สนธิญาณ หนุนสุดตัว!!! สูตรเลือกตั้ง แบบจัดสรรปันส่วนผสม - หนุน เกษตรกร ตั้งพรรค - ส่งตัวแทนเป็นปากเป็นเสียงในสภา

"สนธิญาณ" หนุนสุดตัว!!! สูตรเลือกตั้ง "แบบจัดสรรปันส่วนผสม" - หนุน "เกษตรกร" ตั้งพรรค - ส่งตัวแทนเป็นปากเป็นเสียงในสภา

Publish 2016-02-02 16:24:26


"สนธิญาณ" ชี้!! "ประยุทธ์" ปลุกระดมปชช.หนุนร่าง "รธน." สกัดคนเลวไม่ให้เข้ามาแสวงหาผลปย.อีก - ชี้การส่งผู้สมัครตาม ม.85 วรรค 3 เรื่องใหญ่พรรคการเมืองรับไม่ได้ เหตุต้องเลือกภายในก่อนปูทางสู่ "ไพรมารีโหวต" - ลดอิทธิพลเจ้าของพรรค - หนุนสูตรเลือกตั้ง "แบบจัดสรรปันส่วนผสม" โชว์เปรียบเทียบตัวเลขผล "ลต.54" กับสูตรใหม่ "พท.-ปชป." สส.ลด - พรรคขนาดกลางเพิ่ม - หนุน "เกษตรกร" ตั้งพรรค - ส่งตัวแทนเข้าไปเป็นปากเป็นเสียงในสภา

 

 

 

รายการ "ยุคล ถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำคืนวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ออกอากาศทางช่องทีนิวส์  ดำเนินรายการโดย คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) และคุณยุคล วิเศษสังข์ (หนึ่ง)  โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

 

 

 

ยุคล: สวัสดีครับ ต้อนรับคุณผู้ชมเข้ามาในช่วงเวลาของรายการ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ค่ำคืนนี้ วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 นะครับ คุณผู้ชมยังคงอยู่กับผม "ยุคล วิเศษสังข์" เช่นเดิมนะครับ และที่นั่งอยู่ตรงหน้าผม ณ ขณะนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนนะครับ เราไปพบกับพี่ต้อย "สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม" สวัสดีครับพี่ต้อย

 

 


สนธิญาณ: สวัสดีครับหนึ่ง สวัสดีครับท่านผู้ชม ก็พบกันทุกวันจันทร์

 

 


ยุคล: ตามที่เราโปรโมทเอาไว้นะครับ ว่าวันนี้เนี่ยพี่ต้อยจะมาพูดแล้วก็ชำแหละรัฐธรรมนูญฉบับอ.มีชัย

 

 


สนธิญาณ: ทำไมนักการเมืองถึงสยองนัก

 

 


ยุคล: ก็เลยเป็นที่มาของชื่อประเด็นหรือว่าหัวข้อในวันนี้ว่า "รธน.ฉบับมีชัย ทำไมนักการเมืองสยอง" ใช้คำว่าสยองนะครับ

 

 

 


สนธิญาณ: มันน่าสยองรับรอง

 

 


ยุคล: ณ ขณะนี้เราเห็นท่าทีที่ชัดเจนที่สุดของพรรคเพื่อไทยนะครับ ที่ได้ออกมาคัดค้าน ออกมาตอบโต้ ความจริงก็ไม่ได้เหนือความคาดหมาย เพราะว่าที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยก็ไม่สังฆกรรมกับคสช. ทุกเรื่องอยู่แล้ว

 

 


สนธิญาณ: แต่ได้ข่าวเหมือนมีคนพยายามนำเสนอ ว่าจะไม่ลงเลือกตั้งหรือเปล่า มีสุ้มเสียงแบบนี้ออกมา แต่ผมคิดว่าคนเสนอเนี่ยจะโดนคุณทักษิณเขกกบาลก็ได้ จะเป็นยังไงเดี๋ยวค่อยลงรายละเอียดกัน

 

 


ยุคล: ย้ำกับคุณผู้ชมนะครับว่าตอนนี้เนี่ย ร่างรัฐธรรมนูญ ยังอยู่ในขั้นตอนของบันไดขั้นที่ 1 อยู่ ตามตัวเลขโรดแมป ที่จะเรียกว่า 6464 หรือว่า 6485 ก็ตามแต่ ตอนนี้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ก็แจกร่างไปให้กับแม่น้ำในแต่ละสายแล้วก็ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอการแก้ไข มาภายในวันที่ 15 ก.พ.นี้ แล้วหลังจากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการปรับแก้อีกรอบหนึ่ง ก่อนที่จะเดินหน้าไปสู่การทำประชามติ ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นประมาณเดือน ก.ย.-ต.ค. เพราะฉะนั้นก็ตามกันทีละขณะ ณ ขณะนี้เนี่ย ที่่ทราบนะครับว่าเป็นการเปิดเผยเนื้อหา ร่างแรกอย่างเป็นทางการออกมาเป็นที่เรียบร้อย เพราะฉะนั้นจึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ อย่างเต็มเหนี่ยวเลยนะครับ เกี่ยวกับเนื้อหาที่ปรากฏกันออกมา อย่างไรก็ตามนะครับก่อนที่เราจะได้ไปติดตามว่า บรรดานักการเมืองจะสยองตามที่พี่ต้อยว่าเอาไว้อย่างไร ท่าทีของนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นหัวหน้าของคสช. และเป็นผู้ให้กำเนิดคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้ขึ้นมาเนี่ย ถือว่าน่าสนใจที่สุด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อวานนี้เลยครับ

 

 


สนธิญาณ: ใช่ครับ

 

 


ยุคล: พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ได้ออกมาเปิดเผยแทนนายกรัฐมนตรี หรือว่า พล.อ.ประยุทธ์ นะครับ เบื้องต้นก็บอกว่า ขอให้กำลังใจขอบคุณทุกองค์กรที่ทำงานร่วมกันอย่างหนัก ทั้งประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สนช. สปช. เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นกรอบใหญ่ ในการวางระบบและกติกาของประเทศ ลุล่วงตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ถือเป็นความเสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างยิ่ง แม้ว่าจะต้องเผชิญกับแรงเสียดสีและแรงกดดันจากอดีตนักการเมือง และฝ่ายที่อาจจะเสียผลประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้รัฐบาลเชื่อมา ทั้งร่างรัฐธรรมนูญ และบทเฉพาะกาล ล้วนมีความสำคัญ เพราะมีเป้าหมายในการสกัดคนโกง คนเลว ไม่ให้เข้าสู่อำนาจในการบริหารประเทศชาติและแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรของชาติอีก ซึ่งไม่จำกัดวงเฉพาะนักการเมืองเท่านั้น แต่รวมไปถึงเครือข่ายทั้งหลายอีกด้วย ทั้งนี้ในส่วนของรัฐบาลก็จะมีการหารือเพื่อส่งข้อเสนอแนะ ต่อร่างรัฐธรรมนูญจากมุมของรัฐบาลเช่นกัน โดยนายกระบุว่า นี่คือช่วงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องใช้ความกล้าหาญ ที่จะเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดจากระบบเดิมๆ ที่เคยเป็นช่องทางให้ประเทศเสียหาย โดยนักการเมืองที่ใช้รัฐธรรมนูญและกฎหมายในมือ เพราะประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง ประเทศต้องการรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ที่จะช่วยให้ประเทศเดินไปสู่การปฏิรูป และปิดช่องโหว่เหล่านี้ และจนถึงวันนี้สิ่งที่นักการเมืองพูดพาดพิงถึงรัฐธรรมนูญ ก็ล้วนกล่าวถึงสิ่งที่กระทบกับผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่เคยกล่าวถึงประโยชน์ของประเทศ และประชาชนในส่วนรวมเลย รัฐบาลเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ เมื่อพี่น้องประชาชนใช้โอกาสนี้ รวมพลังเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศร่วมกัน หากเราไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ ก็เท่ากับเราทั้งประเทศยื่้นดาบกลับคืนไปให้นักการเมืองกลุ่มผลประโยชน์ได้โอกาสกลับมาทำร้ายสังคมไทย และอนาคตลูกหลานไทยทั้งชาติ ซึ่งหากปล่อยให้เกิดขึ้น คงไม่มีคำใดจะเหมาะไปกว่าเสียหายและเสียของอย่างแท้จริง

 

 

 


สนธิญาณ: ผมต้องเรียนแบบนี้ครับท่านผู้ชมครับ ว่าอันนี้เป็นการเปิดศึก ใส่ไม่ยั้ง เรียกว่าแต่ละหมัดๆ ปลายคางจนหงายหลังนะ สำหรับนักการเมือง ทำไมต้องบอกว่าเปิดศึกผมเรียนแบบนี้นะครับ คำแถลงของพล.ต.สรรเสริญ ที่บอกว่าแถลงแทนท่านนายก แหล่งข่าวผมยืนยันชัดเจนว่า เนื้อหาทั้งหมดไม่ใช่ทีมงานโฆษก หรือทีมงานฝ่ายเสคนหนึ่งคนใดเขียนนะ ท่านนายกเขียนเอง พล.อ.ประยุทธ์ เขียนเองนะท่านผู้ชมครับ ย้ำก่อนนะครับ เมื่อเขียนเองตามที่คุณยุคลอ่านไปให้ฟังเนี่ย ผมจะตัดตอนเอาบางตอนเพื่อให้ได้เห็นภาพ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับแรงเสียดสี หลังจากขอบคุณทุกฝ่ายแล้วเนี่ยนะ กรรมการร่าง สนช. สปช. อะไรก็ตาม และแรงกดดันจากอดีตนักการเมือง ชัดเจนเลย แม้ว่าจะต้องเผชิญแรงเสียดสี และแรงกดดัน จากอดีตนักการเมือง แสดงว่าพล.อ.ประยุทธ์ ชี้เป้าเลย

 

 


ยุคล: ชัดเจน

 

 

 


สนธิญาณ: ว่าคนที่ทำให้เกิดแรงกดดันและแรงเสียดสีได้ มาจากนักการเมือง แบบนี้ถือว่าเปิดหน้าชัดมั้ย เปิดศึกชัดมั้ย  และฝ่ายที่อาจเสียประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลเชื่อว่า ร่างรัฐธรรมนูญและบทเฉพาะกาลล้วนมีความสำคัญ เพราะมีเป้าหมายในการสกัดคนโกง แรงมั้ย คนเลว ไม่ให้เข้าสู่อำนาจในการบริหารประเทศชาติ และแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรของชาติอีก เข้าใจคำว่าอีกมั้ย

 

 

 


ยุคล: ก็ซ้ำสองไม่ให้เกิดขึ้นเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

 

 


สนธิญาณ: ชัดเจน อีก แปลว่านักการเมืองที่มาสร้างแรงเสียดสี มาสร้างแรงกดดัน เพราะไม่พอใจร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นประโยชน์ในการสกัดคนโกง คนเลว ไม่ให้เข้ามาสู่อำนาจ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์อีก ก็แปลว่าก่อนหน้านี้ นักการเมืองเป็นคนทำ เป็นคนสร้างให้ประเทศเสียหายถูกมั้ย เราเสี้ยมให้เค้าตีกันมั้ย ไม่ได้เสี้ยมเพราะนี่เป็นเนื้อหาที่พล.อ.ประยุทธ์ พูด ผ่านพล.ต.สรรเสริญ แล้วที่ผมเรียนตั้งแต่ต้นที่ย้ำว่าเขียนมาเองเนี่ย แสดงว่าไตร่ตรอง กลั่นกรอง คือถ้าอยู่ๆ ท่านนายกออกมาพูดตอบโต้นักข่าว พูดเล่น หรือพูดหลอก โมโหหลุดอะไรไปบ้าง นั่นก็บางทีหลุดนู่นหลุดนี่ แต่แบบนี้ไม่ใช่หลุดครับ เป็นเจตนา เป็นความตั้งใจหนึ่ง ลองดูในบทสิๆ อีกประโยคหนึ่งนะครับ รัฐบาลเชื่อว่า การเปลี่ยนเปลงจะเกิดขึ้นเมื่อพี่น้องประชาชนใช้โอกาสนี้รวมพลังกัน อันนี้ปลุกระดมมั้ย

 

 


ยุคล: ก็ปลุกระดมนะ

 

 


สนธิญาณ: ปลุกระดมว่าให้ประชาชนเนี่ยนะครับ มาร่วมกับคสช. เพื่อสกัดกั้นนักการเมือง เลว ซึ่งเราไม่รู้นะคนไหนดีคนไหนเลวอ่ะ

 

 


ยุคล: ตีความไปถึงขนาดให้ประชาชนยอมรับในขั้นตอนการทำประชามติมั้ยครับแบบนี้

 


 

สนธิญาณ: นี่ไง ก็ต้องมาว่ากันถึงเรื่องประชามติ

 

 


ยุคล: ตีความไปนู่นแล้วนะครับ

 

 


สนธิญาณ: เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเมื่อพี่น้องประชาชนมารวมกันเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งสำคัญ หากเราไม่สามารถก้าวไปได้ ก็เท่ากับยื่นดาบกลับคืนมา แปลว่าอะไร... เอามาแล้วจากคนกลุ่มเดิมเนี่ย ไปยื่นกลับคืนให้อีก ให้กลับมาทำร้ายสังคมไทย และลูกหลานไทย ชัดเจนมั้ย ผมเนี่ยนะครับ เอาบทสัมภาษณ์อันนี้ สื่อทั่วไปก็อาจจะมองข้าม ไม่ได้พาดหัว แต่ผมเรียนเลยว่านี่คือสิ่งที่มาจาก สิ่งที่มาจากหัวใจพล.อ.ประยุทธ์ นี่คือความรู้สึกของพล.อ.ประยุทธ์ นี่คือการประกาศในการที่จะเปิดศึกกับนักการเมือง เป็นการส่งสัญญาณ ว่าปี่กลองเริ่มแล้ว แสดงว่านับจากนี้ไม่กลัวหน้าอิฐหน้าพรม แล้วบังเอิญอีก อ.มีชัย ซึ่งวันนั้นผมได้ไปสัมภาษณ์พิเศษมาเนี่ย โดยไม่ได้นัดหมายนะ พูดตรงกันนะ

 

 


ยุคล: ว่า...

 

 

 


สนธิญาณ: ถ้าเจอฉบับคสช. จะโหดกว่านี้ จตุพรว่ายังไง จตุพรบอกว่าโหดก็โหด อยากเจอ ผมก็เรียนนะถ้าไม่ผ่านเนี่ยได้เจอแน่ คุณจตุพร ในขณะนี้เนี่ยนะ เรียกว่ากำลังเปิดประเด็น เดี๋ยวก่อนที่เราจะลงสู่รายละเอียดเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญเนี่ยนะครับ ในการที่จะแจกแจงให้เห็น คุณจตุพรกำลังเปิดประเด็น เปิดมาวันนี้เลย แสดงจุดยืนว่ายังไงต้องคว่ำแน่ เค้าประกาศว่ายังไง

 

 

 


ยุคล: นายจตุพรบอกแบบนี้นะครับว่า ฝ่ายประชาธิปไตยประกาศคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ประธานกรธ. จะทำให้ผู้นำคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ประโยชน์และไม่เสียประโยชน์ทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้นส่วนความรู้สึกของฝ่ายประชาธิปไตยเพียงกลัวแต่จะมีการเลือกตั้งช้าเท่านั้น อย่างไรก็ตามนายมีชัยมีความเห็นว่า ถ้าคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว จะทำให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับที่โหดกว่าเดิมนั้น ยิ่งทำให้ฝ่ายประชาธิปไตยมีความต้องการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้น เพราะอยากเห็นรัฐธรรมนูญใหม่ที่โหดกว่า จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ถ้าไม่เป็นประชาธิปไตยแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญมาหนึ่งร้อยครั้ง ก็จะคว่ำ 100 ครั้งอยู่ดี ซึ่งเป็นจุดยืนของฝ่ายประชาธิปไตย

 

 


สนธิญาณ: อันนี้ทวงอย่างชัดเจนแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้ว่า คว่ำน่ะคว่ำแน่ แต่ระหว่างว่าคว่ำแน่เนี่ยนะ ผมก็เรียนอีก วันนี้เนี่ยอยู่ในข่ายของการที่จะเสี้ยมทั้งนั้น ผมย้ำเลย ไปเจอแหล่งข่าว ของฟากฝั่งพรรคเพื่อไทย ผมเรียนย้ำจริงๆ ว่าเค้าอยากเลือกตั้ง และเชื่อว่าเลือกแล้วเนี่ยนะ ยังไงก็ตามแต่เค้าก็จะชนะ พรรคประชาธิปัตย์

 

 

 


ยุคล: หมายถึงได้คะแนนเสียงมาเป็นเบอร์ 1 ของทุกพรรค

 

 


สนธิญาณ: แน่นอน เค้าเชื่อ ดูระบบฐานคะแนนดั้งเดิม วิเคราะห์กระบวนการ การเลือกตั้งทั้งหลายทั้งปวง ย้อนกลับไปมองพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่ขยับอะไร อยู่ในสถานะที่ได้เปรียบด้วยซ้ำ หนึ่งเข้าใจมั้ยครับ สายตาที่นักการเมืองของพรรคเพื่อไทยมองนะครับ พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในฐานะที่ได้เปรียบซะด้วยซ้ำ เพราะเหมือนกับเป็นแนวร่วมหรือเป็นพันธมิตรกับคสช. หรือกองทัพ เพราะว่าคนที่ออกมาต่อต้านพรรคเพื่อไทยเนี่ย กับคนที่เชียร์คสช. เนี่ย เป็นอันเดียวกัน แล้วคนที่ออกมาต่อต้านพรรคเพื่อไทย มาต่อต้านนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่เป็นมวลมหาประชาชนเนี่ย น้ำหนักเนี่ยเอียงมาทางข้างเดียวกัน แต่แม้น้ำหนักจะเอียงมาทางข้างเดียวกัน แต่โพลออกมาเนี่ยเค้าก็ยังนำอยู่ สังเกตมั้ย คล้ายๆ ว่าเงื่อนไขปัจจัยเค้าถูกถอยร่นไปติดฝาหมดพรรคเพื่อไทยน่ะ แต่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่คู่ต่อสู้ เมื่อเค้ามองว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่คู่ต่อสู้ เลือกตั้งวันไหน วันนั้นเค้าก็ชนะ การที่ออกมาเล่นเกมทางการเมืองให้ยืดยาว เหนื่อยยาก หรือจะจุดประเด็นให้ไปสู่การเผชิญหน้าอีกครั้ง เค้าไม่อยากได้ นี่หมายถึงนักการเมือง ที่เป็นนักการเมือง...

 


 

ยุคล: นักเลือกตั้ง

 

 


สนธิญาณ: นักเลือกตั้งมืออาชีพ ของพรรคเพื่อไทย เพราะฉะนั้นตอนนี้เนี่ยกำลังอ่านเกมอยู่ เกมที่ว่าเนี่ยคืออะไร เกมที่ว่าเนี่ยอยู่ที่ ทักษิณ ชินวัตร เนี่ย จะเลือกเส้นทางใด ทักษิณ ชินวัตร จะเลือกเส้นทางไหนเนี่ย เส้นทางแรก คว่ำ เผชิญหน้า ท้าทาย เปิดประเด็น เปิดศึก เราอยู่ไม่มีความสุข คุณก็อย่าอยู่อย่างมีความสุข ความหมายเป็นแบบนั้น นี่ทางหนึ่ง อีกทางหนึ่งก็คือว่า เดินเข้าสู่การเลือกตั้ง เพราะยังไงก็ชนะการเลือกตั้ง

 

 

ยุคล: ปล่อยให้เป็นไปตามโรดแมปเลย

 

 


สนธิญาณ: เมื่อชนะการเลือกตั้งจากรัฐบาล ยังไงก็ตามแต่ พอถึงเวลาเนี่ย มันได้สิทธิพรรคใหญ่ในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน พรรคขนาดกลาง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้น ยังไงก็ต้องมาควบหรือเข้าร่วม เป็นพรรคร่วมรัฐบาล กับพรรคที่ได้อันดับหนึ่ง ซึ่งในขณะนี้ผู้นำพรรคทั้งหลาย ก็ยังวนเวียนอยู่แบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นพรรคชาติไทยพัฒนาของคุณบรรหาร พรรคชาติพัฒนา ของคุณสุวัจน์ ยังค้างคาอยู่ก็คือพรรคของคุณเนวิน ภูมิใจไทย แต่สำหรับหัวหน้าพรรคคนใหม่ การเมืองไทยไม่แน่ ในการที่จะเข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทย ชื่ออะไรนะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

 

 


ยุคล: คุณอนุทิน

 

 

 


สนธิญาณ: คุณอนุทิน เพราะลับหลัง ยังเรียกคุณทักษิณนายอยู่เลย

 


ยุคล: นายเป็นลูกพี่ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ

 

 


สนธิญาณ: นายที่เป็นลูกพี่อ่ะ

 

 


ยุคล: เรียกนาย

 

 


สนธิญาณ: ยังเรียกนายที่ให้เกียรติยกย่องเป็นลูกพี่อยู่ เพราะฉะนั้นในทางการเมือง ฝ่ายนักเลือกตั้งทั้งหลายบอกว่า จะอะไรนักหนา ผมเรียนนะครับ บอกแล้วไม่ใช่ยุแยงตะแคงรั่ว คือบรรดานักเลือกตั้งในพรรคเพื่อไทยตอนนี้ ไม่มีความสุขกับการเคลื่อนไหวของคุณจตุพร และนปช. แต่ถามว่าเค้ามีความเห็นมั้ย ในพื้นที่รัฐธรรมนูญเค้าต้องมีความเห็นไปเรื่อยๆ ในฐานะพรรค ในการแสดงจุดยืน แต่ไม่ต้องการให้นำพาไปสู่การ

 

 


ยุคล: คว่ำ

 

 


สนธิญาณ: คือคว่ำไม่คว่ำเนี่ย มันอ่านขาดกัน คือจะคว่ำไม่คว่ำคุณก็ต้องได้รัฐธรรมนูญ ฉบับความคิดของประยุทธ์อยู่ดี จะเป็นฉบับของบวรศักดิ์ มันก็มาตามกรอบรัฐธรรมนูญชั่วคราวของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนกำหนดขึ้นเองจากเงื่อนไขต่างๆ รัฐธรรมนูญฉบับอ.มีชัยนะครับ ก็เป็นเงื่อนไขที่เดินไปตามรัฐธรรมนูญ 2557 ที่พล.อ.ประยุทธ์ กำหนดขึ้นเอง จะผ่านไม่ผ่านก็ตามแต่ถึงเวลามันก็ต้องมีรัฐธรรมนูญ ที่ออกภายใต้กรอบของพล.อ.ประยุทธ์ นี่นักเลือกตั้งมองแบบนี้  คือยังไงก็ต้อง ประยุทธ์ๆๆๆๆๆ ไปทางอื่นไม่ได้ เพราะฉะนั้นเนี่ยการที่ออกมาตอบโต้ทางการเมือง หมายความว่าการสร้างกระแส การเปิดประเด็นเพื่อไม่ให้ดูเป็นฝ่ายตั้งรับจนเกินไป เป็นสีสันต์ในการต่อสู้ แต่ไม่ใช่นำพาไปให้เกิดการเผชิญหน้า หรือการขยับขยายโรดแมป เพราะทางฝ่ายนักเลือกตั้งเค้าคิดว่า ทางฟากฝั่งคสช.เนี่ย ยังต้องการที่จะขยายระยะเวลาในการควบคุมอำนาจต่อไป เพราะฉะนั้นเนี่ยการที่นปช. หรือใครก็ตามแต่ พยายามไปเล่นเกมแรงเนี่ย มันจะเข้าทางคสช.

 

 


ยุคล: แสดงว่าเสียงในพรรคเพื่อไทยหรือว่ากลุ่มคนเสื้อแดงตอนนี้ ก็เสียงแตก มีความคิดเห็นที่หลากหลายบ้าง บ้างก็อยากจะเลือกตั้ง บ้างก็อยากจะแตกหักไปเลย   

 

 

 


สนธิญาณ: ต้องเน้นนักเลือกตั้ง คำว่านักเลือกตั้งเนี่ยนะครับคือ ผู้คนที่เติบโตมาจากการเลือกตั้ง เป็นอาชีพ เป็นนักการเมือง ต่อมาจากรุ่นพ่อ มาสู่รุ่นลูก ก่อนหน้าที่พรรคไทยรักไทยจะตั้ง นึกออกมั้ยครับ พรรคไทยรักไทยไปตอด ไปกว้าน ไปซื้อมา ไปรวมมาแล้ว ตามบังคับบัญชาอะไรของเค้าก็ตามแต่ เค้าก็ไม่รู้จะไปทำอะไรอ่ะ ชีวิตของเค้าคือการเลือกตั้ง สำหรับกลุ่มคนที่เติบโตขึ้นมาทางการเลือกตั้ง แต่กลุ่มคนที่เติบโตมาทางการเคลื่อนไหวทางการเมือง เหมือนคุณจตุพรวันนี้เป็นประธานนปช. จริงหนึ่งแต่ว่าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลก็ไม่เคยได้เข้าไปข้องแวะในอำนาจ ไม่เคยได้ไปเกี่ยวข้อง ขนาดทักษิณ ชินวัตร ประกาศน้องคนนี้ผมรัก คอยดูถึงเวลาผมจะตอบแทน ถึงเวลาเถียงทักษิณออกอากาศทีเดียว ไม่ได้เป็น ชะตากรรมและอนาคตทางการเมือง ยังไม่รู้จะเป็นยังไง เพราะฉะนั้นทุกวันนี้ทุกคนกำลังอ่านใจของทักษิณอยู่ อ่านใจว่าจะเอากันแบบแตกหัก หรือว่าเลือกตั้งแล้วเข้าไปยึดกุมอำนาจรัฐไว้ก่อน อันนี้เป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งการเป็นประเด็นสำคัญผมถึงเรียนย้ำว่า เค้าเนี่ยมั่นใจว่าเค้าชนะพรรคประชาธิปัตย์ ยกตัวอย่างเรื่องราวทางการเมืองมันสลับซับซ้อน ไม่ได้เป็นในทางเดียวกันหมดนะครับท่านผู้ชม มีข่าวคุณเรืองไกรไปยื่นร้องคุณอภิสิทธิ์ ว่าขนาดคุณสมบัติ

 

 


ยุคล: สมัคร ส.ส.

 

 

 


สนธิญาณ: ตามพรรคการเมืองด้วยนะ เพราะรัฐธรรมนูญไม่มีจริง แต่กฎหมายพรรคการเมืองยังอยู่ เพราะฉะนั้นเนี่ยขนาดคุณสมบัติ จะสมัครส.ส. ขาดคุณสมบัติหัวหน้าพรรคเนี่ย กำลังร้อง พรรคเพื่อไทยบางส่วนบอกว่า ยังเนี่ยเรืองไกรนี่ยังไง ทำไมไม่เชียร์ได้จัดการอภิสิทธิ์ เค้าบอกเค้าอยากให้อภิสิทธิ์เนี่ยเป็นหัวหน้าพรรคต่อ

 

 


ยุคล: เพราะว่า

 

 


สนธิญาณ: เพราะเลือกตั้งก็แพ้พรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว หันกลับมาถามคนในพรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียนนะ การเมืองเนี่ยบางทีมันมีมุมนิดเดียวนะครับ ทางฟากฝั่งพรรคประชาธิปัตย์เนี่ย หลายคน หลายกลุ่ม ที่อึดอัดที่น้ำท่วมปากอยู่เนี่ย ลุ้นขาดใจเลยนะเนี่ย

 

 

 


ยุคล: เชียร์คุณเรืองไกรเนี่ยหรอครับ

 

 


สนธิญาณ: ลึกๆ ในใจเนี่ย คุณคิดว่าคนในพรรคประชาธิปัตย์เนี่ย อยากอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคต่อหรอ ก็รู้แล้วว่าการเลือกตั้ง 2 ครั้งมา ทั้งการเป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเนี่ย โพลออกมาก็ยังแพ้ ในความหมายของนักเลือกตั้งเอง ก็ลองหาเลือกตัวเลือกใหม่ๆ ที่ประชาชนอาจจะรู้สึกว่าป๊อปปูล่าขึ้นมาจะเป็นไปได้มั้ย ในพรรคพูดกันเองก็ลำบากนะ เรืองไกรมาช่วยจัดการมันจะเข้าท่าเข้าทาง ผมกำลังเล่าให้ฟังว่า ในมุมมองทางการเมืองที่เป็นอยู่แบบนี้ มันไขว้ไปไขว้มา เรียนท่านผู้ชมว่าอย่าพึ่งไปสรุปว่าอะไรเป็นอะไร แต่ข้อสรุปหนึ่งที่สรุปได้  วันนี้คสช. เปิดศึกกับนักการเมืองเนี่ยแน่นอน จากคำประกาศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเมื่อได้มีเวลามาไล่เรียงดูร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะเห็นว่ามันมีผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์นะ แต่ไม่ว่ากระทบอย่างไร ในกระบวนและระบบวิธีการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะคิดโดยระบบสัดส่วนผสมของอ.บวรศักดิ์ หรือว่าจะเป็นระบบ...

 

 


ยุคล: จัดสรรปันส่วนผสม

 

 


สนธิญาณ: ผมยังเรียกไม่ถูกเลย จัดสรรปันส่วนผสม พรรคเพื่อไทยก็ยังชนะ เพียงแต่ว่าจำนวนส.ส.มันลดน้อยลง อย่างน่าใจหาย และที่สำคัญโอกาสจะถึงครึ่งเรียกว่าไม่มีเลย

 

 

 


ยุคล: แต่ต้องเรียนย้ำว่า ไม่ได้เป็นการเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อไปสกัดพรรคเพื่อไทยนะ

 

 


สนธิญาณ: มันเป็นวิธีคิด ที่มีพื้นฐานทางการเมือง ตามหลักที่ต้องเรียกว่า ... อ.บวรศักดิ์ ก็ลูกศิษย์ของอ.มีชัย ตอนที่อ.บวรศักดิ์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่าง อ.มีชัยก็เป็นที่ปรึกษาอยู่ ลึกๆ พอ อ.มีชัยมาเป็นคณะกรรมการร่าง อ.บวรศักดิ์ก็เป็นที่ปรึกษาโดยไม่ได้ปรากฏนาม คือลูกศิษย์กับอาจารย์น่าจะมีการคุยกันอยู่ เพราะฉะนั้นทางของรัฐธรรมนูญ ยังไงหลักใหญ่ๆ ไปในทางเดียวกัน และวันนี้นะครับที่ผมเรียนว่าสยองมากเลยนะ นักการเมืองโกรธมาก ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้าน หรือพรรคฝั่งรัฐบาล ก็คือการที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เนี่ย เขียนไม่ให้นักการเมืองไปยุ่งกับงบประมาณ ยุ่งแล้วเนี่ยนะเอาถึงตาย ทั้งตัวของส.ส.และรัฐบาลทั้งคณะ เดี๋ยวมาดูรายละเอียด

 

 


ยุคล: ก็เอาเบื้องต้นก่อน พล.อ.ประยุทธ์ วันนี้ ตอนนี้ นาทีนี้ พอใจกับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญนี้

 

 

 


สนธิญาณ: ออกมาเชียร์เนี่ย ออกมาปลุกระดมประชาชนเนี่ย ให้ร่วมกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สกัดกั้นนักการเมือง สกัดกั้นคนเลวไม่ให้กลับเข้ามาอีก

 

 


ยุคล: ส่วนเนื้อหาจะไปสกัดกั้นคนเลวอย่างไรเนี่ยนะครับ เดี๋ยวมาว่าต่อในเบรคหน้า พี่ต้อยจะมาแจกแจงเนื้อหาในส่วนที่สำคัญ ถ้าจะให้ว่ากันทั้งหมด 270 มาตราเนี่ย ก็คงไม่ทัน

 

 


สนธิญาณ: เอาเรื่องระบบเลือกตั้งก่อน เอาเรื่องที่เป็นหัวใจก่อน

 

 


ยุคล: ช่วงหน้ามาติดตามนะครับ ว่าพี่ต้อยจะชำแหละระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไร ช่วงนี้พักกันก่อนซักครู่เดียวครับ (พักช่วง) กลับเข้ามายังเบรคที่สอง ย้ำหัวข้อกันอีกรอบนึงรัฐธรรมนูญฉบับมีชัยทำไมนักการเมืองสยองนะครับ คงต้องมาว่าเรื่องของเนื้อหาและนี่เป็นหัวใจสำคัญของรัฐธรรมนูญก็คือระบบการเลือกตั้งโดยเฉพาะการเลือกตั้ง ส.ส. การเลือกตั้ง ส.ส.ในครั้งนี้ถูกขนานนามไว้ว่าระบบจัดสรรปันส่วนผสม ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาอยากที่จะชูประเด็นนี้ซึ่งถือว่าสำคัญมาก ๆ เพราะว่าปกติเวลาเลือกตั้งเราก็จะนึกถึงภาพประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ แต่ในรัฐธรรมนูญนี้ในมาตราที่85 วรรค3 พูดถึงการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคนั้น ๆ โดยบอกว่าการจัดทำบัญชีรายชื่อตามวรรค2 ต้องให้สมาชิกของพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วย โดยต้องคำนึงถึงผู้สมัครจากภูมิภาคต่าง ๆ และความเท่าเทียมกันระหว่างชายและหญิง ตรงนี้รัฐธรรมนูญกำลังจะบอกอะไรครับ



สนธิญาณ : อันนี้เป็นประเด็นสำคัญ อันนี้ไม่ได้ถามอาจารย์มีชัยมานะครับแปลความตามตัวอักษรเลยครับและถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ยิ่งที่พรรคการเมืองทุกพรรครับไม่ได้ที่บอกว่าปากเป็นประชาธิปไตยจะรับวรรคนี้ไม่ได้ และมาดูกันว่าใครที่เป็นหัวใจเผด็จการ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าการจัดทำบัญชีรายชื่อตามวรรค2 ก็คือการส่งผู้สมัครเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องให้สมาชิกพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วย (หัวเราะ) หัวเราะแปลว่าอะไรครับ แปลว่าพรรคการเมืองไม่ว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคเพื่อไทยมีสมาชิกเป็นล้าน ให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการพิจารณาเป็นอย่างไรครับเลือกประชุมทั้งล้านคน สิบล้านคนแล้วมาเลือกกันว่าปาร์ตี้ลิสต์เป็นใครอย่างนั้นหรือครับ ทำได้ไหมครับ

 

 

ยุคล : ทำได้แต่น่าจะยากครับคนเป็นล้านคนจะมานัดประชุมกัน

 

 

สนธิญาณ : ทำไม่ได้ครับ คือทำได้แต่ว่ายาก จะเอาที่ไหนมาประชุมคนเป็นล้านคน หาสถานที่ก็ไม่ได้แล้วเพราะฉะนั้นต้องทำให้สมาชิกพรรคเขามีส่วนร่วมก็แสดงว่าจะต้องให้พรรคการเมืองจัดการเลือกตั้งของพรรคการเมืองนั้นหรือจะให้กกต.จัดก็ตามแต่คล้าย ๆไพรมารี่โหวต(primary vote)ในการเลือกปาร์ตี้ลิสต์ขึ้นมาก่อน

 

 

ยุคล : เลือกกันเองก่อน

 

 

สนธิญาณ : ถูกต้อง เลือกสมาชิกพรรคต้องเลือกก่อน ทำไมถึงเขียนแบบนี้ครับผมแปลให้เลยว่าก็เพราะที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยใครเป็นคนชี้ครับ

 

 

ยุคล : ก็คุณทักษิณ

 

 

สนธิญาณ : โน่นชี้ข้ามโลกมาเลย ใครเป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ต้องเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อเตรียมตัวเป็นนายกรัฐมนตรี ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์2, 3 , 4 ใครจะมา นายทุนจะสนับสนุนการเลือกตั้งเท่าไหร่เอาไป เบอร์10ได้แน่นอน ตรงนี้ตรงนั้น

 

 

ยุคล : สมาชิกพรรคไม่มีส่วนร่วมเลยนะครับ

 

 

สนธิญาณ : จะมีส่วนอะไรทักษิณชี้คนเดียวหรือคนในตระกูลชินวัตรเท่านั้น นี่คือปาร์ตี้ลิสต์ถามว่าแบบนี้นักการเมืองนักใจไหมช้ำไหม จากที่เคยกำหนดแบบนั้น มาดูพรรคประชาธิปัตย์ต้องถือว่ามีส่วนร่วมกับประชาชนมาแต่เที่ยวนี้ก็กระอักเลือดนี่เขายังไม่ลดจำนวนส.ส.เหลือ 350-400 คน ฉบับนี้เอาส.ส.500 คน แต่ลดส.ส.เขตลงจาก 375 เหลือ 350 เพราะฉะนั้นประชาธิปัตย์เขาต้องจัดบทบาท คุณอย่าลงเขตเลยแก่แล้วให้เด็กหนุ่ม ๆ รุ่นใหม่ไฟแรงลงเถอะ ไปอยู่ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์นั้นเบอร์นั้น คนนั้นมาหน่อยคนนี้มาหน่อยมาจัดปาร์ตี้ลิสต์เรียงใครสนิทสนมกับกลุ่มอำนาจที่บริหารอยู่ก็ได้ลำดับดีๆได้โอกาสที่จะได้เป็น ซึ่งในฉบับนี้ทำแบบนี้ไม่ได้ การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองจะต้องทำบัญชีรายชื่อพรรคละหนึ่งบัญชีแต่พรรคจะต้องไม่ซ้ำกันไม่ซ้ำบัญชีรายชื่อแบบแบ่งเขตเลือกตั้งโดยบัญชีคณะกรรมการเลือกตั้งก่อนมีการรับสมัคร และในวรรค2นั้นการจะทำตามวรรค2 ต้องให้สมาชิกพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการพิจารณา จะมีส่วนร่วมอย่างไรมีการทำบัญชีมาแล้ว ส่วนร่วมอย่างเดียวคือการเลือกจะเลือกโดยการเขียนชื่อหรือการกาว่าใครจะได้อันดับ1 อันดับ2 ซึ่งต้องทำ

 

 

ยุคล : อันนี้น่าสนใจว่าต้องไปออกเป็นกฎหมายลูก

 

 

สนธิญาณ : ก็ต้องออกเป็นกฎหมายลูกในวิธีการ ก็ต้องให้ กกต. เป็นคนจัดครับ จะให้พรรคการเมืองมาจัดเองได้อย่างไรสมาชิกเป็นล้าน ส่วนพรรคเล็ก ๆ ไม่เป็นไร แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านผู้ชมในขณะที่นักการเมืองมาด่าคนร่างรัฐธรรมนูญนี้ว่าเป็นเผด็จการแต่นี่คือการนำเสนอประชาธิปไตยเบื้องต้น พรรคการเมืองคือองค์กรที่ทรงอิทธิพลที่สุดในการจะมายึดอำนาจรัฏฐาธิปัตย์และบริหารราชการแผ่นดินพรรคการเมืองคือผู้ที่กำหนดและชี้ชะตากรรมของประเทศ แล้วจะเป็นประชาธิปไตยอย่างไรหากพรรคการเมืองนั้นถูกควบคุมโดยคนคนเดียวในฐานะเจ้าของพรรค ถูกควบคุมอำนาจโดยกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่ทรงอิทธิพลในพรรคประชาธิปัตย์ นี่ผมกำลังพูด2พรรคการเมืองใหญ่ เขามีการกำหนดให้ตั้งปาร์ตี้ลิสต์เป็นพื้นฐาน ความจริงต่อไปถ้าเล่นไปถึงส.ส.เขตด้วยยิ่งกระอักเลือดใหญ่นะครับ นี่เอาปาร์ตี้ลิสต์ก่อน เพราะปาร์ตี้ลิสต์คือการเปิดโอกาสให้กลุ่มทุนกลุ่มอำนาจกลุ่มพรรคพวกกลุ่มเครือข่ายเข้ามาแสวงหาอำนาจโดยผ่านตำแหน่งแบบนี้จบเลยสำหรับมาตรานี้ เพราะฉะนั้นผมถึงเรียนว่าที่ปากประชาธิปไตยเรียกร้องหาประชาธิปไตยไม่จริงหรอกครับ ผมพูดซ้ำพูดซากพอพูดแล้วก็หาว่าซ้ำเติมพรรคประชาธิปัตย์ แต่ผมยังเจ็บใจไม่หายที่บ้านผมนครศรีธรรมราช นายกอบจ. พรรคประชาธิปัตย์แข่งกันเองเพราะจัดการไม่ได้ ไพรมารีโหวตกันเองไม่ได้ภายในพรรคก็ไม่ได้ก็มาแข่งกันเอง ประชาชนก็สับสนครับ หัวหน้าพรรคลงไปนะนี่ปากเรียกร้องหาประชาธิปไตยลงไปช่วยหาเสียงสายที่สนิทสนมกับตัวเองในพรรค สายที่ไม่สนิทสนมกับตัวเองหรือเป็นอีกสายหนึ่งก็ไม่ได้ไปสนใจแทนที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เราเป็นพรรคที่มีอุดมการณ์เคารพสิทธิการเลือกตั้งของประชาชนเบื้องต้นเราเอาสมาชิกพรรคหรืออะไรมาโหวตคนเดียวก็พอไม่เลยครับให้ลงแข่งแล้วกกต.จัดเป็นอย่างไรครับโกงกันเอง ชอบด่าคนอื่นโกงเลือกตั้งอันนี้โกงกันเองเสียด้วยซ้ำ ผมเรียนครับนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น นี่เอาเฉพาะมาตรา85ก่อน

 

 

ยุคล : นี่ยังไม่ทันเลือกตั้งก็สยองแล้ว

 

 

สนธิญาณ : สมไหมครับที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้สยองสำหรับนักการเมือง คุณไปปลิดเอาอำนาจที่ผู้ทรงอิทธิพลในพรรคหรือเจ้าของพรรคเคยมีมาให้เป็นอำนาจของสมาชิกพรรค มาดูสิครับน้องตู่ต่อสู้มามาก น้องณัฐวุฒิเอาไปลำดับนี้ หมอเหวงมาหลายยกแล้วสู้มาระหว่างนี้จะได้เป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จะได้มาเดินโก้หรูในสภาอยู่ที่ทักษิณชี้ที่มาทำอวดอ้าง อวดเก่งเห็นชัด เห็นไหมครับเวลาทักษิณตอบแทนพวกนปช. ตอบแทนพวกเครือข่ายเห็นชัดครับก็แล้วแต่จะชี้เอา ฉะนั้นมาตรา85 เฉพาะบัญชีรายชื่อการทำปาร์ตี้ลิสต์ซึ่งผมเรียนว่าจริง ๆ เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองต้องสนับสนุนเพราะจะทำให้เกิดการเลือกตั้งพื้นฐานกันในพรรคก่อน

 

 

ยุคล : คัดกรองกันในพรรค

 

 

สนธิญาณ : และคัดกรองกันภายในสมาชิกพรรคคนนี้เขามาสมัครเป็นสมาชิกทำไมครับ เพราะฉะนั้นสมาชิกพรรคจะมีบทบาท พรรคการเมืองจะมีฐานของประชาชนที่แข็งแรงจะมีสมาชิกที่แข็งแรง เพราะสมาชิกเขาจะรู้สึกเบื้องต้นว่ามีส่วนร่วมในการที่จะคัดคนลงสมัครรับเลือกตั้งจะได้เป็นหรือไม่ไม่รู้นะครับ และถ้าต่อไปเรามองในทิศทางของการพัฒนาทิศทางของความถูกต้อง ต่อไปก็เหมือนกัน ส.ส.เขต ในเขตแข่งกันก่อนในหมู่สมาชิกพรรคพอเป็นแบบนี้คนก็อยากไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพราะได้สิทธิ์เลือกตั้งรอบแรกก่อนในการที่จะคัดกรองคนสมัครก็จะขจัดปัญหา เช่น ตระกูลวิเศษสังข์ หลังจากที่ปู่เป็น ส.ส.มา 5 สมัยแล้วก็มาถึงพ่อ หลังจากถึงพ่อแล้วตอนนี้ลูกก็อายุ 25-26 ปีแล้วก็เตรียมการที่จะส่งไม้ไปถึงลูกต่อ โอกาสแบบนี้ถ้าได้ไปทำแบบนี้ในระบบแบ่งเขตด้วยต้องถือว่าเด็ดมาก

 


ยุคล : คือจริง ๆ ในช่วงนี้เป็นช่วงที่ กรธ. อยู่ระหว่างเดินสายเพื่อที่จะประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญ วันนี้คุณผู้ชมได้ฟังทีนิวส์ความจริงก็ช่วย กรธ.

 

 

สนธิญาณ : มาแปลให้ฟังเท่านั้นและผมก็เรียนแล้วว่าความคิดว่าอาจารย์มีชัยรับใช้เผด็จการ ไปร่างแน่นอนอยู่แล้ว คสช. เลือกมา เพราะฉะนั้นต้องรับใช้อยู่แล้วแต่การรับใช้นั้นรับใช้ไปเพื่อต่อท่ออำนาจให้พล.อ.ประยุทธ์อยู่ยาวต่อไปเพื่อจะได้สวาปามหรือทุจริตคอร์รัปชันแบบที่นักการเมืองทำหรือ ก็ไม่ใช่ครับ คำตอบชัดเจนอยู่แล้ววันนี้ประจักษ์นะครับ ไม่ใช่เชียร์พล.อ.ประยุทธ์หัวปักหัวปำ ทักท้วงท้วงติงอะไรไป

 

 

ยุคล : ก็มาดูเนื้อหาต่อไปพูดถึงเรื่องต่อท่ออำนาจ เอาว่าเพียงอาจารย์มีชัยไปเขียนในบทเฉพาะกาลเผื่อการทำกฎหมายลูกจาก 6 เดือน เพิ่มมาอีก 2 เดือนแล้วให้เวลา กกต.เตรียมการเลือกตั้งจาก 4 เดือนเพิ่มเป็น 5 เดือน หรือพูดง่าย ๆ ว่าเพิ่มมาอีก 3 เดือน คนก็มองว่าเป็นการขยายอำนาจให้กันแล้ว แค่ 3 เดือนทำไมสังคมถึงมองอย่างนี้

 

 

สนธิญาณ : สังคมไหนครับ

 

 

ยุคล : สังคมของนักเลือกตั้งที่เอาไปขยายครับ

 

 

สนธิญาณ : ความหมายตอนนี้เอาพรรคเพื่อไทยก่อน ประเด็นไหนที่เป็นประเด็นเขาจะขยายความให้กลายเป็นประเด็นขึ้นมา เช่น บทเฉพาะกาลจะเขียนว่าให้ คสช.และนายกมีอำนาจทางมาตรา44 ต่อไปจะมีรัฐบาลใหม่ มาอีกแล้ว ผมจะอธิบายว่าร่างรัฐธรรมนูญมาตรา44 สำคัญอย่างไรจนไปถึงการมีรัฐบาลใหม่ ยกตัวอย่างว่าพอรัฐธรรมนูญประกาศใช้ระหว่างเตรียมการเลือกตั้ง รัฐบาล คสช. รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์รักษาการ

 

 

ยุคล : รัฐธรรมนูญปี 57 ไม่มีแล้วนะครับ

 

 

สนธิญาณ : เป็นรัฐบาลรักษาการ ผมถามว่าถ้าวันนั้นม็อบออกมา มีการมาขัดขวางการเลือกตั้งมาทำนู้นทำนี่ สถานการณ์นำพาไปเหมือนปี 57 ก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้ารักษาการไม่มีอำนาจ เขามีอำนาจมาตรา44 มีไปเพื่อจะนำส่งสถานการณ์ที่อยู่ในมือ คสช. ไปสู่มือของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ให้เรียบร้อยบริบูรณ์ไม่ใช่รักษาอำนาจไว้ 4-5 เดือนนี้จะได้แสดงอำนาจอย่างเต็มที่ ทำไมต้องไปรอ 4-5 เดือนในการแสดงอำนาจก็แสดงได้ตอนนี้ เวลามีประเด็นอะไรเกิดขึ้นจะกลายเป็นประเด็นที่ต้องหยิบยกไป

 

 

ยุคล : อันนี้เรียกว่าบิดได้ไหมครับ

 

 

สนธิญาณ : ไม่ครับผมถือว่าเป็นเรื่องปกติ

 

 

ยุคล : แต่ กรธ. ก็ต้องเอาให้อยู่นะครับ ต้องอธิบายไม่เช่นนั้นคนจะเข้าใจผิด

 

 

สนธิญาณ : ถูกต้องครับ วันนี้โชคดีแต่ต้องทำงานหน่อยเพราะว่าอีกฝั่งหนึ่งพูดทุกวันอย่าคิดว่าสัจจะความจริงจะปรากฏเดี๋ยวจะเข้าสู่สุภาษิตที่ว่ากว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้เสียก่อนนะครับ เพราะฉะนั้นต้องพูดต้องขยันพูดถึงแม้ว่าจะมีโฆษกมีอะไรวันนี้ต้องให้พล.ต.สรรเสริญมาช่วยพูด ให้นายกมาพูดบ้าง ต้องมีระบบสักนิดในการทำความเข้าใจและเชื่อมโยงเข้าสู่ประชาชน

 

 

ยุคล : การใช้สื่อมีผลมากในการเชื่อมโยงเข้าสู่ประชาชน

 

 

สนธิญาณ : แปลความก่อนคือประเด็นของมาตรา85 ที่หนึ่งถามผมเมื่อสักครู่หนึ่งความจริงเป็นเรื่องที่คณะกรรมการยกร่างฯ ต้องอธิบายก่อนว่าเราต้องการสร้างประชาธิปไตยพื้นฐานอะไรเราต้องการสกัดอะไร คือเวลาพูดพูดเป็นนามธรรม แต่สิ่งที่ผมพูดเป็นรูปธรรม ถ้าทีนิวส์ทำข่าวเจาะไปเจาะมาเลยว่าครั้งก่อนตอนที่จัดปาร์ตี้ลิสต์เอาคนไหนไปเสียบตรงไหนว่าคนไหนไม่ได้มาตามวิถีปกติจะเห็นได้ชัดมากว่าออกมาแบบนี้ขจัดอำนาจอย่างไร

 

 

ยุคล : มาอีกมาตราหนึ่ง ขออนุญาตอ่านให้ฟัง ย้ำกันคุณผู้ชมนะครับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มี ส.ส. 500 คน แบ่งเป็น ส.ส.แบ่งเขต 350 คน และบัญชีรายชื่อ(ปาร์ตี้ลิสต์) 150 คน รวมเป็น 500 คน ส่วนวิธีการเลือกตั้งน่าสนใจเริ่มตั้งแต่มาตรา86 ระบุไว้ว่าการคำนวณหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) นำคะแนนรวมทั้งประเทศที่พรรคการเมืองทุกพรรคที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งหารด้วยห้าร้อยอันเป็นจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎร
(2) นำผลลัพธ์ตาม (1) ไปหารจำนวนคะแนนรวมทั้งประเทศของพรรคการเมืองแต่ละพรรคที่ได้รับจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทุกเขต จำนวนที่ได้รับให้ถือเป็นจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้
(3) นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ลบด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้ง ในทุกเขตเลือกตั้ง ผลลัพธ์คือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะได้รับ
(4 ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเท่ากับหรือสูงกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (2) ให้พรรคการเมืองนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามจำนวนที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และให้นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งต่ำกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีตาม (2) ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินจำนวนที่จะพึงมีตาม (2)
(5) เมื่อได้จำนวนผู้ได้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองแล้ว ให้ผู้สมัครตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใดตายภายหลังวันปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง แต่ก่อนเวลาปิดการลงคะแนนในวันเลือกตั้ง ให้นำคะแนนที่มีผู้ลงคะแนนให้มาคำนวณตาม (1) และ (2) ด้วย การนับคะแนน หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณ การคิดอัตราส่วน และการประกาศผลการเลือกตั้ง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้เป็นมาตราที่86 ซึ่งเป็นหลักการและหลักสาระสำคัญของวิธีการนับคะแนนครับ

 

 

สนธิญาณ : คุณยุคลอ่านไปเหนื่อยเพื่อจะได้เห็นเรียกว่าการเรียงลำดับในข้อกฎหมายให้ชัดเจน ผมเรียนอธิบายสั้น ๆ ว่าคะแนนส.ส.ทั้งสิ้นมีอยู่ 500 คน แบ่งเป็นเขตเลือกตั้ง 350 คน แบ่งเป็นปาร์ตี้ลิสต์ 150 คน แต่ไม่ว่าจะแบ่งหรือไม่แบ่งก็ตามแต่เวลาจะคิดคำนวณ ส.ส.โดยรวมให้เอาคะแนนรวมที่ได้รับเลือกตั้งไปทั้งหมดมาหารตามจำนวนเปอร์เซ็นต์ฟังแล้วอาจจะงง ผมเรียนว่าผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในปี 2554 มีทั้งสิ้นประมาณ 35 ล้านคน จากผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด 46 ล้านคน ในจำนวน 35 ล้านคน ส.ส. 500 คน หารง่าย ๆ เลยได้ 70,000 คะแนน พรรคใดมีคะแนน 70,000 คะแนนได้ ส.ส. 1 คน พรรคใดที่ประชาชนไปลงคะแนนให้ 70,000 คะแนนได้ ส.ส. 1 คน ได้มา 350,000 คน ก็ได้ ส.ส. เท่ากับ 5 คน ได้มา 3,500,000 คะแนน ก็เท่ากับ ส.ส. 50 คน ได้มา 35,000,000 คะแนนก็ได้ ส.ส. 500 คน

 

 

ยุคล : นี่คิดตามหลัก

 

 

สนธิญาณ : คิดง่าย ๆ เลยครับนี่อันที่หนึ่งก่อน เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นแบบนี้จำนวน ส.ส.ที่แต่ละพรรคได้แล้วหลังจากที่ได้คะแนนรวมแล้ว คือใครได้คะแนนเท่าไหร่ก็เอา 7 ไปหารก็จะได้จำนวนส.ส.มา ถ้าได้ ส.ส.เขตเกินจำนวนที่หารหรือพอดีกับจำนวนที่หารไม่มีสิทธิ์ได้รับปาร์ตี้ลิสต์ แต่ถ้าได้ต่ำกว่าขาดอยู่เท่าไหร่ก็จะได้ปาร์ตี้ลิสต์เท่านั้น

 

 

ยุคล : คิดว่าคนดูก็งงครับ เพราะผมกำลังงงอยู่ด้วย

 

 

สนธิญาณ : เดี๋ยวไปดูตารางทำให้ดูช่วงหน้าทำตารางมาให้ดูครับ แล้วจะเห็นชัด

 

 

ยุคล : วันนี้สนธิญาณจะมาฟันธงตัวเลขให้ดูเลยว่าพรรคไหนจะเพิ่มขึ้นน้อยลงอย่างไร

 

 

สนธิญาณ : ทำไมถึงมีการโวยวายและอธิบายว่าเป็นอย่างไร และเมื่อกี้มีคำถามมาจากท่านผู้ชมด้วยว่าบัตร 2 ใบ บัตร 1 ใบเป็นอย่างไร เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังครับ อธิบายเจตนาดีไม่ดีท่านผู้ชมได้พิจารณา

 

 

ยุคล : นอกเหนือจากบัตรใบเดียว ยังมีการให้เสนอว่าที่นายกมาด้วยนะครับ

 

 

สนธิญาณ : เขาว่าจะเตรียมการไปตั้งนายก เพื่อนายกคนนอกอะไรก็ว่าไป ผมจะให้เข้าใจระบบและกระบวนการก่อนครับ

 

 

ยุคล : เดี่ยวมาตามต่อกันในเบรคหน้า ช่วงนี้พักกันก่อนสักครู่เดียวครับ (พักช่วง)  เอาล่ะครับกลับเข้ามาในช่วงนี้วันนี้คุณผู้ชมจะได้รับรู้ทุกซอกทุกมุม


สนธิญาณ : เมื่อกี้ผมเรียนไปแล้วว่าการกำหนดบัญชีรายชื่อเที่ยวนี้ เป็นบัญชีรายชื่อที่ให้สมาชิกพรรคเป็นผู้เลือก

 

 

ยุคล : ไปดูตารางกันก่อนนะครับ แล้วพี่ต้อยจะได้อธิบาย พอเห็นตัวเลขเห็นรูปร่างหน้าตาที่ชัดจะได้เข้าใจง่าย

 

 

สนธิญาณ : เป็นแบบนี้ครับ ผมจะเรียนว่าในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2554 คะแนนที่ปรากฏอยู่ในช่องแรกพรรคเพื่อไทยได้ 14,770,094 คะแนน

 

 

ยุคล : ผมก็ถามมาว่าไหนบอกว่าพรรคเพื่อไทยได้ 15 ล้าน

 

 

สนธิญาณ : คะแนนนี้ไปรวมมาให้เฉพาะคะแนนที่ประชาชนเลือกให้กับ ส.ส.ในเขตเลือกตั้งไม่ใช่ปาร์ตี้ลิสต์ ทั้งชนะทั้งแพ้ทั้งหมดที่พรรคเพื่อไทยส่ง ไม่ได้เอาปาร์ตี้ลิสต์มาคำนวณนะครับ นี่เอาคะแนนเลือกตั้งคะแนนเขตนะครับ ส.ส.เขตอย่างเดียว

 

 

ยุคล : คือพอเราได้ยินว่าพรรคเพื่อไทยได้ 15 ล้านเราก็ไปพูดกันติดปาก จากปาร์ตี้ลิสต์

 

 

สนธิญาณ : คะแนนเขตนี่มีความแตกต่างที่เราเห็นได้ชัด คะแนนเขตเขาได้ 14,770,094 คะแนน พรรคประชาธิปัตย์ได้ 13,343,571 คะแนน พรรคภูมิใจไทยได้ 3,550,429 พรรคชาติไทยพัฒนาได้ 1,883,690 คะแนน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินได้ 1,258,518 คะแนน พรรคพลังชลได้ 256,881 คะแนน พรรคมาตุภูมิ ได้ 370,260 คะแนน ดูตัวเลขนี้นะครับจะเห็นชัดว่าพรรคเพื่อไทยได้ 14 ล้าน ประชาธิปัตย์ได้ 10 ล้าน แต่ส.ส.เขตต่างกันครึ่งต่อครึ่งเลย เพื่อไทยได้ 204 คน ประชาธิปัตย์ได้ 115 คน ครึ่งต่อครึ่งเลยคะแนนห่างกันแค่ 4 ล้านคะแนน นี่ก็จะสะท้อนเจตนาของประชาชนต้องถามว่าคะแนนของคนที่แพ้ประชาชนไปเลือกไหมครับ

 

 

ยุคล : เลือกครับ

 

 

สนธิญาณ : ด้วยวิธีแบบนี้คะแนนหายไปไหมครับ

 

 

ยุคล : ทิ้งเลยครับ

 

 

สนธิญาณ : อาจารย์มีชัยก็บอกว่ามาเอาฉบับใหม่เลือกเบอร์เดียวเลยแล้วเอาคะแนนมานับ ผมก็เอาคะแนนมาเรียงให้ท่านผู้ชมได้เห็นว่าจากการเลือกตั้งเมื่อ 3 ก.ค. 54 เมื่อดูแถวคะแนนของพรรคต่าง ๆ แล้วดูช่องที่2ว่าเขาได้ ส.ส.เขตกี่คน และไปดูช่องที่ 3 ว่าครั้งที่แล้วว่าที่เพื่อไทยได้ 15 ล้าน ทำให้ได้ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 61 คน ดังนั้นการเลือกตั้งเมื่อ 3 ก.ค. 54 เพื่อไทยได้ 265 คน ประชาธิปัตย์ได้ 159 มาดูแบบใหม่ครับ แบบจัดสรรปันส่วนผสมคือคะแนนเลือกตั้งใบเดียว ผมต้องเรียนว่าพรรคแต่ก่อนคือเขาจะส่ง ส.ส.เขาจะคิดมาเป็นเกรดเอ, บี, ซี เกรดเอคือพวกที่ได้แน่ ๆ สู้แล้วต้องได้เอาไป 25 ล้าน ที่ผมพูดนี่ตัวเลขจริงนะครับเอาไปหาเสียง เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องมา..ใช้เงินเลือกตั้งที่ไม่รู้กี่พันล้าน เกรดบีไม่รู้จะได้หรือเปล่าเอาไปก่อน10ล้านถ้าได้แนวโน้มดีเอาไปอีกเพื่อจะได้ไปเท่ากับเกรดเอ ส่วนเกรดซีก็ไปแตะๆเป็นฐานคะแนนยังมีอีกเกรดดี เกรดเอฟคือส่งให้ครบเพราะเป็นพรรคใหญ่ ส่งกันไปเพราะใครก็ไม่อยากลงภาคใต้สำหรับพรรคเพื่อไทยนะครับ เพราะลงไปก็แพ้พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ก็แพ้ที่ภาคอีสาน รู้ว่าแพ้ก็ส่งไป4-5 เขต ใครก็ไม่อยากลงเข้าใจไหมครับเพราะว่าลงแล้วเหนื่อย แต่เที่ยวนี้ไม่ได้แล้ว ความหมายแปลความตามอาจารย์มีชัย นี่สะท้อนประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน ส่งคนลงทั้ง 350 เพื่อจะเก็บเกี่ยวคะแนนให้ได้เยอะทีสุด เพราะฉะนั้นพรรคต้องรับผิดชอบในการส่งคนดี ไม่ใช่ว่าคนนี้ทิ้งไปแบบนั้นไม่ได้แล้วนะครับ ต้องให้ความสำคัญทั้ง 350 คน

 

 

ยุคล : ไม่ชนะได้อันดับ 2 ก็ยังดี

 

 

สนธิญาณ : คะแนนของประชาชนที่ลงไปไม่เสียหายครับ คนนครศรีธรรมราชที่อยากเลือกพรรคเพื่อไทย รู้อยู่แล้วว่าไปเลือกก็แพ้จึงไม่อยากจะเลือก แต่เที่ยวนี้เราเชียร์พรรคเพื่อไทยซึ่งมีนะครับไม่ใช่ไม่มี ทุกคะแนนมีความหมายจะได้ไปรวมเพื่อที่จะได้

 

 

ยุคล : อย่างนี้ไหมครับเหมือนที่พี่ต้อยบอกว่าขั้นต่ำ 70,000 จะได้ ส.ส. 1 คน แต่ถ้าส่งไป 7 เขตแล้วแพ้ทุกเขต แต่ได้มาเขตละ 10,000 ก็ได้ ส.ส. 1 คนแล้ว

 

 

สนธิญาณ : ถูกต้องครับ ทีนี้ให้ชัดต้องกลับไปดูตัวเลขครับ ดู 3 ช่องหลังครับ ถ้าเราสมมติว่าเอาคะแนนในการเลือกตั้งเมื่อปี 2554

 

 

ยุคล : ซึ่งอิงได้ดีที่สุดแล้วในขณะนี้

 

 

สนธิญาณ : ใกล้เคียงที่สุดแล้ว เอามาหารดู

 

 

ยุคล : ตามสูตรที่ว่ามาตรา86

 

 

สนธิญาณ : ที่อาจารย์มีชัยร่างฯมานะครับ พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส. ตามเปอร์เซ็นต์รวมกันแล้ว ไม่เกิน 211 ที่นั่ง

 

 

ยุคล : จากเดิมได้ 265 ที่นั่ง

 

 

สนธิญาณ : นี่ล่ะครับที่เขาต้องเต้นจัดสรรปันส่วน คะแนนจากเดิมที่ได้ 265 แต่มาได้ 211 หายไป 50 เสียงนะครับ ท่านผู้ชมก็ลองดูตามผมเลย เอา 70,000 หาร 14,000,000 หลักคิดง่าย ๆ และถ้าเราดูต่อไปว่าพรรคเพื่อไทยได้คะแนนในอีสานเยอะรวมแล้ว ส.ส.เขตได้ไป 204 ที่นั่งคุณได้ ส.ส.โดยรวม 211 แสดงว่าได้ปาร์ตี้ลิสต์แค่ 7 คน

 

 

ยุคล : คือเอา ส.ส.ที่พึงได้ไปลบ ส.ส.เขต

 

 

สนธิญาณ : ส.ส.ที่พึงได้คือ 211 ไปลบจาก ส.ส.เขตซึ่งคุณได้เยอะอยู่แล้ว 204 ได้ปาร์ตี้ลิสต์ 7 คน

 

 

ยุคล : ได้ปาร์ตี้ลิสต์มาถึงเบอร์ 7

 

 

สนธิญาณ : เห็นไหมครับ พรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.ที่พึงได้ 147 คน ถ้านับตามเปอร์เซ็นต์นี้ ได้ ส.ส.เขต 115 ก็จะได้ปาร์ตี้ลิสต์เหลือ 32

 

 

ยุคล : ประชาธิปัตย์ก็ลดนะครับ

 

 

สนธิญาณ : หายไป 12 ที่น่าสนใจที่พูดกันว่าพรรคขนาดกลางพรรคประชาธิปัตย์ คุณนิพิฏฐ์บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการสืบทอดอำนาจ คสช. ให้พรรคขนาดกลางได้เสียงเยอะขึ้นมาและให้นำเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี 3 คนก็หวังที่จะสืบทอดอำนาจ มาดูกันพรรคขนาดกลางได้ ส.ส.เพิ่มขึ้นจริง มาดูพรรคภูมิใจไทย ครั้งที่แล้วได้ 3,550,429 คะแนน ได้ ส.ส.เขต 29 ได้บัญชีรายชื่อ 5 รวมเป็น 34 เที่ยวนี้ 50 เลยครับถ้าคิดตามแบบนี้คะแนนเดินของภูมิใจไทยได้ 50 จากได้ส.ส.เขตอยู่ 29 ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มมาเป็น 21 คนเลยครับพี่น้อง เห็นไหมครับพรรคภูมิใจไทยเงียบฉี่เลย พรรคขนาดกลางเงียบหมด รัฐธรรมนูญฉบับของอาจารย์บวรศักดิ์ก็เป็นแบบนี้นะครับ แบบเดียวกันวิธีคิดแบบเดียวกัน มาดูสิครับพรรคชาติไทยพัฒนา ได้ส.ส.เขต 15 บัญชีรายชื่อ 4 รวม 19 แบบใหม่ปาเข้าไป 26 ผมเรียนนะครับ ส.ส.ได้คนพรรคการเมืองดีใจแบบว่า 1 เสียง เท่ากับ 1 เก้าอี้ เพราะฉะนั้นอยู่ ๆ เพิ่มขึ้นมาจาก 19 เป็น 26 อีก 7 เสียง พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ได้ ส.ส.เขต 5 คะแนน 1,258,518 คะแนน บัญชีรายชื่อได้ 2 คะแนน รวมเป็น 7 เที่ยวหน้าได้ 18 นี่ขนาดได้เฉพาะโคราชเป็นหลักนะครับ ถ้าจังหวัดอื่น ๆ ได้ก็ได้ 1 คนนะครับ

 

 

ยุคล : ที่ผ่านมาก็ส่งไม่กี่จังหวัดในเขตของตัวเอง

 

 

สนธิญาณ : พรรคพลังชลและมาตุภูมิจากตัวเลขที่ให้เห็นผมจะเรียนอธิบายว่าตัวเลขที่ว่าสิ่งที่สะท้อนว่าพรรคระดับกลางได้มากขึ้นเพื่อจะตั้งนายกรัฐมนตรีคนนอก ผมคิดว่าพูดขาดความรับผิดชอบไปหน่อย เพราะการเลือกตั้งเอาให้เป็นแบบนี้นะครับวางแผนมาถึงขนาดนี้ถ้าพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ไม่เอาก็ตั้งไม่ได้ครับ เพราะเอาแบบใหม่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์รวมกันก็ 358 แล้วครับ จาก 500 ปาเข้าไป 75 เปอร์เซ็นต์แล้ว เพราะฉะนั้นผมถึงเรียนว่าการพูดเรื่องนายกรัฐมนตรีคนนอกเป็นการพูดด้วยความไม่รับผิดชอบ เพราะจะมีนายกรัฐมนตรีคนนอกได้สองพรรคนี้จะต้องเข้าร่วมหรือพรรคหนึ่งพรรคใดคะแนนทิ้งไม่มากก็ต้องเป็นแบบนั้น

 

 

ยุคล : พี่ต้อยกำลังบอกว่านายกคนนอกก็ต้องไปโหวตเลือกส.ส.ในสภาอยู่ดี

 

 

สนธิญาณ : ถูกต้อง และถ้าสองพรรคนี้ไม่เอาก็ไปไม่ได้ พรรคกลางเราคำนวณให้เห็นกันมาแล้ว ภูมิใจแทนเพิ่มมาแล้วเป็น 50 พรรคชาติพัฒนา ชาติพัฒนาแผ่นดิน พลังชล รวมกันแล้วก็ 140 กว่าเองครับ เพราะฉะนั้นพรรคขนาดกลางจะอย่างไรก็ตามแต่ก็ไม่มีทาง ทีนี้ประเด็นให้ชัดเลยว่าการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมทำให้พรรคเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ได้ที่นั่งลดน้อยลง พรรคขนาดกลางเพิ่มขึ้นแต่อยู่ภายใต้หลักการที่อาจารย์มีชัยว่าหรือไม่เป็นเรื่องที่ท่านผู้ชมควรไปพิจารณา ว่าแบบนี้เสียงประชาชนทุกเสียงไม่ได้หายไป ข้อที่สองก็คือพรรคจะต้องรับผิดชอบในการจัดคนส่งในแต่ละเขตเลือกตั้ง อยากได้คะแนนเยอะก็ส่งคนเยอะ ๆ นอกเหนือจากนโยบายไม่ใช่มาอ้างเหตุผลว่าบางพรรคเขียนนโยบายบางที อ้าวเลือกคนเห่วย ๆ มาให้ประชาชนเลือกทำไม ใส่ไปให้แบบว่าเสร็จ ๆ ใส่ไปรู้แล้วว่าแพ้

 

 

ยุคล : บัตรเลือกตั้งใบเดียวละเอียดมากที่เลือกตั้ง ที่จะสะท้อนถึงพรรคและตัวคน

 

 

สนธิญาณ : ถูกต้อง บัตรเลือกตั้งใบเดียวพรรคจะต้องทำงานหนักขึ้นในการรับผิดชอบต่อการเลือกตั้งของประชาชน ไม่ใช่ไปขัดคนแบบห่วย ๆ แบบมักง่ายให้เต็มไป

 

 

ยุคล : สมมติว่าคนไปกาช่องไม่ลงคะแนนมากกว่าคนที่ลงสมัคร

 

 

สนธิญาณ : เขาก็ป้องกันไว้

 

 

ยุคล : แต่ว่าคนไม่ชอบเลย

 

 

สนธิญาณ : ก็พวกคุณทำแบบนี้ไม่ชอบ เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นผมถึงเรียนว่าตอนนี้อธิบายให้สุดท้าย

 

 

ยุคล : ตอนนี้เรื่องที่พี่ต้อยบอกว่าจากตัวเลขสัก 70,000 คะแนน ได้ ส.ส. 1 คน มีข้อเสนอไหมไหมที่กลุ่มอาชีพต่าง ๆ หรือกลุ่มที่ควรจะรักษาผลประโยชน์ตัวเอง

 

 

สนธิญาณ : เป็นแบบนี้ครับ ผมเรียนแล้วเรื่องนี้นะครับ สำหรับพรรคกรรมกรชาวนาเครือข่ายประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสทั้งหลายหากท่านตั้งพรรคขึ้น

 

 

ยุคล : นี่นึกถึงหนังจีนเลยนะครับ พรรคยาจก

 

 

สนธิญาณ : คือภูมิปัญญาชาวบ้านไม่มีโอกาสที่จะไปแทรกในพรรคพวกนี้ มีแต่นักการเมืองมืออาชีพ มีแต่ลูกท่านหลานเธอนี่ นะครับปาร์ตี้ลิสต์เขาให้สมาชิกเลือกก็ดีขึ้นมาหน่อย แต่เที่ยวนี้ประกาศเลยจริง ๆ และได้ไปคุยกับพี่น้อง คือความจริงความแข็งแรงของทีนิวส์ ไม่มีหรอกครับที่เที่ยวพูดว่าอยู่พรรคนู้นพรรคนี้ไม่มีครับ แต่นี่จะมีสักพรรค พรรคคนยากคนจนพรรคชาวไร่ชาวนา พรรคกรรมกร พรรคเครือข่ายของชาวบ้าน อยากจะให้ได้เข้าไปนั่งสภาสัก 10 - 20 คน  70,000 คน ได้ 1 ที่นั่ง เหนือยอาจจะต้องส่ง ส.ส.ให้ครบ 400 ที่นั่ง แต่คิดดูสิครับ

 

 

ยุคล : จุดเป็นแคมเปญเลยไหมครับ

 

 

สนธิญาณ : มีความหมายครับ ลองคิดดูสิครับ ชาวนาชาวสวนยางเกษตรกรมีอยู่เท่าไหร่ แล้วลองนึกดูครับจากที่อภิปรายแย่งชิงอำนาจกันไปมามีคนที่ไปจากชาวนาจริง ๆ คือผมไปประชุมเครือข่ายชาวบ้านมา 2-3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายเพิ่งไปประชุมกับแกนนำกรรมกร ทั้งเครือข่ายภาคเอกชน ทั้งรัฐวิสาหกิจ ความจริงถ่ายมาหมดแต่ไม่ได้เอามาเปิดเผย ไม่ได้กลัวนะครับแต่ไม่อยากโดดเด่นไม่อยากจะดัง ผมทำงานในสิ่งเหล่านี้มาโดยตลอด ไปพูดไปอธิบายและไปชวนว่ามาเป็นกรรมกรก็เหนื่อยหนัก หากมีนามีไร่อยู่บ้านกลับไปทำนาทำไร่เถอะ นี่นำพาไปสู่ป้องกันการเกิดสงครามโลกครั้งที่3 ทีนิวส์รายงานข่าวเรียนท่านผู้ชมผมไม่ได้ขู่ไม่ได้เล่น คือตึงเครียดอยู่ตลอดเวลาพวกผู้นำของมหาอำนาจบ้าอำนาจ เขาไม่ได้สนใจว่าใครจะตายเท่าไหร่ คือพ่อแม่ตระกูลเขาไม่ตายเพราะเป็นผู้นำประเทศ

 

 

ยุคล : เดี๋ยวมีโอกาสติดตามต่อไป

 

 

สนธิญาณ : แต่การทำงานที่เป็นเครือข่ายที่โยงใยอยู่แบบนี้ ตอนนี้ทำกันอยู่มากเพราะฉะนั้นเรื่อง 700,000 คะแนนสำหรับเครือข่ายของคนยากคนจนไม่ใช่เรื่องยากครับ สนธิญาณยุ มีคนสัก 10 คนที่ไปจากชาวนาชาวไร่ไปจากกรรมกรรวมพลังกันจะได้เป็นปากเป็นเสียงจะได้พูดให้คนทั้งประเทศได้ฟังบ้าง ไม่ใช่มีแต่นักการเมืองอาชีพ ไม่ใช่มีแต่ข้าราชการ มีแต่แกนนำมีแต่พวกนักการเมือง

 

 

ยุคล : ความจริงคงจะมีคำถามอีกเยอะ ถ้าไม่มีอะไรมาเป็นประเด็นร้อนแรงในสัปดาห์หน้าคงจะได้พูดกันถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ

 

 

สนธิญาณ : ยังค้างคาและเข้าสู่โหมดของความปะทะกันอย่างเมามันนะครับ จะได้รายงานไป

 

 

ยุคล : วันนี้เป็นหน้าที่ของคนไทยทั้งประเทศที่ต้องทำความเข้าใจเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญและสื่อสารไปยังคนที่เกี่ยวข้อง วันนี้หมดเวลาของผมและพี่ต้อยพบกันใหม่วันจันทร์หน้าสวัสดครับ


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน