พลิกยิ่งกว่า !?!? เชื่อเขาเลย"แผน" ฟังดูแล้วชักยังไง !!! ที่สุดวั้นนั้นกับวันนี้ เหตุผลเกิดจากความไม่รู้ (มีคลิป)

Publish 2018-03-30 14:13:20

ในรายการทีนิวส์ สด ลึก จริง 30 มีนาคม 2561 ได้นำเสนอข้อมูล กรณีฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ แผน พร้อม และ นายสุกิจ พูลศรี ทนายความ ที่ได้เดินทางมาที่ศาล เพื่อยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีที่เคยฟ้อง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา 200 กลั่นแกล้งให้บุคคลต้องรับโทษทางอาญา
นายฐนุกร หรือ แผน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ติดตามข่าวจากสื่อหลายช่องทางซึ่งมีการระบุเรื่องรับทราบข้อกล่าวหา ตำรวจจะทำการจับกุม จึงตกใจกลัว และยอมรับว่าขาดความรู้ด้านกฎหมาย จึงดำเนินการฟ้อง คดีต่อเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อวานหลังจากที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่กองปราบปราม ข้อเท็จจริงไม่เป็นไปตามกระแสข่าวที่ได้ยินมา ตำรวจได้ปฎิบัติกับตนเองตามขั้นตอน ไม่มีการข่มขู่ หรือ บังคับ จึงตัดสินใจเข้ายื่นถอนฟ้องในวันนี้


(มีคลิป)



ย้อนกลับไป 15 มีนาคม 2561  นายฐนุกร หรือแผน พร้อมด้วย น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือฟ้า เดินทางไปศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานประพฤติหน้าที่โดยมิชอบฯ  ทั้งนี้ คำฟ้องระบุว่า พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผบช.ก.และพล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. จำเลยที่ 1-2 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับความเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม โดยใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยมิชอบฯ เพื่อแกล้งให้บุคคลนั้นรับโทษ หรือหนักขึ้น ตามมาตรา 200 ที่เป็นบทโทษหนักสุดจำคุกตั้งแต่ 1-20 ปี 

จากกรณีออกหมายเรียกให้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาในเวลากระชั้นชิด คือ ออกหมายเรียกเมื่อวันที่ 14 มี.ค. โดยให้มาพบในวันที่ 15 มี.ค.และกรณีการกล่าวหาเปลี่ยนคำให้การของพยานเรื่องบุคคลเก็บลอตเตอรี่ รางวัลที่1 จำนวน 30 ล้านบาท

จนนำมาซึ่ง 29 มีนาคม 2561 นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือนายแผน พยานของนายปรีชา ใคร่ครวญ ในคดีล็อตเตอรี่ 30 ล้านบาท พร้อมทนายความ เดินทางมาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อถอนฟ้องคดี กับพลตำรวจโทฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม ในคดีเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามความผิดมาตรา 157

นายฐนุกร เปิดเผยว่า ได้เข้าไปรับทราบข้อกล่าวหากับตำรวจกองปราบ จนพบว่า การทำสำนวนคดีของตำรวจไม่เป็นไปตามที่สื่อมวลชนนำเสนอ ในการถูกดำเนินคดีที่เกินกว่าเหตุ พร้อมยอมรับว่าไม่มีความรู้ทางด้านกฏหมายจึงขอให้ทนายความคนก่อนแจ้งความแจ้งเอาผิด  ขณะที่นายสุกิจ ทนายความของนายฐนุกร คนปัจจุบัน ยอมรับว่าจากการตรวจลักษณะการฟ้องที่ตำรวจดำเนินคดีกับนายฐนุกรนั้น พบว่าไม่เข้าข่ายการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องยื่นฟ้อง และยืนยันไม่ได้ถูกแทรกแซงจากฝ่ายใด

 

