- 03 มิ.ย. 2569
สลดกลางไร่พริกชายแดนตาก โดรนกามิกาเซ่ของกองกำลังต่างชาติที่ล้ำเข้ามาในเขตไทย เกิดขัดข้องและตกค้างบนต้นไม้ ก่อนหัวระเบิดหลุดกระเด็นลงใส่กลุ่มแรงงานเมียนมา
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีโดรนพลีชีพ หรือโดรนกามิกาเซ่ ของกองกำลังต่างชาติ ล้ำเข้ามาในเขตประเทศไทยและตกบริเวณตะเข็บชายแดน บ้านมอเกอร์ไทย หมู่ 1 ตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เมื่อช่วงเย็นวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้แรงงานชาวเมียนมาที่รับจ้างเก็บพริกในพื้นที่เสียชีวิตรวม 3 ราย ซึ่งเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน ประกอบด้วย นางมะข่าย อายุ 39 ปี, ด.ช.กะลา อายุ 11 ปี และนายติยะ อายุ 49 ปี โดยผู้เสียชีวิต 2 รายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และอีก 1 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาลพบพระ นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากสะเก็ดระเบิดอีก 2 ราย ได้แก่ นางหน่วย อายุ 39 ปี และนายอ่าวสิ่นอู อายุ 34 ปี ซึ่งอยู่ห่างจากจุดระเบิดออกไป จึงรอดชีวิตมาได้ ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาลในพื้นที่
ล่าสุด พ.ต.อ.อนุสรณ์ ดังก้อง ผู้กำกับการ สภ.พบพระ พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดตาก ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด
จากการตรวจสอบพบชิ้นส่วนปีกโดรนติดค้างอยู่บนต้นไม้สูง พร้อมสายไฟจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ EOD จึงใช้เครื่องมือเก็บกู้ลงมาเพื่อตรวจสอบและเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยได้ปิดกั้นพื้นที่โดยรอบเพื่อความปลอดภัย และห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ
บริเวณจุดระเบิดพบหลุมกว้างประมาณ 1 เมตร อยู่ห่างจากต้นไม้ที่โดรนตกค้างราว 20 เมตร เจ้าหน้าที่พบเศษลวดและสะเก็ดระเบิดกระจายอยู่หลายจุด จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำไปสู่การสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง
นายปิตู อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา ซึ่งพักอยู่ในเพิงใกล้จุดเกิดเหตุและเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงโดรนบินมาจากฝั่งเมียนมา ก่อนจะพุ่งมาตกค้างอยู่บนยอดไม้ จากนั้นหัวระเบิดได้หลุดออกจากตัวโดรนและกระเด็นไปตกในแปลงพริก ซึ่งขณะนั้นมีครอบครัวผู้เสียชีวิตกำลังเก็บพริกอยู่พอดี รวมถึงยังมีแรงงานอีกกว่า 10 คนทำงานอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดได้แจ้งเตือนประชาชน หากพบวัตถุต้องสงสัยหรือวัตถุคล้ายระเบิด ห้ามจับต้อง ล้วง แคะ แกะ หรือเคลื่อนย้ายโดยเด็ดขาด และควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบทันที
สำหรับสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยงแห่งชาติ (KNLA) กับทหารเมียนมา กองพลทหารราบเบาที่ 22 ในวันนี้พบว่าเริ่มเบาบางลง หลายพื้นที่ไม่มีเสียงปืนดังต่อเนื่องเหมือนช่วงก่อนหน้า
ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงของไทยยังคงตรึงกำลังตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด พร้อมประสานและทักท้วงไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หลังเกิดเหตุโดรนล้ำเข้ามาในเขตประเทศไทย โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวอาจเป็นจุดอับสัญญาณ GPS ส่งผลให้โดรนเกิดความผิดพลาดในการนำทาง จนขาดการควบคุมและตกลงบนต้นไม้ ก่อนเกิดเหตุสลดดังกล่าว
