- 17 เม.ย. 2569
สรรพสามิตตราดผนึกตำรวจน้ำบุกจับเรือ ลอบขนดีเซลเถื่อน 3,800 ลิตร คาท่าเทียบเรือคลองใหญ่ สารภาพซื้อจากเรือใหญ่กลางทะเลหวังลดต้นทุนทำประมง
ตราด (17 เมษายน 2569) – นายอนันต์ วงศ์ซิ้ม สรรพสามิตพื้นที่ตราด เปิดเผยผลการปฏิบัติงานของคณะเจ้าหน้าที่ นำโดย นายพุทธพงศ์ หยังยืนยง ร่วมกับตำรวจน้ำ สรน.6 กก.5 บก.รน. หลังสืบทราบจากสายลับว่ามีการลักลอบขนน้ำมันผิดกฎหมายในน่านน้ำไทย จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย
เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเรือยนต์บริเวณท่าเทียบเรือ ป.เกษมศิริ อ.คลองใหญ่ พบชายวัย 62 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของเรือ จากการตรวจค้นภายในเรือพบน้ำมันดีเซลผิดกฎหมายบรรจุอยู่ในถังขนาด 200 ลิตร จำนวน 19 ถัง รวมปริมาตรน้ำมันทั้งสิ้น 3,800 ลิตร ซุกซ่อนอยู่
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ซื้อน้ำมันดังกล่าวมาจากเรือลำใหญ่กลางทะเลในราคาลิตรละ 28-30 บาท โดยใช้วิธีลำเลียงใส่เรือเล็กมาส่งต่อเพื่อนำไปใช้ในการทำประมง เนื่องจากมีราคาต่ำกว่าท้องตลาดเกือบ 50% หากไม่ถูกจับกุม โดยไม่มีเอกสารการเสียภาษีหรือหลักฐานทางกฎหมายยืนยันแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี" ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งผู้ต้องหายินยอมชำระค่าปรับตามระเบียบ สำหรับผู้ต้องหา จะถูกปรับภาษีสรรพสามิต ลิตรละ 7.44 บาท พร้อมค่าปรับ 5 เท่า คือ น้ำมัน 3,800 ลิตร x ภาษี 7.44 บาท เป็นเงิน 28,272 บาท + ค่าปรับ 5 เท่า เป็นเงิน 141,360 บาท เบื้องต้นตามกฎหมายสรรพสามิต ผู้ต้องหายินยอมเสียภาษีพร้อมค่าปรับแล้ว สามารถนำน้ำมันไปใช้ต่อได้ เนื่องจากเสียภาษีตามกฎหมาย
ซึ่งหากคิดตามราคาต้นทุนที่ผู้ต้องหาอ้างว่า ซื้อมาขั้นต่ำในราคาลิตรละ 28 บาท ราคา 106,400 บาท บวกกับภาษีและค่าปรับ 141,360 บาท รวมเป็นเงิน 247,760 บาท จะกลายเป็นลิตรละ 65.2 บาท ซึ่งมีราคาสูงกว่าราคาน้ำหน้าปั้ม แต่หากไม่ถูกจับ จะมีราคาต่ำกว่าตลาดถึง 50 %
เมื่อรวมกับต้นทุนน้ำมันที่ซื้อมา ทำให้ราคาน้ำมันเฉลี่ยพุ่งสูงถึง ลิตรละ 65.2 บาท ซึ่งแพงกว่าราคาน้ำมันหน้าปั๊มตามปกติอย่างมาก อย่างไรก็ตามตามกฎหมายสรรพสามิต เมื่อผู้ต้องหายินยอมเสียภาษีและค่าปรับแล้ว สามารถนำน้ำมันไปใช้ต่อได้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองใหญ่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป






