สนธิญาณ แฉหลักฐาน ธรรมกายโยงการเมือง-เตือนยิ่งดิ้นยิ่งนำไปสู่อวสาน???

สนธิญาณ แฉหลักฐาน "ธรรมกาย"โยงการเมือง-เตือนยิ่งดิ้นยิ่งนำไปสู่อวสาน???

Publish 2016-06-07 01:05:53

สนธิญาณ แฉหลักฐาน "ธรรมกาย"โยงการเมือง -ชี้ "ธัมมชโย"ถ้าเห็นจริงตามโลกธรรม 8 ให้มอบตัว -ยิ่งดิ้นยิ่งนำไปสู่อวสาน เหตุถูกระบอบ"ระบอบทักษิณ"ใช้เป็นเครื่องมือ ชี้จับไม่ยาก -แต่หวั่นกลายเป็นเงื่อนไข

 

ยุคล : สวัสดีครับต้อนรับคุณผู้ชมเข้ามาช่วงเวลาของรายการยุคลถามตรงสนธิญาณฟันธงตอบนะครับ ค่ำคืนนี้วันจันทร์ที่ มิ.ย. 2559 คุณผู้ชมยังคงอยู่กับผมยุคล วิเศษสังข์ เช่นเดิมนะครับ วันนี้เราจะไปเกริ่นนำตอนสอง จากสัปดาห์ที่แล้วคือจริง ๆ แล้วเราไม่ได้ตั้งเป็นตอนที่สองแต่สืบเนื่องจากว่าสถานการณ์ของพระธัมมชโย สถานการณ์ของดีเอสไอยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน ลากโยงมาจนถึงวันนี้กับการเจรจาจริง ๆ แล้วต้องใช้คำว่า 4ฝ่าย แต่ว่าวัดพระธรรมกายนั้นใช้วิธีการมอบหมายให้ทนายความจากวัดปากน้ำภาษีเจริญนั้นเป็นตัวแทน ทำให้การเจรจาในวันนี้มีเพียง 3 ฝ่ายเท่านั้น ถ้าคุณผู้ชมติดตามจากข่าวหน้าจอทีนิวส์ ก็จะทราบว่ายังไม่ได้ข้อสรุปแต่มีการใช้คำพูดว่าสามารถเจรจากันได้แล้วประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ เหลืออีก 5 เปอร์เซ็นต์ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป นั่นเองก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้เรื่องนี้มีความชัดเจน แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่า 95 เปอร์เซ็นต์นั้นคืออะไร และอีก 5 เปอร์เซ็นต์นั้นคืออะไร หัวข้อในวันนี้เราตั้งเอาไว้ก็คือว่าธรรมกายยังไงก็ถึงคราวอวสานใช่หรือไม่?? วันนี้ผู้ที่จะมาตอบข้อซักถามของผมและวิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุดก็ไม่ใช่ใครอื่น พี่ต้อย สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผอ.สำนักข่าวทีนิวส์ นะครับ  เราไปทักทายพี่ต้อยกันก่อนเลยนะครับ สวัสดีครับพี่ต้อยครับ

 

สนธิญาณ : สวัสดีครับ สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ทุกท่านครับ พบกันทุกวันจันทร์นะครับผม เหมือนกับที่คุณยุคลได้เรียนกับท่านผู้ชมทุกท่านว่าไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นตอนสอง แต่ก็จำเป็นต้องเป็นตอนสอง และเป็นตอนสองที่น่าจะหนักหน่วงกว่าจันทร์ที่ผ่านมา เพราะยิ่งสถานการณ์ยิ่งผ่านไป ผมคิดว่ายิ่งเห็นถึงเจตนาของวัดพระธรรมกายและบรรดาลูกศิษย์เครือข่ายที่ต้องการจะยื้อสถานการณ์จะด้วยเหตุผลอะไรก็ต้องติดตามดูกัน จะได้แจกแจงให้เห็นว่าเหตุผลที่ยื้อเพราะหลวงพ่อบริสุทธิ์ เหตุผลต้องการที่จะให้รักษาเกียรติภูมิหลวงพ่อหรือมีบางส่วนบางสายเข้าไปโยงใยเพื่อจะลากดึงสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องให้เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง เพราะคิดว่าการจะรักษาสถานะวัดพระธรรมกายให้เข้มแข็งต่อไปได้ก็ต้องอาศัยการเมืองที่มีรัฐบาลอันมาจากระบอบทักษิณเท่านั้น

 

ยุคล : อันนี้ถามในแง่สิ่งที่ตัวเองพบเจอมา และคิดว่าท่านผู้ชมก็น่าจะมีคำถามแบบนี้เหมือนกัน เวลาไปเจอใครตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาก็จะถามว่าคุณยุคล เอ๊ะจะจบอย่างไรอันนี้อันที่หนึ่ง อันที่สองก็ถามกันจากเสียงเชียร์ดีเอสไอนะครับพี่ต้อยตอนนี้ฝ่ายที่เชียร์อยู่ดี ๆ เริ่มที่จะไม่สบอารมณ์กับวิธีการของดีเอสไอแล้ว ว่าทำไมไม่ดำเนินการจัดการกันเสียที เอาสองคำถามนี้ก่อนซึ่งผมเจอเยอะมากเวลาผมไปพบปะกับเพื่อนฝูงตลอดสัปดาห์เป็นอย่างไรครับ

 

สนธิญาณ : ที่พูดว่าจะจบอย่างไรนี่เรื่องยาว ต้องไล่เลียงเยอะหมายความว่า ไม่ใช่แค่คำตอบเอาเรื่องดีเอสไปก่อนผมต้องเรียนท่านผู้ชมแบบนี้ว่า เราต้องทำความเข้าใจร่วมกันว่าวันนี้ง่ายในการที่จะจับพระธัมมชโย นั่นหมายความว่า เจ้าหน้าที่รัฐใช้กำลังทางอากาศ ใช้ตำรวจจากนครบาล หน่วยปราบปรามจลาจล ซึ่งสามารถปฏิบัติการโรยตัวจากกลางอากาศได้เหมือนในหนัง เป็นแบบนั้นได้

 

ยุคล : ทำแบบนั้นเลยหรือครับ

 

สนธิญาณ : สมมติว่าถ้าจะทำแบบในหนังนะครับ และก็โรยตัวกำลังเจ้าหน้าที่โรยมาซัก 300 - 400 คน ก็จับได้แล้ว

 

ยุคล : เชื่อว่าจับได้แบบนั้น

 

สนธิญาณ : นั่นหมายความว่าลงไปควบคุมตัวรักษาสภาพพื้นที่ อันที่สองก่อนที่จะทำแบบนั้น ผมถอยหลังจากภาพให้เห็นว่าต้องปิดล้อมวัดพระธรรมกาย การปิดล้อมก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะขณะนี้มีผู้ต้องหาที่หนีคดีอยู่ในวัด ก็เหมือนผมไม่ได้เปรียบว่าพระธัมมชโยเป็นโจรนะครับ ยกตัวอย่างเหมือนกับโจรไปปล้น ฆ่า แล้วหนีเข้าไปอยู่ในวัด แต่เผอิญวัดนั้นเป็นวัดที่มีประชาชนอยู่กันหนาแน่น แล้วตัวเองก็เป็นเครือข่ายญาติของสงฆ์หรือประชาชนที่มีอยู่ ประชาชนเขาห้อมล้อมวัดให้ไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือตำรวจหรือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเข้าไปจับโจร จับไม่ได้ นั่นหมายความว่าวัดเป็นสถานที่ปกป้องคนผิด เมื่อเป็นเช่นนั้นรัฐหรือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบก็มีสิทธิ์ที่จะล้อม เหมือนกับล้อมบ้านก็ล้อมเอาไว้และจะดำเนินการจับกุมเข้าไปดำเนินการอย่างไรก็เข้าไปได้ อันนี้ผมถึงต้องเรียนว่าขอให้เข้าใจดีเอสไอ เพราะถ้าใช้วิธีการอย่างนั้น ปิดล้อมแล้วบีบใช้กำลังบีบเข้าไป เพราะอย่าว่าแต่วัดเลย มีกองกำลังชายชุดดำ มีม็อบมวลชนป้องกันเมื่อจะทำการบุกเข้าไปก็บุกได้ แต่บุกแล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นคืออะไร เราจะต้องวิเคราะห์และต้องวินิจฉัยและใจเย็น เพราะลูกศิษย์วัดพระธรรมกายและคนที่อยู่เบื้องหลังวัดพระธรรมกายรู้ว่านี่เป็นจุดอ่อนและแปรจุดอ่อนนี้มาเป็นจุดแข็งของตัวเองในการที่จะสร้างเงื่อนไขดังกล่าวให้ยืดยาวออกไป เพราะฉะนั้นการจับไม่ใช่เรื่องยาก ผมเรียนว่าปิดล้อมและโรยตัวกำลังทางอากาศเข้าไป ไม่เช่นนั้นจะมีประสิทธิภาพอะไรถ้าเกิดมีการชิงตัวประกัน ความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามมีไม่เพียงพอของประเทศจะได้รับความน่าเชื่อถือจากใครครับ เพราะฉะนั้นผมถึงต้องเรียนท่านผู้ชมว่าต้องเข้าใจอย่าใจร้อน ผมอยากจะทวนถ้อยคำของ พล.อ.ประยุทธ์ให้ชัดเจน "ต้องจับชาตินี้" คำนี้ไม่ใช่เป็นคำพูดเล่นหรือคำที่ได้แสดงออกในการประชดประชันนะครับไม่ใช่แบบนั้น ก็คือว่าอย่างไรก็ต้องจับ

 

ยุคล : ทีนี้ก่อนที่จะเข้าสู่สาระ มีอีกปรากฏการณ์หนึ่งซึ่งเห็นได้ชัดมากในวันนี้ เครือข่ายวัดพระธรรมกายนอกเหนือจากตั้งรับอยู่ที่วัดแล้วเคลื่อนไหวผ่านโซเชียล วันนี้ใช้วิธีการกระจายกันไป ไปฟ้องหลวงปู่พุทธะอิสระ หมอมโน และพระพยอมก็โดนด้วย หรือว่าดร.สมเกียรติ คือตอนนี้ที่เป็นเซเลบหรือมีจุดในสังคมชัด ๆ ออกมาพูดเกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย ลูกศิษย์เขาไปฟ้องร้องเรียนกันหมดเลย

 

สนธิญาณ : กำลังเรียกว่าเปิดฉากในเกมรุก ไม่ตั้งรับ หมายความว่า ความหมายที่ผ่านมาคือตั้งรับ การวิพากษ์วิจารณ์ได้เกิดขึ้นจากฟากฝั่งจากที่เห็นว่าวัดพระธรรมกายหรือตัวพระธัมมชโยทำไม่ถูกต้อง หมายความว่าวิพากษ์วิจารณ์นี่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับวัดพระธรรมกายนะครับ นั่นก็คือที่ผ่านมาเขาไม่เคยไปปฏิบัติการเชิงรุก ฉะนั้นวันนี้ก็ต้องถือว่าเป็นหน้าที่ที่เขาควรกระทำเพียงแต่มีประเด็นที่ผมยังข้องใจว่าจะเป็นแบบเดียวกับทักษิณไม่ใช่ไปเปรียบเทียบ เวลากรณีของตัวเองไม่ยอมเข้ากระบวนการยุติธรรม แต่เวลาจะปกป้องสิทธิ์ของตัวเองก็เอากระบวนการยุติธรรมมาใช้ และที่ร้ายไปกว่านั้นก็มีแบบเดียวกับทักษิณเลย เขาก็บอกว่ากระบวนการยุติธรรมไม่ให้ความเป็นธรรมไม่ให้ความยุติธรรมกับตัวเอง เหมือนกับที่วัดพระธรรมกายกำลังกล่าวหาหรือกล่าวโทษดีเอสไอ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติการเชิงรุกตอนนี้เหมือนกับเป็นการทำงานทางด้านการปฏิบัติการทางการเมือง หรือจิตวิทยามวลชน การเมืองในภาคประชาชน การทำจิตวิทยามวลชนเป็นเรื่องสำคัญ คือโดยยุทธศาสตร์จะเป็นแบบนี้ คือจะต้องรักษาขวัญกำลังใจฝ่ายตัวเอง ผมยกตัวอย่างเช่นกรณีนปช.เสื้อแดงเขารู้ว่าทุกเรื่องที่ทำไป เลี้ยวลดออกไปทางข้างซ้ายบ้างข้างขวาบ้าง พูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริงบ้างหรือจริงบางส่วนบ้าง หมายความว่าประชาชนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามหรือประชาชนที่ติดตามข่าวสารข้อมูล เอ๊ะจะพูดแบบนี้ไปทำไมก็รู้อยู่แล้วว่าไม่จริง นี่ยกตัวอย่างครับ แต่สิ่งที่เราจะต้องทำความเข้าใจ ตอนที่เขาพูดเขากำลังรักษาความรู้สึกนึกคิดหรือการเชื่อมโยงความสุขกับมวลชนของฟากฝั่งเขา เพราะมวนทางฟากฝั่งเขาก็ฟังความหรือฟังข่าวสารอยู่ข้างเดียว การที่จะสื่อข้อมูลลงไปว่าเขามีข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้ถูกต้องเป็นแบบนี้ก็จะชัดเจน เหมือนกรณีโยกเข้ามาเรื่องนี้นิดนึง เหมือนที่ท่านนายกพูดวันนี้ว่าจะมาตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ ทำไมเวลาทุจริตเรื่องข้าวไม่ตั้งกันบ้าง เขาก็จะทำทำไมนั่นฝ่ายเดียวกับเขา

 

ยุคล : และมวลชนฝั่งเขาเลือกที่จะเชื่อแบบนั้นด้วย

 

สนธิญาณ : ก็เชื่อแล้วก็สร้างกระบวนการแบบนี้ขึ้นมาเป็นต้น กรณีของวัดพระธรรมกายในขณะนี้ก็คือการเปิดเกมรุกให้ทางกฎหมายซึ่งผมคิดว่านี่ต้องเข้าใจเขา แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เหมือนกับที่เรียนไว้ตามหัวข้อในวันนี้ว่ายิ่งดิ้นเท่าไหร่ นั่นแสดงว่ายิ่งต้องการลากสถานการณ์ให้ยืดเยื้อออกไป สถานการณ์เรื่องนี้ยิ่งยืดเยื้อออกไปเท่าไหร่ไม่เป็นผลดีกับวัดพระธรรมกายทั้งสิ้น อันนี้ผมเรียนด้วยความเคารพเพราะอย่างไรผมก็ยังคิดว่าวัดพระธรรมกายยังเป็นวัดอยู่ ด้านหนึ่งจะมีคำสอนอย่างไรก็ตามแต่ แต่ด้านหนึ่งก็เป็นด้านหนึ่งยังสอนให้คนเป็นคนดีอยู่ แต่จะถูกหลักพระพุทธศาสนาหรือไม่ต้องมาพูดคุยเรื่องราวที่ครูบาอาจารย์ทั้งหลายมา เพราะวันนี้สิ่งที่เราต้องแยกให้เห็นว่า ความหมายของคำว่าอย่างไรจะถึงคราวอวสานหรือไม่ เพราะเงื่อนไขของวัดพระธรรมกายได้พาตัวเองไปปะทะในแง่ของคำสอนก็ชัดเจนแล้ว บรรดาครูบาอาจารย์ที่ออกมากับคดีความในทางบ้านเมืองซึ่งกำลังถูกลากโยงไปสู่เรื่องของความมั่นคง ไม่ใช่ทางฝ่ายบ้านเมืองเป็นคนลากนะครับ เครือข่ายวัดพระธรรมกายและลูกศิษย์และพระธัมมชโยเองต่างก็ลากดึงไป ฉะนั้นอย่างไรก็ตามแต่ ยิ่งดิ้นอาการก็จะยิ่งหนัก เหมือนกับข้อสรุปง่าย ๆ คือพระธัมมชโยออกมามอบตัว

 

ยุคล : อันนี้พูดไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ถ้าอยากให้ทุกอย่างคลี่คลาย

 

สนธิญาณ : ก็จบทันทีครับ

 

ยุคล : ก่อนจะไปคำถามต่อไป ขอถามคำถามนี้ก่อนก็คือ ต้องเรียนกับท่านผู้ชมยิ่งตอนนี้ขยับไปที่โลกออนไลน์ เวลานำเสนอข่าวเกี่ยวกับประเด็นของวัดพระธรรมกาย ตอนนี้น้องนักข่าวถึงขนาดบอกว่าบรรดาลูกศิษย์เจอผู้สื่อข่าวทีนิวส์ก็จะมีการต่อว่าก็จะสอดคล้องกับที่ปรากฏอยู่บนโลกโซเชียลต่าง ๆ วันนี้ก็นึกแปลกใจว่าวัดพระธรรมกายมีฟ้องสื่อด้วยนะครับ แต่ไม่ใช่ทีนิวส์ก็เลยรู้สึกแปลกใจว่าทำไมทีนิวส์ ซึ่งไม่ได้ท้าเขานะครับ ว่าทำไมเขายังไม่ฟ้องเลย จริง ๆ ก็นำเสนอเยอะนะครับ แล้วหัวข้อพี่ต้อยก็จัดหนักตลอด

 

สนธิญาณ : ไม่จัดหนักครับ การตั้งหัวข้อผมเรียนเลยว่าไม่เคยพูดออกนอกหลักการ ไม่เคยพูดในสิ่งที่ไม่มีหลักฐาน ไม่เคยพูดในสิ่งที่ไม่เป็นตรรกะ และคำพูดทั้งหลายจากทิศทางที่เราประชุมข่าวทั้งสิ้นมีความปรารถนาดีต่อสถานะความเป็นวัดพระธรรมกาย อันนี้เป็นข้อเท็จจริงนั่นหมายความว่า ภายใต้ข้อเท็จจริงของสำนักข่าวทีนิวส์และข้อเท็จจริงของสนธิญาณพูด คือขอให้ออกมามอบตัวแล้วเรื่องราวจะจบ ยิ่งยืดเยื้อยิ่งเป็นอันตรายต่อวัดพระธรรมกาย และนำพาไปสู่สถานะที่ผมบอกว่าจะไปถึงจุดอวสานได้

 

ยุคล : อันนี้คือเตือนด้วยความปรารถนาดี ถูกไหมครับ

 

สนธิญาณ : ถูกครับ เพราะว่าต้องแยกเป็นสองเรื่องในหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาผมก็ตั้งคำถามไม่ใช่ไม่ตั้งคำถาม แต่เป็นการตั้งคำถามแบบหยาบ ๆ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าหยาบคายนะครับ แต่หยาบในแง่ของธรรมะซึ่งเรามีความรู้อย่างหยาบ ๆ ไม่ได้ลึกซึ้งเหมือนหลวงพ่อประยุทธ์ท่านตั้ง พระพยอมท่านตั้ง หรือหลวงปู่พุทธะอิสระท่านตั้ง หรือพระท่าน ว.วชิรเมธีท่านตั้ง นั่นเป็นผู้ทรงภูมิความรู้แห่งพระพุทธศาสนาท่านตั้งไป แต่ผมก็มีการตั้งประเด็นเหมือนกันว่าในสิ่งที่เป็นคำสอนหรือปฏิบัติมีอะไรที่ดูเหมือนว่าจะขัดแย้งกับหลักพระพุทธศาสนาอยู่ นี่ข้อที่หนึ่งแต่อย่างไรก็ตามแต่ คำสอนให้คนเสียสละ แม้จะบอกว่าเป็นด้วยความศรัทธางมงายแต่เป็นคำสอนที่ให้คนทำดี การที่ทำให้คนกล้าเสียสละ กล้าให้ทานออกไป เป็นคำสอนที่เป็นสิ่งที่ดี ท่านผู้ชมอาจจะแย้งว่าระหว่างคำสอนสิ่งที่ดีแต่วัดพระธรรมกายก็สร้างลัทธิในการเชื่อมโยงผู้คน อันนี้ก็เป็นประเด็นปัญหาที่ต้องมาใคร่ครวญและเรียนไปถึงเครือข่ายวัดพระธรรมกายว่าบรรดาผู้คนเครือข่ายที่มีการจัดตั้งในทางธรรมปรากฏว่าวันนี้ถูกพามาเชื่อมโยงกับทางการเมืองแล้ว และตอนต่อไปจะพูดมาให้ชัดที่วัดพระธรรมกายขึ้นป้ายบอกว่าที่นี่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ผมเรียนว่าไม่จริง แต่คุณจะมายุ่งเกี่ยวด้วยเหตุผลอะไรหรือเพราะลูกศิษย์คนไหน นี่เป็นเรื่องที่ต้องมาพูดกล่าวกัน เอาความจริงมาพูดกัน ที่นี่มีแต่ความจริงไม่เคยไปกล่าวหาและนำเสนอข่าวทั้งสองด้าน

 

ยุคล : เอาล่ะครับที่ก็เป็นเบรคแรกก็พยายามจะเกริ่นเข้ากับสถานการณ์ที่กำลังเป็นไป ณ ขณะนี้ก่อน จริง ๆ วันนี้ที่เตรียมเอาไว้ โทนสถานการณ์หลักก็แยกเป็นสามหัวข้อก็คือ ที่พี่ต้อยพูดปิดท้ายไปเมื่อสักครู่ว่าการเมืองกับวัดพระธรรมกาย และวัดพระธรรมกายกับการเมืองจะเป็นอย่างไร ต่อมาเราก็เห็นบทบาทของพระผู้ใหญ่ วัดพระธรรมกายและเครือข่ายออกมาฟาดฟันกัน ประหนึ่งว่าเป็นสงครามของพระของสงฆ์หรือเปล่า และอีกเรื่องหนึ่งก็คือการที่หลวงพ่อธัมมชโยไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมสะท้อนอะไรอย่างไร และจะเดินไปสู่จุดไหนอย่างไร สามเรื่องนี้จะมาตามกันต่อตั้งแต่เบรคหน้าเป็นต้นไป (พักช่วง) กลับเข้ามายังเบรคที่สอง เราก็ไม่เสียเวลาจะไปกันที่ประเด็นของวัดพระธรรมกายกับการเมือง จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงปรายสัปดาห์พบว่ามีการ์ดคนเสื้อแดงคนหนึ่งเข้าไปอยู่ในวัดพระธรรมกาย นุ่งขาวห่มขาวเรียบร้อย และอย่างที่คุณผู้ชมได้ติดตามข่าว การ์ดคนนี้ชื่อนายแจ๊ค กิตติศักดิ์ ศรีสุนทร ก็ออกมาอัดคลิปวิดีโอพูดออกมาเลยว่าพร้อมที่จะปกป้องพระธัมมชโยจะไม่ยอมให้ดีเอสไอเข้ามาจับกุมเป็นอันขาดจากชนวนของการ์ดคนนี้ทำให้เรานึกและตอกย้ำไปอีกรอบ ว่านี่ไงการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอีกแล้วแม้ว่าในเวลาต่อไปการ์ดคนนั้นจะออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองแม้ว่าจะมีคนชื่อว่าเล็ก บ้านฉาง ออกมาปฏิเสธ ความเกี่ยวโยงกัน หรือจตุพรก็พูดไปในทำนองว่าจะเป็นแดงเทียมหรือเปล่า สร้างสถานการณ์เพื่อให้ร้ายหรือดิสเครดิตวัดพระธรรมกายหรือไม่ จากจุดตรงนี้ทำให้คนนึกถึงการเมืองอีกรอบหนึ่ง ด้านวัดพระธรรมกายก็ออกมาปฏิเสธว่าวัดนี้ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง พี่ต้อยจะอธิบายอย่างไรที่บอกว่าไม่เป็นความจริง

 




สนธิญาณ : ผมก็ต้องเรียนแบบนี้ครับว่า ประการแรกต้องเรียนไปถึงคณะลูกศิษย์วัดพระธรรมกายที่มาเป็นโฆษกหรืออาจมาถกแถลง คุณองอาจ หน้าตาก็ยังดูหนุ่มอยู่ และอาจจะรวมถึงคนอื่น แล้วไม่เข้าใจว่าจริง ๆ แล้ววัดพระธรรมกายเอาตัวเองไปผูกกับการเมืองอย่างแน่นแฟ้นไปแล้วจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามแต่ที่วัดพระธรรมกายมีลูกศิษย์สำคัญอยู่หลายคน นอกเหนือจากนายศุภชัยแล้วคนแรกก็เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาของผม ก็คือคุณบุญชัย เบญจรงคกุล คนที่สองที่เป็นคนสำคัญการเรียงลำดับไม่ได้หมายความว่าใครสำคัญกว่า คือคุณอนันต์ อัศวโภคิน สองคนนี้ที่ผมหยิบยกบทบาทหรือชื่อขึ้นมาโยงใยให้เห็นเป็นลูกศิษย์คนสำคัญในแง่ความศรัทธาที่มีต่อพระธัมมชโย สองศรัทธาที่ในแง่ของตัวเองเรียกว่าระดับทุ่มเทการทำบุญด้วยเงินของตัวเองเป็นพันล้านบาท ด้วยความศรัทธาที่มีต่อพระธัมมชโยแต่ทั้งสองคนแม้จะเป็นกัลยาณมิตรกันแต่ความคิดอ่านไม่เหมือนกัน แน่นอนว่าคุณบุญชัยกับคุณทักษิณไม่น่าจะลงรอยกันทั้งในแง่ธุรกิจที่แข่งขันกันมาและในสิ่งที่เวลาที่มีการแข่งขันทางธุรกิจ คุณทักษิณเรียกว่าใครขวางทางเหยียบจะราบเป็นหน้ากลาง คุณบุญชัยเองก็ได้เจอกับสภาพข้อเท็จจริงอันนี้รู้อยู่ว่าทักษิณเป็นอย่างไรกับสิ่งที่เป็นผู้ถูกกระทำ แต่คุณอนันต์ชัดเจนว่าเป็นผู้ที่มีความสนิทสนมกับทักษิณและผมเรียนให้ชัดเจนซ้ำขึ้นไปอีกทางเราได้เห็นภาพที่เราเคยนำเสนอไปแล้วว่าแม้แต่ในม็อบของคนเสื้อแดงคราวหลังสุดที่ถนนอุทยาน อนันต์ก็ไปปรากฏตัวนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะเรียนต่อไปไม่ได้หมายความว่าจะเป็นบวกหรือลบ ดำหรือขาว ในวัดพระธรรมกายก็เช่นเดียวกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อที่จะนำพาไปถึงจุดที่ให้เห็นว่าวัดพระธรรมกายผูกกับการเมือง คุณปฏิเสธไม่ได้ในข้อเท็จจริงที่ผมจะพูดไป เรื่องของเรื่องก็มาจากคดีของพระธัมมชโยคดีเดิมซึ่งได้เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2541 คดีในตอนนั้นก็เวลาจะเป็นเรื่องเป็นราวก็มาจากพระลูกวัดทั้งสิ้น พระลูกวัดชื่อ พระอดิศักดิ์ วิริยะสักโก ก็ได้ออกมาแจ้งความกล่าวหาพระธัมมชโยว่ายักยอกที่ดินที่ญาติโยมเขาบริจาคให้กับวัดมาเป็นของตัวเอง และขณะนั้นมีข้อสังเกต ผมเรียนท่านผู้ชมแบบนี้ ในขณะนั้นสำนักงานพระพุทธศาสนายังไม่อุบัติขึ้น

 

ยุคล : เป็นกรมการศาสนา

 

สนธิญาณ : และกรมการศาสนาในขณะนั้น เรียกว่าไม่เหมือนกับสำนักงานพระพุทธศาสนาในปัจจุบัน ที่เงาของธรรมกายทาบลงไป บรรดาข้าราชการในสำนักงานพระพุทธศาสนา แต่ในขณะนั้นกรมการศาสนาไม่ใช่ หลังจากมีเหตุก็เข้าร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้วไปดำเนินคดีกับพระธัมมชโย ก็มีรายละเอียดในการที่ดำเนินคดีทั้งหมดเป็น 5 คดีความ ที่โดนไปทำให้กระบวนการของกระบวนการยุติธรรม พระธัมมชโยในขณะนั้นไม่มีอำนาจต่อรองหรือไม่ได้สร้างอำนาจการต่อรองแบบปัจจุบัน ก็โดนเข้ากระบวนการยุติธรรม

 

ยุคล : ขณะนั้นยังไม่มีอำนาจการต่อรองก็ประมาณ 18 ปีที่แล้วนะครับ

 

สนธิญาณ : เดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็รับทราบข้อกล่าวหา มอบตัวและเรื่องก็เดินเข้าสู่ศาล ตอนเรื่องเดินเข้าไปสู่ศาลตอนนั้นปรากฏว่าในระหว่างที่เหลือเราเรียกว่าจะพยาน จำเลย คือพยานของพระธัมมชโยอีก 2 นัด

 

ยุคล : ระบุวันได้เลยก็คือ วันที่ 23 สิงหาคม และ 24 สิงหาคม 2549 ดูไทม์ไลน์เวลาดี ๆ นะครับเข้าไปเกี่ยวข้องกับบรรยากาศทางการเมืองตอนนั้นมาก ก็ปรากฏว่า อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 ก็คือเรืออากาศโทวิญญู วิญญกุล ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง จู่ ๆ ก็ถอนฟ้องกลางอากาศ

 

สนธิญาณ : ในวันที่ 21 สิงหาคม เหลืออีก 2 นัดจะสืบพยานจำเลย 23 และ 24 สิงหาคม นั่นหมายความว่าสืบพยานจำเลยจบกระบวนการยุติธรรมก็จะเดินเข้าสู่การตัดสินมีคำพิพากษาแล้ว อัยการไปถอน

 

ยุคล : ถอนล่วงหน้าก่อนประมาณ 3-4 วัน

 

สนธิญาณ : ถอนด้วยเหตุผลว่า

 

ยุคล : 1.พระธัมมชโยยอมคืนทรัพย์สินทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อย 2.วัดพระธรรมกายก็ถือว่าเป็นวัดที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นอย่างดี

 

สนธิญาณ : ปฏิบัติตามพระลิขิตของพระสังฆราชแล้ว

 

ยุคล : และ 3. ก็เพื่อป้องกันความแตกแยก นี่คือเหตุผลครับ

 

สนธิญาณ : แต่เหตุผลที่แท้จริงละครับท่านผู้ชม ไม่ได้เป็นเหตุผลตามที่อัยการร้องขอถอน

 

ยุคล : พี่ต้อยมั่นใจขนาดนั้นเลยนะครับ

 

สนธิญาณ :  การถอนเพราะสถานการณ์ในขณะนั้นผมเรียนเลย พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งนำโดย สนธิ ลิ้มทองกุล, พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, คุณพิภพ ธงชัย อาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และคุณสมศักดิ์ โกศัยสุข  5 ผู้นำของแกนนำพันธมิตรฯรุกไล่ทักษิณไปจนมุมแล้ว นี่คือเดือนสิงหาคม 2549 ทักษิณกำลังดิ้นสุดชีวิต เพราะฉะนั้นก่อนที่จะมีการดิ้นสุดชีวิตก่อนเดือนสิงหาคม ปรากฏว่า ในวันที่ 18 กรกฎาคม พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้จัดงานขึ้นมาหนึ่งงาน

 

ยุคล : ได้ใช้สถานที่ของวัดพระธรรมกายจัดงานรวมใจทุกศาสนาพัฒนาท้องถิ่นไทย ถวายองค์ราชาครองราชย์ 60 ปี ที่สำคัญมีการระดมเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศกว่า 80,000 คนมาร่วมงาน ซึ่งในงานดังกล่าวมีนายทักษิณเป็นประธานและกล่าวปาฐกถาซึ่งอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันตามที่พี่ต้อยว่า ก็คือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกำลังชุมนุมขับไล่นายทักษิณ

 

สนธิญาณ : คือขับไล่ต่อเนื่องมาเป็นปีแล้ว เรียกว่าทักษิณกำลังถอยจนมุม งานนี้ไปจัดที่วัดพระธรรมกาย ผมเรียนนะครับก่อนที่จะมีการจัดงานนี้ที่วัดพระธรรมกาย ได้เคยมีการจัดที่ท้องสนามหลวง นี่ภาพตอนที่มาจัดที่วัดพระธรรมกาย งานที่ไปจัดที่ท้องสนามหลวงไปเลยเป็นชุดขาวไปและอีกครั้งหนึ่งเมื่อมาจัดที่นี่การที่มาจัดที่นี่เหตุผลวัดพระธรรมกายอาจจะอ้างหรือบอกว่าโอ๊ยไม่มีที่ไหนที่จะจัดคนมาประชุมได้ 80,000 คน มีที่วัดพระธรรมกายแล้วทำไมวัดพระธรรมกายให้รัฐบาลใช้ประโยชน์จะเสียหายอะไร เพื่อประโยชน์ต่อทางราชการ

 

ยุคล : ก็จะบอกว่าเป็นกิจกรรมทางศาสนาและถวายในหลวง

 

สนธิญาณ : ในข้อเท็จจริงต้องเรียนนี่คือการที่ไปลากดึงเอาเจ้าหน้าที่ข้าราชการและนักการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งต้องการที่จะแสดงพลังในการต้านพันธมิตรฯ

 

ยุคล : มีกำลังต้าน

 

สนธิญาณ : ก็ชุมนุมอยู่ นี่ทั้งประเทศเขาเอากับเรานะก็ตีความอย่างนี้ได้ วัดพระธรรมกายไม่รู้หรือครับว่าสถานการณ์ในตอนนั้นทักษิณมีความขัดแย้งกับพันธมิตรฯซึ่งหมายความประชาชนอีกจำนวนมากจำนวนหนึ่ง ไม่รู้หรือครับ เขาก็รู้ครับบรรดาลูกศิษย์วัดพระธรรมกายที่มาเขียนป้ายว่าวัดพระธรรมกายไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เขารู้ครับ แต่ทำไมถึงทำ เพราะมีการต่อรองผลประโยชน์

 

ยุคล : ได้ถอนคดี

 

สนธิญาณ : ก็นี่ไงครับ จากวันที่ 18 กรกฎาคมก็เห็น ๆ วันที่ 21 สิงหาคมก็ถอน ก็เพราะได้มีการเจรจากันก่อนหน้านั้นแล้ว ในขณะนั้นผมเรียนนะครับไม่เพียงแต่เกิดกระบวนการของการแสดงออกที่เห็นอย่างชัดเจนในอย่างนี้เท่านี้ เพราะหลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือนเกิดอะไรขึ้น สิงหาคมนะครับ

 

ยุคล : เดือนกันยายน ก็เกิดการรัฐประหารยึดอำนาจ

 

สนธิญาณ : จังหวะหนึ่งเดือนถัดมาเห็นไหมครับ จัดชุมนุมข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้เห็นเลยว่ากำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้ปกครองส่วนท้องถิ่นเอากับรัฐบาลนะครับ มาจัดที่วัดพระธรรมกายหลังจากนั้นถอนคดีวัดพระธรรมกาย อีกหนึ่งเดือนมีการรัฐประหาร

 

ยุคล : ตอนนั้นเป็นอย่างไรครับ ที่ดูจากอัยการถอนฟ้องคือฟังลำบากมาก

 

สนธิญาณ : ก็ฟังลำบาก ก็บอกแล้วว่าแลกกันกับทักษิณ

 

ยุคล : บรรยากาศตอนนั้นเป็นอย่างไรครับ ประชาชนทนดูได้หรือครับเหมือนทุกวันนี้

 

สนธิญาณ : ไม่ครับ ถอนเสร็จไปแล้ว การชุมนุมและต่อต้านรัฐบาลทักษิณก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ฉะนั้นทักษิณก็ดิ้นเพราะจะเอาวัดพระธรรมกายมาเป็นพวก และมีลูกศิษย์บางส่วน ซึ่งไม่ใช่คุณบุญชัย เบญจรงคกุล แน่ เพราะเรียกว่าไม่กินเส้นกับทักษิณอยู่ เดินกันคนละเส้นทางพูดง่าย ๆ แบบนั้น แต่ก็มีอีกคนหนึ่งซึ่งจะเป็นคุณอนันต์หรือไม่ก็ไม่ทราบได้ แต่โดยปรากฏการณ์ของคุณอนันต์ที่ไปชุมนุมกับคนเสื้อแดงก็เห็นชัด เขาใส่เสื้อแดงมีความมั่นใจมาก ไปยืนใส่เสื้อสีต่าง เข้าไปแปลก ๆ ด้วยนะครับ ถูกห้อมล้อมการ์ดเข้ามาประกบทันที

 

ยุคล : ลำบากมากนะครับถ้าตอนนั้นดูแปลกพวก

 

สนธิญาณ : คือเป็นคนสำคัญครับ ถ้าไม่ใช่คนสำคัญจะไปยืนแบบนั้นแล้ว ทำไมไม่มีการทำอะไร ผมก็ให้เห็นและปรากฏการณ์ที่ผมจะเล่าให้ฟังต่ออันนี้เป็นของจริง ไม่มีโกหก วันที่เกิดรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549 ทันทีที่เกิดการประกาศรัฐประหารขึ้น วันนั้นไลน์ยังไม่มี โซเชียลคือ SMS ส่งกันกระหน่ำเลย วันนั้นก็ยังเป็น Hi5 , MSN แต่ว่าไม่ได้พามาถูกโยงใยจนเป็นเครือข่าย ปรากฏว่ามี SMS มาถึงผมโจมตีประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ว่าเป็นผู้นำในการรัฐประหารต้องการทำให้สถาบันฯเสียหาย คือเขียนด้วยถ้อยคำรุนแรงมาก ขอให้ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายร่วมกันต่อต้าน

 

ยุคล : ใครเป็นคนส่งครับ

 

สนธิญาณ : นี่ไงมีคนส่งมา ก็ผมเรียนมาตั้งแต่ต้นว่า ในขณะนั้นผมก็ไปวัดพระธรรมกายเหมือนคุณบุญชัยเหมือนกัน

 

ยุคล : หมายความว่าส่งมาจากเบอร์ที่รู้จักกัน

 

สนธิญาณ : ถูกต้อง ถ้าไม่ใช่จากเบอร์ที่รู้จักจะส่งมาได้อย่างไร ผมก็ไปสอบถามเบอร์คนที่มารู้จักที่ส่งมาเป็นเด็กในโครงการสำนึกรักบ้านเกิดที่คุณบุญชัยได้ให้ทุนทั่วประเทศ 990 คน ก็มีเด็กบางคนที่ไปปฏิบัติร่วมกับวัดพระธรรมกายแล้วก็มีความศรัทธาซึ่งเราก็อนุโมทนาสาธุ ผมก็ถามว่าไปเอาอันนี้มาจากไหนที่ส่งมาก็ไล่เลียงไปจนไปถึงต้นทาง เพียงแต่วันนี้ SMS นี้ไม่ได้เก็บไว้แล้ว แต่ทั้งหมดเป็นความสัตย์จริงทั้งสิ้น วัดพระธรรมกายอาจจะไม่ได้รู้เรื่องที่สิ่งที่จะสะท้อนคือมีลูกศิษย์วัดพระธรรมกายหรือวัดพระธรรมกายจะทำโดยองค์กรของวัดพระธรรมกายจะรู้หรือไม่รู้ก็ตามแต่ แต่มีคนทำจะแฝงตัวอยู่หรือว่ารู้กันไม่สามารถที่จะรู้ได้

 

ยุคล : แต่ทำเพื่อช่วยทักษิณแน่นอน

 

สนธิญาณ : ทำเพื่อช่วยทักษิณหรือเพื่อต่อต้านการรัฐประหารอันนี้ชัดเจน เมื่อเป็นแบบนี้นี่คือตอนที่หนึ่งจะมาปฏิเสธไม่ได้ว่าวัดพระธรรมกายไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง นับตั้งแต่วันนั้นวัดพระธรรมกายกับทักษิณก็เข้ามาร่วมกันอย่างแนบแน่นในลักษณะประโยชน์แลกประโยชน์และทักษิณเองไม่ได้คิดว่าจะถูกรัฐประหารในอีก 1 เดือนถัดมา วัดพระธรรมกายก็ไม่คิดว่าทักษิณจะถูกรัฐประหาร คิดว่าทักษิณจะยื้อในตำแหน่งต่อไปได้ เพราะอะไรที่ทักษิณมั่นใจขนาดนั้น เพราะเพื่อนตัวเองเป็นรองผบ.ทบ คุมพล1 พล.ม.2 พล1ก็หมายความว่าคุมกองพลทหารราบที่ใหญ่ที่สุดที่คุมพื้นที่ในกรุงเทพ พล.ม.2 ก็คือพลที่คุมรถถังที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เขามั่นใจมากว่าไม่มีใครที่จะเปลี่ยนแปลงอำนาจของเขาได้ ปรากฏว่าเกิดการรัฐประหาร วัดพระธรรมกายโดยลูกศิษย์กลุ่มหรือบุคคลดังกล่าวจึงเกิดอาการตกใจแล้วก็ส่ง SMS ชวนลูกศิษย์วัดพระธรรมกายต่อต้านการรัฐประหารในครั้งนั้น นี่คือตอนที่หนึ่งให้เห็นว่าวัดพระธรรมกายยุ่งเกี่ยวกับการเมืองครับ ลูกศิษย์คนไหนบอกว่าไม่ยุ่งมาพูดกับผมได้ มาพูดที่ทีนิวส์ก็ได้ จะได้เห็นชัดมาออกทีวีด้วยกันมาเรียงลำดับเรื่องแบบนี้ และหลังจากนั้นมีรัฐบาลของคุณสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลของคุณสมชาย รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชัดเจนไหมครับ คนของวัดพระธรรมกายลงสมัคร ส.ส. คนของวัดพระธรรมกายไปมีตำแหน่งในรัฐบาลชัดเจนไหมครับแบบคุณลีลาวดีก็ชัดเจน หลังจากเข้าไปแล้วก็เกิดกรณีที่เอากระทรวงศึกษาเป็นฐานใช้วัดพระธรรมกายและบุคลากรและแนวทางวัดพระธรรมกายไปอบรมบรรดาครูทั่วทั้งประเทศ และเกิดการต่อต้านจนเป็นข่าวมา ถามว่าถ้าวัดพระธรรมกายไม่ยุ่งการเมืองก็จะตอบได้ว่าลูกศิษย์ไปเองเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล แต่ลึก ๆ รู้อยู่แก่ใจหรือไม่ว่าเกิดความสัมพันธ์กันแล้วระหว่างระบอบทักษิณกับวัดพระธรรมกาย

 

ยุคล : คือจีบกันติดตั้งแต่ปี 2549

 

สนธิญาณ : แล้วมาเชื่อมโยงกัน วัดพระธรรมกายก็สมประโยชน์ก็จะได้ขยายฐานความคิดของตัวเองไป แต่ยังไม่หนักเท่า ปี 2555 ทีนิวส์ตอนนั้นหนึ่งเป็นคนบัญชาการในการทำข่าว เล่าให้ท่านผู้ชมฟังสิว่าวัดพระธรรมกายเอาตัวเองไปผูกกับการเมืองอย่างไร

 

ยุคล : เอาแบบคร่าว ๆ นะครับ ตอนนั้นช่วงเดือนมิถุนายน 2555 คือนับตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้ามาตอนปี 2554 ก็มีความตั้งใจ 2 เรื่องหลัก ๆ คือการแก้รัฐธรรมนูญและออกกฎหมายนิรโทษกรรม ก็พยายามจะเดินสลับกันไปอันไหนมีช่องก็ไปอันนั้นก่อน มีอยู่วันหนึ่งต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญคงจะจำกันได้ว่ามีมาตราที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. เรื่องของ ส.ว. แต่เงื่อนไขของการแก้ทั้งหมดล็อคอยู่ที่มาตรา291 ที่ต้องไปแก้มาตรา291 ก่อน เพื่อนำไปสู่การแก้มาตราอื่น แต่พอจะมุ่งไปแก้ไปที่การแก้ไขมาตรา291 ก็มีการส่งเรื่องไปให้กับศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าแก้ไม่ได้ด้วยวิธีการแบบนั้น พอแก้ไม่ได้ก็มีการปลุกม็อบคนเสื้อแดงขึ้นมา คือจะแปลกกว่าทั่วไปนิดนึงตรงเป็นรัฐบาล แต่เอาคนเสื้อแดงมาชุมนุมเพื่อกดดันศาลรัฐธรรมนูญ เป็นคดี

 

สนธิญาณ : คือไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่หน่วยงานไหนก็ตามแต่พอแตะรัฐบาลคนเสื้อแดงก็กดดันโดยการให้ท้ายของรัฐบาล

 

ยุคล : ตอนนั้นมีคดีของเจ๋ง ดอกจิก ไปพูดล่วงเกินประธานศาลตุลาการ ก็คือคุณวสันต์ ทีนี้พอเอาคนเสื้อแดงมาชุมนุมกดดันเหมือนกับว่ากดดันไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดก็เลยมีการใช้กองกำลังเข้ามาร่วมกดดันด้วย ทีนี้ทีนิวส์ได้ข่าวเชิงสืบมา พบว่ามีการนำเอาเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้ไปอบรมพระพุทธศาสนาที่วัดพระธรรมกายและเราก็ไปตรวจสอบพบว่า 5,200 คน

 

สนธิญาณ : เยอะไหมครับ ระดมกันมาที่วัดพระธรรมกายในข้ออ้างที่ว่า

 

ยุคล : เอามาอบรมเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ทีนี้พอมาอยู่ที่วัดพระธรรมกาย ทีนิวส์ที่ได้ข่าวเชิงสืบมาว่าน่าจะเป็นเพียงข้ออ้างก็เลยส่งทีมข่าวไปเฝ้ารออยู่ที่ปากทางเข้าวัดพระธรรมกาย ตอนนั้นไม่มีสื่อไหนทำข่าวนี้เลย ทีนิวส์ของเราก็ไปดักรอดูว่าจะเป็นไปตามที่สายข่าวบอกหรือไม่ ปรากฏว่าในช่วงกลางดึกคืนนั้นภาพนี้เป็นภาพประวัติศาสตร์ที่สำคัญเลยนะครับ คือมีการนำเอารถกระบะขนคนออกมาจากวัดพระธรรมกายออกมาเป็นจำนวนมาก ประมาณ 2-3 ทุ่ม ขับออกมาจากวัดพระธรรมกาย ภาพที่คุณผู้ชมเห็นถ่ายจากในรถก็มีการประสานงานกันบรรยากาศตอนนั้น บอกว่า พี่นี่มีรถออกมาแล้วติดๆกันแปลกมาก สั่งให้ทีมงานขับรถตามและรถทั้งหมดขับไปที่ไหนทราบไหมครับ ขับไปที่สวนสัตว์เขาดิน(สวนสัตว์ดุสิต) ถ้าใครเคยคุ้นชินกับบรรยากาศที่สภาจะทราบว่าสวนสัตว์ดุสิตกับรัฐสภาอยู่ติดกันเลยแต่สองฟากถนน ตอนนั้นพอเข้าไปปุ๊บทีนิวส์ของเราก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปตามได้ ภาพที่เห็นคืออยู่ที่สวนสัตว์ดุสิตแล้วนะครับ คือมีชายฉกรรจ์เข้าไปปุ๊บ คุณผู้ชมนึกสภาพดูนะครับ ชายฉกรรจ์ที่ไหนจะเข้าไป 4-5 ทุ่ม หลังจากนั้นที่เห็นขาว ๆ นี่เป็นกล่องข้าวที่มีคนเอาข้าวกล่องมาส่งกันอีกทีหนึ่ง ตัดสลับจากกลางดึกคืนนี้ที่เราเข้าไปไม่ได้ ตอนเช้าพบว่าลานจอดรถของสวนสัตว์ดุสิตมีการนำเอาแสลนดำ(ตาข่ายกรองแสง)มาขึงทึบไว้หมดเหมือนปิดหรือซ่อนอะไรบางอย่าง พอเราเข้าไปตรวจสอบก็ถึงกับผงะนะครับ พบว่าลานจอดรถของสวนสัตว์ดุสิตมีชายฉกรรจ์ที่ถอดเสื้อขาวออกจากวัดพระธรรมกายเปลี่ยนมาใส่เสื้อแดงหรือบางคนไม่ใส่เสื้อแดงก็ตามแต่ เป็นชายฉกรรจ์ล้วน ๆ เต็มลานจอดรถไปหมด และเมื่อไปพูดคุยโดยที่ไม่ได้มีการบันทึกภาพเอาไว้เพราะเวลาคุยจะสะดวกในแง่ของการไว้เนื้อเชื่อใจกัน ทุกคนก็ยืนยันว่ามาเพื่อที่จะปกป้องคนเสื้อแดง

 

สนธิญาณ : ผมเรียนเลยครับในขณะนั้นมีข่าวว่าพันธมิตรจะชุมนุมเคลื่อนไปที่รัฐสภา มีข่าวว่าจะมีการปะทะกัน ฉะนั้นภาษที่ผมจะเรียนให้ง่าย ๆ เลยเจ้าหน้าที่ป่าไม้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานหนึ่งที่มีสิทธิ์ติดอาวุธแต่ติดอยู่ในป่า ได้รับการฝึกอาวุธมาในการที่จะใช้อาวุธต่าง ๆ ใช้ในป่า การมาเพื่อจะใช้เป็นกำลังในการที่จะตั้งฐานหามีการปะทะกัน คำถามง่าย ๆ

 

ยุคล : ขออนุญาตนะครับ คุณขวัญชัย ก็มานะครับ

 

สนธิญาณ : คำถามง่าย ๆ ว่าตอนที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ โดยข้ออ้างว่าจะมาอบรมการปฏิบัติธรรมจริยธรรมในวัดพระธรรมกาย เป็นลูกจ้างของกรมอุทยานแห่งชาติและพันธุ์พืช 3,200 คน และลูกจ้างของกรมทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งอีก 2,000 คน ทั้งหมดมา 5,200 คน มาเสร็จวัดพระธรรมกายอาจจะไม่รู้ไม่ชี้ก็เขาขอมาอบรมนี่ มีที่ว่างวัดก็ต้องเอื้ออำนวย แต่ตอนที่รถออกมายามกลางคืนจะมาปฏิเสธว่าวัดพระธรรมกายไม่รู้ไม่ได้