มีคลิป

ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าขอคดีล็อตเตอรี่ 30ล้าน 30 มีนาคม 2561 ผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา พร้อมด้วยชุดพนักงานสอบสวน ปปป. เดินทางมาส่งสำนวนในคดีที่ ผู้บังคับการกองปราบปราม พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด กล่าวหา พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผู้บังคับการจังหวัดกาญจนบุรี ฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม ม.157 ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำให้การในสำนวนคดีล็อตเตอรี่ 30ล้าน ที่มีคู่กรณีระหว่างครูปรีชา ใคร่ครวญ และ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล รวมถึงมีผู้ถูกกล่าวหาอีก3คนในฐานสนับสนุนให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คือ ครูปรีชา นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น และนางสาวพัชริดา พรมต่ หรือเจ๊พัช   ซึ่งได้นำสำนวนคดีจำนวน 2แฟ้ม 798หน้า มาส่งมอบให้กับ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพื่อดำเนินคดีต่อ

ได้สอบปากคำ พล.ต.ต.สุทธิ ซึ่งได้กล่าวอ้างว่ายังมีพยานเป็นตำรวจที่จะให้สอบปากคำเพิ่มเติมอีก แต่ยังไม่ได้นำพยานมาให้สอบปากคำ ซึ่ง พนักงานสอบสวนไม่สามารถรอได้ เพราะมีกรอบระยะเวลาการทำงาน ทั้งนี้ พล.ต.ต.สุทธิ ได้ทำคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร และเอกสารประกอบคำให้การมามอบให้เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มี.ค. ซึ่งหลักฐานที่พล.ต.ต.สุทธิ นำมามอบให้ยังไม่พบพิรุธอะไร แต่ พนักงานสอบสวน ปปป. มีพยานบุคคลคือ พนักงานสอบสวนของสภ.เมืองกาญจนบุรีที่ร่วมกระทำความผิดด้วย แต่ได้กันไว้เป็นพยาน และมีผลการตรวจพิสูจน์ทางคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือของครูปรีชา ซึ่งเป็นรายละเอียดพยานหลักฐาน มาประกอบการพิจารณาในสำนวน และเพียงพอต่อการแจ้งข้อกล่าวหา
  


ทั้งนี้หากผู้ถูกกล่าวหา มีพยานหลักฐานเพิ่มเติม สามารถนำมายื่นให้ ปปช.ได้   พล.ต.ต. กมล บอกด้วยว่า หลักฐานจากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ โดยกองบังคับปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ซึ่งเป็นของสำนวนอื่นด้วยนั้น แต่ทาง ปปป. ได้นำส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงคำให้การในสำนวนมาใช่เป็นหลักฐาน และยืนยันว่ามีการพูดถึง การสนทนาว่าจะต้องมาแก้ไขคำให้การอย่างไรจริง ซึ่งเป็นการสนทนา ระหว่างครูปรีชา กับ ร้อยเวรผู้ทำสำนวนคดีล็อตเตอรี่30ล้าน และครูปรีชา สนทนากับพล.ต.ต.สุทธิ รวมถึง ครูปรีชา สนทนากับเจ้บ้าบิ่น และเจ้พัช ในการนัดแนะให้มาเซ็นต์แก้ไขคำให้การ   ส่วนการตรวจสอบคอมพิวเตอร์จากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ยืนยันได้ว่า มีการแก้ไข ลงรายละเอียดย้อนหลัง ในวันที่เดิม ซึ่งเป็นการใช้ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน

 

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ปปช. สุทธิ บุญมี เป็นตัวแทนมารับหนังสือ พร้อมบอกว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ ก็จะ ทำความเข้าใจเนื้อหา สรุปเสนอเข้าคณะกรรมการ ปปช.ให้พิจารณาเนื่องจากตัวบุคคลเป็นข้าราชการระดับสูง และเป็นคดีที่ประชาชนสนใจก็ต้องเร่งดำเนินการ ภายใต้กรอบการทำงานที่สมบูรณ์ และผู้กล่าวหา สามารถนำหลักฐานมาส่งให้ ปปช.เพิ่มเติมได้   ทั้งนี้ต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาสำนวนก่อน และคาดว่าจะไม่ช้าในการดำเนินการเพราะมีพยานหลักฐานพอสมควรแล้ว

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นางสาวชนุตรา เพชรมูล

ติดตามข่าวอื่นๆ