ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้ยึดทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตภริยา ที่ได้จากการขายหุ้นบมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น (SHIN) ให้แก่กลุ่มเทมาเส็ก รวมผลประโยชน์อื่น ๆ รวม 46,373,687,454.74 บาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน จากมูลค่าทั้งหมด 76,621,603,061.05 บาท เนื่องจากเห็นว่าการยึดเงินทั้งหมดไม่เป็นธรรม เพราะมีมูลค่าหุ้นที่ถืออยู่ก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงสั่งคืนเงินจำนวน 30,247 ล้านบาท แก่พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน
ขณะที่ พ .ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่งสูทดำ กล่าวผ่านวิดีโอลิงก์จากดูไบ ภายหลังศาลพิพากษาคดี ว่า คงจะเป็นที่ขบขันกันทั้งโลกว่าการเป็นนายกฯ ทำให้หุ้นของครอบครัวขึ้น จึงต้องยึดเป็นของรัฐ ทั้งที่ตลาดหุ้นขึ้นทั่วโลก วันนี้แต่งชุดดำเพื่อไว้ทุกข์ให้กับความดื้อของตัวเอง ที่ไม่เชื่อคุณหญิงและลูกๆ ทำให้เดือดร้อน และยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคดโกง เนื่องจากมีทรัพย์สินมาตั้งแต่ก่อนเป็นนักการเมือง
พร้อมระบุ ว่า ตนขอเป็นเหยื่อการเมืองคนสุดท้าย เป็นเหยื่อที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กฎหมายไทย กระบวนการยุติธรรมไทย ขาดมาตรฐานสากลอย่างรุนแรง ไม่ได้ใช้หลักยุติธรรมกับตน ทั้งนี้เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นหลังเขาได้ทำทุกอย่างแล้ว
"บทเรียนวันนี้ทำให้รู้ว่านักธุรกิจอย่าเข้ามาเล่นการเมือง เพราะนักธุรกิจมีนิสัยทะลุทะลวงให้สำเร็จ คนละวัฒนธรรมกัน ถ้าเป็นนักธุรกิจจะเข้ามาการเมือง ต้องคิดให้ดี ถ้าจะเข้ามาก็ควรจะต้องขายทรัพย์สินให้หมดก่อน ไม่เช่นนั้นจะถูกยึด เพราะการเมืองดุและใจดำ"
นอกจากนี้ยังกล่าวขอบคุณคนเสื้อแดง ที่ทำทุกอย่างเพื่อตนเอง และไม่มาชุมนุมกันในวันนี้ เพราะมิฉะนั้นจะเข้าทางรัฐบาลที่ต้องการปราบปราม โดยแนะนำว่าคนเสื้อแดงสามารถโกรธได้ แต่ต้องมีสติและอย่าใช้ความรุนแรง
|