- 22 พ.ค. 2569
“หมอเจด” เตือน อย่ามองข้ามเด็ดขาด ท้องผูกเรื้อรังไม่ใช่เรื่องเล็ก เสี่ยงลำไส้อักเสบ-ไขมันพอกตับโดยไม่รู้ตัว
"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า
หลายคนอ่านถึงตรงนี้อาจงงว่า…“เอ้า ละท้องผูกมันเกี่ยวอะไรกับตับล่ะ?” ฟังดูเหมือนคนละเรื่องเลย แต่จริง ๆ ลำไส้กับตับนี่ทำงานเชื่อมกันตลอดครับ เพราะทุกอย่างที่กินเข้าไป ต้องผ่านลำไส้ แล้วส่งต่อไปที่ตับ
ถ้าลำไส้เสียสมดุล อักเสบ ขับถ่ายไม่ดี ตับก็โดนผลกระทบไปด้วย อย่าคิดว่าแค่ “อึไม่ออก” แล้วจบครับ เพราะบางทีระบบเผาผลาญกับตับกำลังเริ่มรวนไปพร้อมกันแล้ว ก่อนอื่นเรามาเริ่มทำความเข้าถึงเรื่องนี้กันก่อนดีกว่า
1️⃣ ลำไส้กับตับ เค้าเชื่อมถึงกันจริง ๆ
ในทางแพทย์มีคำว่า “Gut-Liver Axis” ครับ คือความสัมพันธ์ระหว่างลำไส้กับตับ ถ้าลำไส้อักเสบหรือจุลินทรีย์เสียสมดุล สารอักเสบบางอย่างจะถูกส่งไปที่ตับผ่านหลอดเลือดโดยตรง ตับก็จะเริ่มอักเสบ และสะสมไขมันง่ายขึ้นครับ เพราะงั้นลำไส้พัง ตับก็ไม่ได้รอดนะครับ
.
2️⃣ ท้องผูกเรื้อรัง มักมาพร้อมจุลินทรีย์ลำไส้เสียสมดุล
คนที่ท้องผูกบ่อย หลายครั้งไม่ได้เป็นแค่เรื่อง “ไฟเบอร์น้อย” อย่างเดียวครับ แต่จุลินทรีย์ในลำไส้มักเริ่มเสียสมดุลด้วย พอแบคทีเรียไม่ดีเยอะขึ้น ลำไส้ก็อักเสบง่ายขึ้น ท้องอืด แก๊สเยอะ แล้วระบบเผาผลาญก็เริ่มรวนตามไปด้วยครับ
.
3️⃣ ยิ่งถ่ายไม่ดี ของเสียยิ่งค้าง ลำไส้ยิ่งอักเสบ
คือร่างกายมันไม่ได้ออกแบบมาให้ของเสียค้างอยู่หลายวันครับ แต่บางคน 3–4 วันค่อยถ่ายที จนชิน แล้วคิดว่าเป็นปกติ ยิ่งค้างนาน ลำไส้ยิ่งระคายเคือง ยิ่งอักเสบ แล้วบางคนก็เริ่มมีทั้งพุง ไขมันสูง น้ำตาลแกว่ง ตามมาเป็นชุดครับ
.
4️⃣ คนท้องผูกเรื้อรัง มักมีพฤติกรรมที่ตับไม่ชอบเหมือนกัน
นั่งนาน ไม่ค่อยขยับ ดื่มน้ำน้อย กินผักน้อย ชอบของหวาน นอนดึก พฤติกรรมพวกนี้ไม่ได้ทำให้แค่ท้องผูกนะครับ แต่มันคือชุดเดียวกับที่ทำให้ “ไขมันพอกตับ” ด้วย หลายคนเลยมาทั้งคู่แบบแพ็กคู่ครับ โดยเฉพาะคนที่มีพุง น้ำหนักขึ้นง่าย แล้วง่วงหลังอาหารบ่อย ๆ ด้วยครับ
.
5️⃣ แล้วกินยาระบายทุกวัน ช่วยจบปัญหาไหม?
อันนี้ต้องเข้าใจตรง ๆ ครับว่า ยาระบายช่วย “ระบาย” แต่ไม่ได้แก้ที่ “ต้นเหตุ” เลย ถ้ายังใช้ชีวิตเหมือนเดิม กินเหมือนเดิม นอนเหมือนเดิม ลำไส้ก็ยังเสียสมดุลอยู่ดี บางคนกินยาระบายจนลำไส้เริ่มขี้เกียจทำงานเองด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นยาระบายใช้ได้ในบางช่วง แต่ไม่ควรเป็นทางรอดหลักตลอดชีวิตครับ
.
6️⃣ ถ่ายทุกวัน ไม่ได้แปลว่าลำไส้ปกติเสมอ
บางคนถ่ายทุกวันนะครับ แต่ยังท้องอืด แน่น ถ่ายไม่สุด หรืออุจจาระแข็งเป็นเม็ด แบบนี้ก็ถือว่าลำไส้ยังทำงานไม่ดีได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นอย่าดูแค่ “ถ่ายไหม” แต่ดูด้วยว่าร่างกายสบายจริงไหมหลังขับถ่ายด้วยครับ เพราะบางคนถ่ายทุกวัน แต่ลำไส้ยังอักเสบและเสียสมดุลอยู่ก็มีนะ
.
ไม่อยากท้องผูกเรื้อรัง จนไขมันพอกตับตามมา เริ่มดูแลตัวเองได้แล้วตั้งแต่วันนี้
• ดื่มน้ำให้พอประมาณ 1.5–2 ลิตรต่อวัน ถ้าแพทย์ไม่ได้จำกัดน้ำ
• เพิ่มผักและไฟเบอร์ในทุกมื้อ เช่น ผักใบ ธัญพืช หรือผลไม้หวานน้อย
• ขยับตัว เดิน หรือออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลำไส้จะทำงานดีขึ้นครับ
• ลดน้ำหวาน ของทอด และอาหารแปรรูป ที่ทำให้ลำไส้อักเสบง่าย
• เพิ่มอาหารที่มีจุลินทรีย์ดี เช่น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ กิมจิ หรืออาหารหมักธรรมชาติครับ
• ถ้าท้องผูกเกิน 2–4 สัปดาห์ หรือมีเลือด น้ำหนักลด ปวดท้องร่วมด้วย ควรตรวจครับ
พออ่านถึงตรงนี้ หลายคนอาจบอกผมว่า “หมอทำให้กลัวอีกแล้ว เอะอะอะไรก็เสี่ยงไปหมด” ใช่ครับ…เพราะเรื่องเล็ก ๆ แบบท้องผูก ท้องอืดนี่แหละ ที่คนชอบมองข้ามกัน ทั้งที่จริงลำไส้มันเกี่ยวทั้งภูมิ น้ำหนัก น้ำตาล แล้วก็ตับเลยครับ ถ้าเริ่มดูแลลำไส้ดีได้ตั้งแต่วันนี้ ก็เหมือนช่วยลดภาระให้ตับไปพร้อมกัน สุขภาพมันไม่ได้พังทีเดียวหรอกครับ แต่มันพังจากคำว่า “ไม่เป็นไร” สะสมทุกวันนี่แหละ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ
