"สนธิญาณ" วิเคราะห์ตรง!! สุเทพ- อภิสิทธิ์พ้นผิดหลุดบ่วงกรรม รายต่อไปเป็น "ธาริต" งานนี้เรียกว่าหนัก!! (เจอดีมีคลิป)

Publish 2017-09-02 15:59:54

       สืบเนื่องจากกรณีที่เมื่อวันที่ 31 ส.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เดินทางมาเพื่อฟังคำสั่งฎีกา คดีสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช.เมื่อ ปี 2553 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง  เป็นจำเลยในความผิด ฐานร่วมกันก่อให้เกิดการฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่น กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 7 เม.ย.-19 พ.ค.53 จำเลยกับพวกร่วมกันมีคำสั่ง ศอฉ.ให้มีการสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วม นปช.โดยใช้อาวุธปืน และเครื่องกระสุนจริงเพื่อขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก 

              ซึ่งศาลได้ มีคำสั่งให้ยกฟ้องเนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่ราชการในฐานะนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี รวมทั้ง ผอ.ศอฉ.ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ด้วย ไม่ใช่การกระทำทางอาญาที่กระทำโดยส่วนตัวแต่อย่างใด  และจากผลวินิจฉัยตัดสินดังกล่าวของทางศาลนั้นเองที่ทำให้บรรดา นปช.ทั้งหลายต่างออกมาแสดงความไม่พึงพอใจ ทั้งยังนำไปเปรียบเทียบกับกรณีของคุณสมชาย วงสวัสดิ์ และพวก กับคดี การสลายการชุมนุมเช่นว่า คำตัดสินนั้น สองมาตรฐานอย่างชัดเจน

    ซึ่งทางคุณสนธิญาณ  ชื่นฤทัยในธรรม ผ.อ.สำนักข่าวทีนิวส์ ก็ได้ออกมาวิเคราะห์ ถึงเรื่องดังกล่าวได้อย่างน่าสนใจ ผ่านทางรายการคลุกวงใน อินไซด์ข่าว สถานี่วิทยุสปริงเรดิโอ  ซึ่งไว้ดังนี้..

    "เรื่องที่คุณอภิสิทธิ์และคุณสุเทพดูว่าจะพ้นบ่วงกรรมแล้ว เรียนว่าคดีนี้ทำให้นึกถึง ผู้ชาย 2 คน คนหนึ่งชื่อ ดร.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง  คดีนี้ไม่เอ่ยชื่อคนนี้ไม่ได้  อีกคนหนึ่งคือ  ธาริต  เพ็งดิษฐ์   มตรา 200 ของประมวลกฎหมายอาญาบอกว่า ผู้ใดเป็นพนักงานในตตำแหน่งพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี  พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา หรือจัดการให้เป็นไปตามกฎหมายอาญา กระทำการ  หรือไม่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดในาตำแหน่งหน้าที่อันเป็นการมิชอบเพื่อช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษหรือต้องโทษน้อยลง  ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 7 ปี  และหากการกระทำหรือไม่กระทำการนั้นเป็นการกลั่นแกล้งให้ต้องโทษระวางคุก จำคุกตั้งแต่ 5 - 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต  ทำไมผมหยิบยกประเด็นนี้มาพูดก่อนล่ะครับ  

       แล้วก็พูดถึงที่ชื่อร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และ ธาริต  เพ็งดิษฐ์ ผมจะทวนให้คุณผู้ฟังได้ฟัง คดีนี้เกิดขึ้นมาจากการที่ นปช. พยายามจะร้องว่าการปฏิบัติการของศอฉ. สมัยที่คุณอภิสิทธิ์ เป็นนนายกและคุณสุเทพ เป็นรองนายก ในการเข้ากระชับพื้นที่และสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์เมื่อปี 2553 เป็นการทำผิดกฎหมาย   ทีนี้จะบอกว่าสองคนนี้กระทำผิดกฎหมาย  มาดูว่าสองคนนี้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ  เมื่อเป็นเจ้าหน้าที่รัฐนั้นหากจะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐก็ชัดเจนว่า  จะต้องดำเนินการตาม พรบ.ของ ปปช.  ในมาตรา66 วรรคแรก ซึ่งกรณีที่กรรมการ ปปช.  เป็นคนสงสัยหรือกล่าวหาว่าผู้ดำรงค์ตำแหน่งทางการเมือง  นายกรัฐมนตรี  รัฐมนตรี สมาชิกสส. / สว.  หรือข้าราชการการเมืองอื่นๆ ร่ำรวยผิดปกติ  กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกระทำความผิดต่อ หน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่กฎหมายอื่น ให้ปปช.ดำเนินการไป  กฎหมายมันเขียนไว้อย่างนี้ครับ  หากจะดำเนินคดีกับคุณอภิสิทธิ์ และ คุณสุเทพเเล้ว  ก็ต้องมีการร้องให้ปปช. สอบสวน  ถ้าปปช.สอบสวนแล้วว่ามีความผิดก็ต้องยื่นอัยการ  อัยการต้องไปฟ้องศาลเหมือนคดีคุณยิ่งลักษณ์ นี่แหละ ยกตัวอย่างจะได้เห็นภาพชัดๆ  แต่ปรากฎว่าหลังจากที่อยู่ในกระบวนการและปปช.วินิจฉัยยกคำร้อง  เนื่องจากสอบสวนแล้วทั้งสองท่านดำเนินการไปตามกฎหมาย  เรื่องนี้หลังจากรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์มาเป็นรัฐบาล  ท่านดร.เฉลิมมาเลย บอกต้องเชื่อดร.ทางกฎหมาย   ก็ให้ตำรวจดำเนินการพิสูจน์การตายของนาย พัน  คำกอง ชื่อนี้คุ้นไหมครับ  เพราะเวลาคนตายอันมีลักษณะผิดปกติ ต้องพิสูจน์และวินิจฉัยว่าตายเพราะอะไร เพราะเวลาตายต้องเขียนในใบมรณะบัตร



     ก็ปรากฏว่าคำวินิจฉัยของศาลเนี่ยวินิจฉัยว่าการตายของนายพันคำกอง ตายเพราะถูกเจ้าหน้าที่ยิง เพราะคุณเฉลิม อยู่บำรุง บอกว่าที่คนตายเพราะคุณสุเทพและคุณอภิสิทธิ์เป็นคนสั่ง ดังนั้นต้องดำเนินคดี ในฐานะคนสั่งฆ่า ในข้อหา เจตนาสั่งให้ฆ่าผู้อื่น คุณสุเทพและคุณอภิสิทธิ์ได้บอกว่าผมจะมีเจตนา แค่ไปกระชับพื้นที่ชุมนุม และผมเป็นข้าราชการการเมือง มันก็ต้องเป็นไปตามพรบ. ปปช. ปปช. ต้องเป็นคนสอบสวนผม ไม่ใช่พนักงานสอบสวนมาสอบสวนผมในฐานะ ประชาชนธรรมดา ผมไม่ได้สั่งการในฐานะประชาชนธรรมดา แต่สั่งการในฐานะนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ดังนั้นคุณธาริต เพ็งดิษฐ์ ทำไม่ถูก คุณสุเทพก็เลยยื่นสู้คดีกันมา

    วันที่ 9 มิถุนายน คุณอภิสิทธิ์กับคุณสุเทพฟ้องคุณธาริต ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และกลั่นแกล้ง ตามมาตรา 200 และมาตรา 157 ปรากฏว่าทางศาลฎีกา ประทับรับฟ้อง วันนี้คุณธาริตต้องหนาวยะเยือก เมื่อมาประกอบกับคำพิพากษาฎีกา ที่ ออกมาวันนี้ มันเชื่อมต่อกันแล้ว ว่าไม่ใช่หน้าที่ของ dsi ที่จะไปฟ้องคุณอภิสิทธิ์และคุณสุเทพ ซึ่งที่คุณอภิสิทธิ์และคนสุเทพฟ้องคุณธาริตก็เป็นลักษณะเดียวกัน คือคุณเป็นเจ้าพนักงาน สอบสวนคุณไม่ใช่ จะมาดำเนินการอะไรก็ได้ ผมจึงฟ้องคุณ ซึ่งตอนให้ศาลประทับรับฟ้อง ศาลก็วินิจฉัยชัดเจนด้วย ว่า คุณธาริตรู้อยู่แล้วว่าคดีดังกล่าว อยู่ในอำนาจการไต่สวนของ ป.ป.ช.  ดังนั้นจะเห็นได้ว่า dsi ทำการสอบสวนคดี คุณดำเนินคดีกับแกนนำและผู้ร่วมชุมนุมน.ป ช. ในข้อกาก่อการร้าย โดยไม่ได้กระทำการสอบสวนโจทก์ทั้งสอง แต่ได้ส่งเรื่องไปให้กรรมการป.ป.ช. ดำเนินการ และคณะป.ป.ช. ก็ไม่ได้ส่งเรื่อง กล่าวหาโจทก์ คุณธาริตเองตอนที่ สอบสวน นปช ทั้งหลาย ก็ไม่สอบ คุณสุเทพ กับคุณอภิสิทธิ์ ไปให้ปปชสอบล่ะ แต่พอคุณยิ่งลักษณ์ กับคุณเฉลิม มามีอำนาจ กลับตัดสินในสิ่งที่ตัวเองทำ หลักฐานมันยันอยู่ โต้งโต้ง ถึงได้บอกว่าจะหนักไง ในความรับฟ้องศาลก็บอกเองด้วยว่า รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ยังได้ให้คุณธาริต ดำรงตำแหน่ง อธิบดี dsi ต่อไปอีก 1 ปี หลังจากหมดตำแหน่งที่ต้องไปทำหน้าที่อื่น แสดงให้เห็นว่า การทำหน้าที่ของนายธาริต ในตำแหน่งเดิม สามารถตอบรับความต้องการของรัฐบาลได้

  


      ผมถึงได้บอกว่าหนัก และไม่รู้ว่า คุณเฉลิมจะหนักด้วยหรือเปล่า คำวินิจฉัยของศาลฎีกา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา ต้องเอาไปอ่าน ลึกซึ้งครับ ซึ่งในคำ วินิจฉัยของศาลฎีกา ผมเรียนอีกว่า สิ่งที่ปรากฏ ทำให้รู้ว่า นายธาริตดำเนินการไม่ชอบ เพราะได้ทำการสอบสวนก่อนหน้านั้นไปแล้ว ได้ความว่าถูกกลุ่มผู้ชุมนุม ติดอาวุธ ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ คือเป็นคดีก่อการร้ายต่อมาได้ สรุปความเห็นควรสั่งฟ้อง นายธาริต กับนายทักษิณ กับพวกรวม 25 คน  ใน ข้อหาร่วมกันก่อการร้าย และเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 53 พนักงานก็ได้ ฟ้องนาย วีระกานต์พร้อมพวก รวม 19 คน ต่อศาลชั้นต้นและหลังจากนั้น มีการเปลี่ยนรัฐบาลเป็นนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี  มีร้อยตำรวจเอก เฉลิมอยู่บำรุง เป็นรองนายกรัฐมนตรี และมีการแต่งตั้งแกนนำนปชกลุ่มแนวร่วม ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ มีกลุ่มเสื้อแดงเป็นแนวร่วมต่อมาวันรที่ 17 ก.ค.2555

       
       ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ ทำการไต่สวนการตายของนายพันคำกอง หลังจากนั้นจึงนำเอามาดำเนินการ ลองเอาข้อมูลมาขนมาทบทวน ให้ผู้ฟังได้ฟังกันจะได้เข้าใจภาพ วันนี้อย่าไปเที่ยวตีความว่า ศาล 2 มาตรฐาน เขาไม่ได้บอกว่าคุณสุเทพและคุณอภิสิทธิ์ไม่มีความผิดนะแต่เป็นเรื่องของ ผู้ที่ไม่มีอำนาจ ในการ สอบสวน มาทำหน้าที่สอบสวนผิดอำนาจหน้าที่ และคนที่ทำผิดอำนาจหน้าที่ก็ได้เคยบอก ว่า กระทำการโดยไม่สุจริต ซึ่งมีโทษหนัก

 

      ทั้งนี้ก็ไม่ทราบว่าชะตากรรมของนาย ธาริต จากนี้จะเป็นอย่างไร  แต่คาดว่าหลายท่านที่สงสัยว่าเหตุใดกรณีที่ใกล้เคียงกัน อย่างการสลายการชุมนุม เฉกเช่นเดียวกัน กลับตัดสินออกมาไดเไม่เหมือนกัน  หรือว่าศาลจะลำเอียงกระบวนการยุติธรรมนั้นเที่ยงธรรมจริงหรือไม่  หากฟังจากคำพินิจวิเคราะห์ของคุณสนธิญาณแล้ว อาจจะพอเข้าใจได้บ้างเหตุเพราะอะไร

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ณัฏฐธิดา สิทธิผล

ติดตามข่าวอื่นๆ