 

ยุคล : แต่พูดก่อนนะครับว่าวันนั้นรถไม่ได้มั่วนะครับ ก็ขับตามไป

 

สนธิญาณ : ผมเรียนว่าวัดพระธรรมกายจะปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ครับ เพราะวัดพระธรรมกายมี รปภ. มีการปิดประตูเข้า-ออก ใครเข้าไปแล้วออกไม่ได้ครับ

 

ยุคล : เชื่อว่าผู้ชมหลายท่านที่เพิ่งรู้จักทีนิวส์ ก็ไม่เคยติดตามเหตุการณ์นี้มาก่อน อันนี้เป็นสิ่งที่เราเคยทำมาเมื่อปี 2555

 

สนธิญาณ : ทีนิวส์ของจริงครับท่านผู้ชม

 

ยุคล : เดี๋ยวขออนุญาตพักกันสักครู่เดียว ช่วงหน้าเบรคสุดท้าย เดี๋ยวมาดูกันต่อครับ (พักช่วง) เชิญพี่ต้อยต่อเลยนะครับ


สนธิญาณ : ก็เรียนต่อว่า ทีนิวส์ของจริงครับท่านผู้ชม ความหมายคือนำเสนอแต่สิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลและเป็นข้อเท็จจริง เรื่องที่กำลังเล่าอยู่ผมเรียนว่าลูกศิษย์วัดพระธรรมกายปฏิเสธไม่ได้ว่า วัดพระธรรมกายไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเหมือนกับกรณีที่เราพูดกันเมื่อสักครู่ คือ กรณีที่เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานและกรมทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งฯเอากำลังมา

 

ยุคล : เติมพี่ต้อยนิดนึง เมื่อกี้เช็คข้อมูลให้ชัวร์  นอกเหนือจากนั้นเรื่องการพยายามดำเนินการเรื่องมาตรา291 แล้ว เป็นช่วงแรกที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์กะจะออก พ.ร.บ.ปรองดอง หรือ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ตอนนั้นกลุ่มพันธมิตรก็มาเหมือนกันพยายามไม่ให้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแต่ว่าตอนนั้นสภาถอนออกไปเสียก่อน ทำให้สถานการณ์ที่กำลังขมึงตึงเกรียวก็คลี่คลาย

 

สนธิญาณ : ประเด็นกลับมาที่วัดพระธรรมกาย คำถามในภาคเมื่อสักครู่ที่ฉายไปให้ดูรถออกมาจากวัดพระธรรมกาย วัดพระธรรมกายไม่ว่าเข้าหรือออกจะมา รปภ. รักษาการซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะวัดมีบริเวณกว้างขวางมาก ในการดูแลรักษาความปลอดภัยไม่รู้ว่าใครจะเข้าไปขโมยหรือนี่นั่นก็ตามแต่ แต่เมื่อถึงเวลากลางคืนจู่ ๆ รถออกมาอย่างมากมายแบบนั้นและตอนออกมาผมเรียนย้ำว่ายังไม่หมดเกณฑ์หรือห้วงระยะเวลาในการที่จะมาอบรม เป็นช่วงกลางของการอบรม แล้วจู่ ๆ คุณกำลังอยู่ในช่วงอบรมศีลธรรมและจริยธรรมถึงเวลากลางคืนคุณต้องนอนสิครับ คุณออกมาได้อย่างไรก็แสดงว่า รปภ. วัดพระธรรมกายเปิดทางให้ออก แสดงว่าฟากฝั่งของผู้บริหารวัดจะต้องรู้เห็นเป็นใจ ไม่เปิดทางให้ออก เพราะผู้ที่มาอบรมก็ต้องแจ้ง จะแจ้งโกหกแต่ทางวัดก็ต้องสอบถามว่าไปไหนเพราะอยู่ในช่วงอบรมจะไปกินเหล้าเมายาได้อย่างไร และในข้อเท็จจริงทางตอนที่เคลื่อนย้ายกำลังของป่าไม้กับกรมทรัพยากรทางทะเลฯ ที่สวนสัตว์ดุสิตได้มีการเตรียมที่รอไว้แล้วนั่นคือข้อเท็จจริง เอาล่ะครับนี่คือเหตุการณ์ที่ปรากฏชัดในปี 2555 มาถึงนาทีนี้มาดูกันว่าวันนี้วัดพระธรรมกายซึ่งต่างได้ตอบแทนกับระบอบทักษิณจนคนเสื้อแดงได้อุบัติขึ้นในปี 2551  ผมถามว่าวันนี้วัดพระธรรมกายอาจจะรู้สึกอบอุ่นใจเป็นอย่างยิ่ง ที่คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ออกมาพูดจาปกป้องวัดพระธรรมกาย ผู้คนในพรรคเพื่อไทยออกมาปกป้องวัดพระธรรมกาย

 

ยุคล : หมอเหวงก็เคยออกมาพูดนะครับ

 

สนธิญาณ : พูดว่าอย่างไรครับ

 

ยุคล :  พูดว่า วัดพระธรรมกายเป็นฐานของคนเสื้อแดง

 

สนธิญาณ : เอาเสียงมาดูหน่อยครับ

 

ยุคล : เป็นโพสต์ในเฟซบุ๊กครับ

 

สนธิญาณ : การที่บุคคลในเครือข่ายคนเสื้อแดง นปช. พรรคเพื่อไทยและคนในระบอบทักษิณ ถ้าไม่มีความสัมพันธ์หรือไม่มีความรู้สึกอันดีต่อกันว่าวัดพระธรรมกายเป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับเครือข่ายของตัวเอง หรือเป็นแนวร่วมในการที่จะเดินหน้าให้บรรลุภารกิจทางการเมืองของระบอบทักษิณ เขาจะออกมาปกป้องวัดพระธรรมกายอย่างไร ถ้าวัดพระธรรมกายอาจจะตอบผมว่า คุณสนธิญาณก็พูดไปเรื่อย วัดพระธรรมกายไม่รู้ไม่เห็นนั่นเป็นเรื่องของคุณจตุพรเอง เป็นเรื่องของเครือข่ายพรรคเพื่อไทย วัดพระธรรมกายก็ต้องบอกคุณจตุพรนะ เพราะถ้าจู่ ๆ คุณจตุพรออกมาปกป้องใครที่ไม่ใช่พวกกันเขาต้องบอกว่าอย่า เพราะรู้ดีว่าคุณจตุพร นปช. มีสัญลักษณ์และมีฐานะทางการเมืองบางประการซึ่งมีความร้อนแรงในตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าคุณจตุพรดีหรือเลว แต่มีความร้อนแรงในตัวเอง เมื่อความร้อนแรงนั้นเข้ามายุ่งเกี่ยวกับวัด ถ้าไม่ใช่ก็บอกคุณจตุพรว่าไม่ต้องแสดงความปรารถนาดี ไปอยู่ห่าง ๆ เลย แต่นี่ไม่ใช่แบบนั้น จนถึงวันนี้เครือข่ายของระบอบทักษิณก็ออกมาปกป้อง ก็ต้องกลับมาดูถึงกรณีของกิตติศักดิ์ ศรีสุนทร จู่ ๆ ผมต้องเรียนว่าการ์ดคนเสื้อแดงคนนี้คือมีรายละเอียดเยอะ ผมอยากให้เอาภาพที่เขาถือปืนตอนปี 2553 มาดูหน่อย เพราะตอนที่มาให้สัมภาษณ์มีเสียงด้วยนะครับ ที่มีพูดถึงทีนิวส์ด้วยว่ามาบิดเบือนนำเสนอ เสียงที่เขามาโพสต์ในเฟซบุ๊กและไปให้สัมภาษณ์ตั้ง อาชีวะด้วยนะครับ กิตติศักดิ์ปฏิเสธว่า เราจับโกหกเลยนะครับ เราเห็นกิตติศักดิ์พูดเราจะเห็นได้ว่าไม่ใช่คนที่อยู่ในระดับที่มีสติปัญญาเลิศ

 

ยุคล : เดี๋ยวเอาคลิปที่กิตติศักดิ์อยู่ในวัดพระธรรมกายให้ดู

 

สนธิญาณ : อาจจะอยู่ในระดับสติปัญญามนุษย์ธรรมดาทั่วไป ตอนที่กิตติศักดิ์ออกมาพูด

 

ยุคล : นี่คือตอนปี 2553

 

สนธิญาณ : มีหลายภาพครับ กิตติศักดิ์ถือปืนท่านผู้ชมดูไว้ ผมจะอธิบายอะไรให้ฟัง เวลาจัดการชุมนุมผมเรียนแบบนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของการจัดการชุมนุมคือการที่มีมือที่สามมาแทรก คล้าย ๆ ว่าระหว่างชุมนุมอยู่เห็นไหมว่าผู้ชุมนุมทุกคนจะอ้างเลยสงบสันติ ม็อบของฝ่ายพันธมิตรฯเดินตรวจอาวุธจะเข้าต้องตั้งด่านตรวจอาวุธเลย ม็อบกปปส.ต้องดูแลทางด้านความปลอดภัย สิ่งที่กลัวคือ "มือที่สาม" ที่ต้องกลัวเพราะเอาปืนไปกราดยิงคนนู้นนี้เหตุการณ์อลเวงฉวยโอกาสทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นได้ ในปี 2553 มีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐคือทหารกับกองกำลังชายชุดดำ มีหลายครั้งที่กองกำลังชายชุดดำและคนเสื้อแดงไปยึดปลดอาวุธทหารมา ปืนเอ็ม16 ยังหายอยู่ถึงปัจจุบัน กิตติศักดิ์ถือปืนเป็นอาวุธสงครามเป็นได้สองทางคือ 1.ไปยึดมาจากทหาร 2. หรือปืนที่ได้รับมา เรามาดูแบบนี้กิตติศักดิ์ เดี๋ยวถ้าเสียงมีเขาจะมาบอกว่า ผมเป็นมวลชนธรรมดา ผมไม่ใช่การ์ดเสื้อแดง ตอนไปชุมนุม 2553 เป็นมวลชนเป็นคนที่รักความเป็นธรรม ผมถามว่าถ้าเป็นมวลชนธรรมดาที่รักความเป็นธรรมไม่มีทางได้จับปืนหรอกครับท่านผู้ชม ถ้าคุณไม่อยู่ในสถานะที่แกนนำรู้จักหรือศูนย์บังคับบัญชาของการ์ดรู้จักคุณไม่มีโอกาสได้จับปืนหรอกครับ ไม่ว่าปืนที่ยึดมาหรือปืนที่ได้ไป ไม่รู้ว่าคุณจะเอาปืนนั้นมาใช้อย่างไร ไม่รู้คุณเป็นอีกฝ่ายที่แฝงตัวมาหรือไม่ ไม่รู้ว่าคุณเป็นมือที่สามที่จะแทรกสถานการณ์หรือไม่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ตอบจบได้เลยว่า เมื่อกิตติศักดิ์เข้าไปอยู่ในวัดพระธรรมกายและถูกจับได้ว่าเข้าไปอยู่ในวัดพระธรรมกาย แล้วออกมาปฏิเสธว่าผมไม่เคยเป็นการ์ด นี่ข้อที่หนึ่งไม่จริงครับ โกหกแล้วจากภาพอันจับปืน อันที่สองคือกิตติศักดิ์เคยมาที่สำนักข่าวทีนิวส์ มาบอกว่าอย่างไร มาคุยกับหนึ่ง

 

ยุคล : คือมีเรื่องที่คดีอยู่คดีหนึ่งซึ่งจู่ ๆ ก็เกิดขึ้นมา เราก็ไม่ได้ไปสืบค้นอะไร เราตั้งหลักเรื่องพวกนี้มาเป็นอย่างดีอยู่แล้ว วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 มีข่าวอยู่ข่าวหนึ่งชื่อว่า นางสงวน แปน้อย เป็นชาวอำเภอบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น มาร้องต่อกองปราบ กรณีที่ลูกชายของตัวเองชื่อว่ายืนยง แปน้อย และเป็นการ์ดคนเสื้อแดง มาร้องว่าลูกชายถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตไปเมื่อตอนวันที่ 4 ตุลาคม 2553 คือหมายความว่าคดีไม่คืบเลย จนต้องมาร้องในปี 2556 เคยไปแจ้งความที่ สภ.ประจันตาคาม จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ หมายความว่าไปพบศพอยู่ที่ปราจีนบุรีที่ชายแดนเขมร คดีผ่านมาแล้ว 3 ปี ไม่คืบ ทีนี้คุณแม่ก็เล่าให้ฟังด้วยความใสซื่อเพราะอยากตามหาความเป็นธรรมให้ลูกชาย บอกว่า ลูกชายเคยไปอยู่ที่กัมพูชา ก่อนที่จะกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ตอนเองก็ไม่รู้ว่าไปทำงานอะไรก่อนที่ลูกชายจะถูกอุ้มไปยิงตาย

 

สนธิญาณ : ผมเรียนว่า หลังปี 2553 ลูกชายที่ไปทำงานที่กัมพูชาบอกแม่ไว้แบบนั้น แต่ในขณะนั้นผมเรียนได้ว่ากองกำลังของคนชุดดำที่แตกไป หลังจากการชุมนุม พฤษภา ไปฝึกอาวุธอยู่ที่กัมพูชา

 

ยุคล : ข่าวนี้จะมีจุดรอยต่อที่เชื่อมต่อคือตอนที่ดีเอสไอไปจับได้ที่เชียงราย และพบว่ามีกองกำลังส่วนหนึ่งเดินทางมาจากกัมพูชาก็จะสอดคล้อง เหตุการณ์ที่ไปร้องกับกองปราบวันนั้นเป็นวันแรกที่รู้จักนายกิตติศักดิ์

 

สนธิญาณ : เปิดตัวออกมาปกป้องเพื่อนว่าอย่างไร

 

ยุคล : กิตติศักดิ์เดินทางมาพร้อมกับแม่ บอกว่าตัวเองเป็นเพื่อของผู้ตายเป็นพยานบุคคล ยืนยันว่านายยืนยงเป็นการ์ดของกลุ่ม นปช. ที่ถูกส่งตัวเข้ามาช่วยกลุ่มคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์เมื่อปี 2553 ก่อนที่จะถูกอุ้มตัวหายไปเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2553 ในตอนเช้าและมาพบเป็นศพอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี นายกิตติศักดิ์บอกเลยว่าสาเหตุในการอุ้มครั้งนี้เป็นเพราะเรื่องขัดแย้งผลประโยชน์ในกลุ่ม นปช. ที่ผู้ตายไปรู้ความรับขององค์กรมากเกินไป คนร้ายที่ร่วมอุ้มในครั้งนั้นมีทั้งหมด 6 คน ซึ่งล้วนเป็นการ์ดของคนเสื้อแดงหรือว่า นปช. ทั้งสิ้น

 

สนธิญาณ : จตุพรครับ สนธิญาณเรียกถามเพราะจตุพรหลังจากที่มีชื่อของกิตติศักดิ์ออกมา จตุพรบอกว่าไม่มีชื่อกิตติศักดิ์อยู่ในรายชื่อของการ์ด เพราะฉะนั้นต้องมีคนที่พูดไม่จริงอยู่คนหนึ่ง ไม่จตุพรก็กิตติศักดิ์นะครับ ก็ไปชั่งใจเอา ทีนี้กิตติศักดิ์ผมบอกแล้วว่าอยู่ในระดับสติปัญญาธรรมดาไม่เลอเลิศเหมือนแกนนำ นปช. สิ่งที่มาพูดเดี๋ยวต้องเปิดเสียง มีไหมเสียงที่บอกว่าผมไม่ใช่การ์ด ผมเป็นมวลชนธรรมดา เสียงนี้เก็บบันทึกไว้ ผมก็ต้องเรียนว่ากิตติศักดิ์ออกมาในครั้งนั้นด้วยความรักเพื่อนและเพื่อนเป็นการ์ดตัวเองก็บอกว่าตัวเองเป็นการ์ดแต่อาจจะลืมไปแล้ว แล้วที่สำคัญ

 

ยุคล : แล้วตอนนั้นบ่นด้วยว่าไม่ได้เงินใช้

 

สนธิญาณ : และมาให้สัมภาษณ์ถึงทีนิวส์ หลักฐานต่าง ๆ ยังเก็บไว้ เพราะฉะนั้นถึงสถานการณ์แบบนี้ผมก็ต้องเรียนต่อไปว่า กิตติศักดิ์เข้าวัดไปเองก็เป็นไปได้อีกครับว่าเกิดความศรัทธาในวัดพระธรรมกายอย่างยิ่งยวด แต่บังเอิญมาศรัทธาเอาช่วงนี้ก็เลยเข้าไปในวัด และเมื่อเข้าไปแล้วสิ่งที่กิตติศักดิ์โพสต์ออกมาด้วยความที่ฉลาดในระดับปกติจึงไม่ได้บอกว่าตัวเองเข้าไปเพราะจะไปปฏิบัติธรรมอะไรหรอก ไปเพื่อปกป้องพระธัมมชโย

 

ยุคล : และบอกว่าจะปกป้องศาสนา

 

สนธิญาณ : การที่กิตติศักดิ์ประกาศว่า ไปปกป้องพระธัมมชโย และไปปกป้องศาสนาก็มีคำถามต่อไปว่าเดินเข้าไปเองหรือมีคนส่งเข้าไป และคนที่ส่งเข้าไป ส่งไปคนเดียวหรือส่งไปอย่างเป็นกระบวนการ ไปเป็นทีมไปปฏิบัติงานทำงาน ผมถามว่าผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายที่อยู่ในวัดพระธรรมกายที่มาวางแนวรั้วลวดหนามให้เป็นลูกศิษย์ที่เป็นทหารและตำรวจมาวางให้หรือเป็นส่วนของคณะบุคคลที่ไปแบบเดียวกับกิตติศักดิ์ ไปช่วยจัดการให้ ลองฟังเสียงของกิตติศักดิ์สักนิดนึงครับ

 

(เสียงของ นายกิตติศักดิ์ ศรีสุนทร)

 

สนธิญาณ : เป็นอย่างไรครับคุณจตุพรครับ ก็ต้องไปที่คุณจตุพรอีก ไม่ได้โกรธเคืองอะไรนะครับ กิตติศักดิ์ไม่ได้เป็นการ์ดแต่รู้จัก "เมย์ อียู" ด้วย รู้จักเรื่องการอมเงินกันด้วย นี่ก็เป็นข้อเท็จจริง ภายใต้ข้อเท็จจริงเหล่านี้ผมถึงเรียนเตือนไปถึงบรรดาลูกศิษย์ของวัดพระธรรมกายว่าวันนี้จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตามแต่ ท่านเป็นเหยื่อทางการเมืองของระบอบทักษิณหรือท่านตั้งใจเพราะท่านรู้สึกว่าทักษิณคือคนที่มาช่วยหลวงพ่อ มาทำให้หลวงพ่อหลุดออกจากคดีในปี 2557 ด้วยความรักความศรัทธาต่อหลวงพ่อธัมมชโยที่พูดว่าสามารถตายแทนได้ ยอมทุกสิ่งทุกอย่างได้ ท่านจึงมีความเต็มใจในการที่จะประสานกับระบอบทักษิณ ต้องตอบให้ชัดอย่าเพิ่งบอกว่าวัดพระธรรมกายไม่ยุ่งกับการเมืองไม่ได้ ผมเรียนว่าถ้าท่านจำใจหรือรู้สึกว่าเต็มใจเพราะติดหนี้บุญคุณทักษิณที่ช่วยหลวงพ่อเมื่อปี พ.ศ.2557 เหตุผลนี้ยังไม่หนักเหตุผลต่อไปหนักกว่า ในขณะที่มีคนส่วนหนึ่งได้เริ่มวิเคราะห์แล้วว่าเหตุผลที่วัดพระธรรมกายหรือพระธัมมชโยพยายามยื้อสถานการณ์ในขณะนี้ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แค่พระธัมมชโยไปมอบตัวกับดีเอสไอประคับประคองกันไปแล้วก็กลับมาวัด เพราะเขาให้ประกันตัวอยู่แล้ว

 

ยุคล : ถ้าวันนั้นไปที่ สภ.คลองหลวงก็จบนะครับ

 

สนธิญาณ : เงื่อนไขที่จะนำพาไปสู่การเชื่อมโยงกับระบอบทักษิณ การเชื่อมโยงนี้จะตั้งใจหรือไม่เพราะยิ่งยืดเยื้อคุณจตุพรก็ออกมาพูดมาโหมไฟ ผู้คนในพรรคเพื่อไทยก็ออกมาพูดมาโหมไฟ โหมไปทั้งในหมู่คนเสื้อแดงและลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย

 

ยุคล : ก็เข้าทางฝั่งนู้นไป

 

สนธิญาณ : ก็เข้าทาง ท่านยอมให้เข้าทางหรือว่าท่านเจตนาจากข้อมูลที่บอกว่าถ้าทักษิณกลับมามีอำนาจคดีความต่าง ๆ ที่ค้างคาอยู่ก็จะจบสิ้นเหมือนเดิม

 

ยุคล : ก็เคยถอนมาแล้วเมื่อปี 2549

 

สนธิญาณ : ทักษิณเคยทำมาครั้งหนึ่งว่าอะไรเป็นอะไร ถ้าอยู่ตามเหตุผลที่สองผมก็ถึงต้องยืนยันว่าถึงอย่างไรก็ตามแต่วัดพระธรรมกายก็ถึงคราวอวสาน จริง ๆ ครับ เหตุผลที่ผมต้องเรียนย้ำอย่างนี้ ย้ำกับท่านผู้ชมก็เพราะว่าระบอบทักษิณมีบางส่วนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการล้มล้างสถาบันฯ ผมไม่ได้กล่าวหาวัดพระธรรมกายนะครับ ผมบอกว่าระบอบทักษิณมีส่วนเข้าไปล้มล้างสถาบันฯ กรณีของมหาหินย่อมชัดเจนถึงการจัดตั้งของเครือข่ายปฏิวัติในทางลับในการที่จะเปลี่ยนประเทศให้เป็นสาธารณรัฐและสหพันธรัฐ นั่นเป็นเพียงรูปธรรมตัวเองเดียวที่คนในวัดพระธรรมกายควรจะต้องรู้ว่ามีคนเหล่านี้แฝงตัวอยู่ในระบอบทักษิณ ซึ่งทักษิณจะคิดอย่างนี้หรือไม่ผมไม่รู้ แต่จากเหตุและหลักฐานและคำที่ให้สัมภาษณ์และคำสารภาพของมหาหินนั้นชัดเจน ฉะนั้นถ้าวัดพระธรรมกายไปเชื่อหรือไปอยู่ในการโยงใยในการที่ยอมรับเงื่อนไขว่าถ้านำพาไปสู่สถานการณ์ที่ทำให้ทักษิณได้ชัยชนะและจะทำให้หลวงพ่อหลุดพ้นออกจากห้วงห่วงข้อทางกฎหมายทั้งหลายที่เหมือนเคยเป็นมาแล้วในสมัยรัฐบาลทักษิณผมบอกว่าไม่มีทาง จบเกม เหตุผลเพราะ พล.อ.ประยุทธ์เขาบอกแล้วว่าเขาอยู่นาน อยู่จนกว่าบ้านเมืองจะสงบ รัฐธรรมนูญเขาก็เขียนบทเฉพาะกาลเข้าไปแล้ว คำถามก็ตั้งเข้าไปแล้ว แสดงให้เห็นว่าไม่ปล่อยมือ คายอำนาจให้กับทักษิณ และวันนี้กองทัพก็ยืนอย่างชัดเจนว่าอยู่ตรงข้ามกับทักษิณ ระบอบทักษิณ เป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่เมื่อกองทัพยืนอยู่ตรงข้ามและเครือข่ายระบอบทักษิณที่ผมเรียนแล้วว่ามีส่วนหนึ่งที่ได้แสดงอย่างชัดเจนจากหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในส่วนหนึ่งของกระบวนการล้มล้างสถาบันฯ ผมถามว่าคนไทยจะยอมหรือครับ คนไทยไม่มีทางยอมหรอกครับ อำนาจรัฐที่ได้รับการสนับสนุนจากคนไทยเป็นอำนาจรัฐของรัฐบาลรัฐประหารอำนาจยังอยู่เต็มมือ วัดพระธรรมกายอาจจะคิดว่าเขาไม่กล้าทำหรือจะสร้างเงื่อนไขหรือฟังใครก็ตามแต่ ขอให้เชื่อผม เชื่อสนธิญาณเถอะครับไม่มีจิตอันคิดร้าย อันคิดเบียดเบียนใครไม่ว่าจะเป็นวัดพระธรรมกายหรือว่าใคร สิ่งที่ทำอยู่คือการทำหน้าที่และพยายามจะสื่อให้บ้านเมืองเดินมาถึงจุดความสงบ ซึ่งผมก็คาดหวังว่าพระธัมมชโยซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่จะได้เอาจุดนี้มาคิดตระหนัก ลูกศิษย์จะทำอะไรก็ตามแต่ท่านสั่งคำเดียวก็จบ คำถามที่ทำให้ผมคาใจ ที่ทำให้ผมต้องกินแหนงแครงใจท่านว่าทำไมท่านไม่สั่งลูกศิษย์ว่าพาหลวงพ่อไปมอบตัวเถอะจะอะไรหนักหนาเป็นเรื่องธรรมดาของโลก ถ้าหลวงพ่อเคยสอนคนอื่นเรื่องโลกธรรม8 นี่ผมไม่กล้าสอนหลวงพ่อหรอกครับ มีทุกข์มีสุขมีลาภเสื่อมลาภ  มียศเสื่อมยศ มีสรรเสริญมีนินทาเป็นธรรมดาของโลก เป็นธรรมดาของกฎเกณฑ์ธรรมชาติ ถ้าหลวงพ่อเห็นแล้วเป็นประจักษ์ไม่ติดยึด เพราะหลวงพ่อก็เคยสอนโลกธรรม8 หลวงพ่อก็บอกลูกศิษย์พาอาตมาไปมอบตัว พาหลวงพ่อไปมอบตัวจะได้จบ หลวงพ่อจะได้ไม่ไปเป็นเงื่อนไขทางการเมือง นี่สุดท้ายหลวงพ่อจะได้ไม่เป็นเงื่อนไขทางการเมืองให้กับระบอบทักษิณ ให้กับคนเสื้อแดงที่ออกมาขย่มอยู่

 

ยุคล : วัดก็บอกว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับการเมืองด้วย

 

สนธิญาณ : บรรดาลูกศิษย์ก็บอกเอง เชื่อผมเถอะครับ กราบ.. จริง ๆ

 

ยุคล : มาไกลเกินไปแล้วหรือเปล่าครับ

 

สนธิญาณ : ไม่ไกลตัดสินใจวันนี้พรุ่งนี้ยังทัน เรื่องนี้จะหยุดข่าวสารต่าง ๆ จะหยุดเพราะเรื่องจะเดินไปตามกระบวนการยุติธรรม

 

ยุคล : แต่ถ้ายังอยู่แบบนี้ก็ขมึงตึงเกรียวกันเรื่อย ๆ

 

สนธิญาณ : อย่างไรก็ถึงคราวอวสาน

 

ยุคล : แล้วถ้ายอมจะอวสานไหมครับ

 

สนธิญาณ : ก็เดินไปตามกระบวนการของกฎหมาย ก็เป็นตัวของหลวงพ่อคนเดียว จากวันนี้เรื่อของหลวงพ่อธัมมชโยที่มีปัญหาประเด็นข้อกฎหมายคุณเอาวัดทั้งวัดมาผูกแล้ว คุณเอามูลนิธิมาผูกแล้ว ผมเรียนต่อนะครับวัดพระธรรมกายมีพื้นที่อยู่นิดเดียวนะครับ ทรัพย์สินก็มีอยู่นิดเดียว และที่เห็นอยู่เป็นมูลนิธิเพราะไม่ต้องการให้รัฐเข้าไปควบคุมอยู่ในอำนาจการบริหารจัดการของความเป็นนิติบุคคลต่าง ๆ นิติบุคคลที่เป็นวัดรัฐจะควบคุมได้ นี่ล่ะครับเป็นบทสรุปของคำพูดว่ายอมเสียเถอะครับถ้าไม่ยอมถึงอย่างไรก็อวสาน เชื่อผมไม่ได้เชื่อเพราะว่าผมเป็นอะไร แต่ผมพูดด้วยความบริสุทธิ์ใจและผมอยู่กับการเมืองมานาน รู้จักการเมืองมา 40 ปีที่โลดแล่นมาข่าวสารและการเคลื่อนไหวทางการเมือง ไม่ใช่การเมืองที่ไปเป็นส.ส.  ฉะนั้นผมยิ่งรู้ดีว่าการเคลื่อนไหวลึกเชิงลับของการเชื่อมโยงของกลุ่มบุคคลต่าง ๆ

 
 
ยุคล : 30 นาทีที่ฟังพี่ต้อยพูดทำให้รู้สึกได้เลยนะครับว่า ถ้าเราหลงไปกับสถานการณ์ก็จะทำให้รู้สึกยากไปหมด แต่ความจริงวิธีแก้ไขปัญหาง่ายนิดเดียว ตอนนี้ทุกคนไปมองเองหรือเปล่าว่าเป็นเรื่องยากเป็นเรื่องที่จะนำพาไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง ถ้าบอกว่าหลวงพ่อธัมมชโยจะมอบตัวทุกอย่างก็จะคลี่คลายหมด ก็เป็นคำเตือนด้วยความปรารถนาดีของพี่ต้อย แต่ถ้ายังปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อต่อไปพี่ต้อยคิดว่าวัดพระธรรมกายทั้งวัดที่นำมาผูกติดกับพระธัมมชโยก็จะถึงคราวอวสาน สัปดาห์หน้าก็มาติดตามกันต่อ ครั้งหน้าอาจจะไม่มีตอนที่สามหากพระธัมมชโยยอมที่จะมอบตัวแต่ถ้าว่าสถานการณ์ต่อเนื่องก็อาจจะมาเจอกันเรื่องนี้อีก สวัสดีครับ

 

สนธิญาณ : สวัสดีครับ

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายธันยพร ส่องสุข