัน และมีนโยบายที่จะลดต้นทุนของระบบธนาคารพาณิชย์ ให้ต่ำลง


โดย    TnewsOnline
อ่าน    1,421
09-07-12 11:57
ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีข่าวที่เกี่ยวข้อง