- 29 พ.ค. 2569
ปศุสัตว์นครสวรรค์ลุยตรวจสอบฟาร์มไก่เนื้ออำเภอตาคลี หลังพบลูกไก่อายุ 17 วัน ป่วยตายผิดปกติพุ่งเกิน 3% สั่งบันทึกกักสัตว์ควบคุมการเคลื่อนย้ายทันที
นครสวรรค์ (29 พฤษภาคม 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสะอาด ชาญกิจกรรณ์ ปศุสัตว์จังหวัดนครสวรรค์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอตาคลี เดินทางลงพื้นที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนภายในฟาร์มเลี้ยงไก่แห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ หลังได้รับรายงานระบบเฝ้าระวังว่าพบอัตราการป่วยตายของลูกไก่ภายในโรงเรือนสูงผิดปกติ เกินกว่าร้อยละ 3 ของจำนวนไก่ทั้งหมด
จากการตรวจสอบสภาพแวดล้อมและการจัดการภายในฟาร์มเบื้องต้น พบว่าไก่ที่ประสบปัญหาเป็นลูกไก่อายุประมาณ 17 วัน ซึ่งเลี้ยงอยู่ภายในโรงเรือนระบบปิดจำนวน 2 โรงเรือน แสดงอาการป่วยเด่นชัด อาทิ มีอาการซึม ไม่ลุกเดิน อัตราการกินอาหารลดลงอย่างเห็นได้ชัด ร่วมกับแสดงอาการผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสุ่มตรวจอาการตัวสัตว์อย่างละเอียดตั้งแต่บริเวณด้านหน้า ตรงกลาง และด้านท้ายของโรงเรือน ในเบื้องต้นผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการหมุนเวียนอากาศภายในโรงเรือนอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของสัตว์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินและรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม
ขณะที่ผลการวิเคราะห์จากการผ่าซากพยาธิสภาพเบื้องต้นโดยนายสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์ม ระบุว่า พบลักษณะรอยโรคชัดเจนบริเวณทางเดินหายใจ ได้แก่ สภาวะหลอดลมอักเสบ มีเมือกและสารคัดหลั่งค้างอยู่ภายในหลอดลม ถุงลมมีความขุ่นและหนาตัวขึ้น นอกจากนี้ยังพบสภาวะไตบวมซีด ซึ่งจากรอยโรคและอาการทางคลินิกดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จึงได้ทำการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อและสารคัดหลั่งเพื่อนำส่งตรวจยังห้องปฏิบัติการอ้างอิง เพื่อยืนยันผลการวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคในครั้งนี้
นายสะอาด ชาญกิจกรรณ์ ปศุสัตว์จังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายควบคุมโรคสัตว์ ประกอบด้วย การบันทึกสั่งกักสัตว์ห้ามเคลื่อนย้ายเข้า-ออก การสอบสวนโรคเชิงลึก และจัดส่งตัวอย่างตรวจพิสูจน์ ซึ่งในระหว่างที่รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการนี้ ขอยืนยันว่า "ยังไม่พบข้อบ่งชี้เบื้องต้นใด ๆ ที่ชี้ว่าเป็นโรคระบาดสัตว์ร้ายแรงที่จะส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ หรือมีผลกระทบต่อด้านสาธารณสุขของประชาชน" และทางเจ้าของฟาร์มได้ดำเนินการทำลายและกำจัดซากสัตว์ปีกที่ตายทั้งหมดตามหลักสุขาภิบาลอย่างเคร่งครัดแล้ว
นอกจากนี้ ปศุสัตว์จังหวัดนครสวรรค์ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า จากการสำรวจรัศมีรอบพื้นที่ฟาร์มเกิดเหตุ ยืนยันว่ายังไม่พบรายงานความผิดปกติหรือมีสัตว์ปีกป่วยตายเพิ่มเติมในฟาร์มข้างเคียง แต่อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่จัดชุดเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกในพื้นที่ให้ยกระดับมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) และเร่งปรับปรุงระบบระบายอากาศภายในโรงเรือนให้มีความเหมาะสม เพื่อลดความเครียดของตัวสัตว์และป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคซ้ำ ทั้งนี้ ข้อมูลปัจจุบันยันยันว่าสถานการณ์ดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อประชาชนแต่อย่างใด หากผลตรวจทางห้องปฏิบัติการมีความคืบหน้าจะแจ้งให้สังคมทราบทันที
