ทำไม!!! พระกว่า 2 แสนรูป ทหารจึงต้องนัดถวายภัตตาหารเพล "มหาไพรวัลย์" 14 พ.ค. !!!

Publish 2016-05-13 12:08:16

     กลายเป็นพระรุ่นใหม่ที่ความชัดเจนทางการเมือง ถึงขั้นทหารต้องเข้าพบพูดคุยหลายรอบเพื่อสอบถามแนวคิดว่าจะเดินสายปฏิบัติธรรม หรือคาดหวังจะเป็นแนวร่วมต่อต้านรัฐบาลคสช.เต็มตัว??

 

     ล่าสุด  พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ   สร้างกระแสโดยการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว  แต่มีการถูกนำเผยแพร่ต่อสาธารณะว่า   “มีนายทหารโทรมาบอกอยากถวายภัตตาหารเพลอาตมา จะขอเข้ามาถวายให้ได้ วันที่ 14 นี้ ใครอยากจะมาทานร่วมกับอาตมาบ้าง เชิญได้นะ 555” พร้อมระบุว่าก่อนหน้านี้ทหารมาพบมากกว่า 5 ครั้ง เพราะกังวลเรื่องการแสดงความเห็นหรือเคลื่อนไหวทางการเมือง

 

     ในโพสต์สเตตัสดังกล่าว พระมหาไพรวัลย์  ได้เล่าด้วยว่า  “จริงไม่อยากบอกว่า ทหารมาพบอาตมามากกว่า 5 ครั้งแล้ว ก็ไม่เห็นจะว่ายังไง บางทีเราก็รำคาญ คืออยากจะบอกอะไรก็ไม่บอก อยากจะทำอะไรก็ไม่ทำ มาขอเราถ่ายรูปอย่างกับว่าเราเป็นดาราแล้วก็กลับ”

 

 

   ต่อมา พระมหาไพรวัลย์  ได้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติมว่า   กรณีที่เกิดขึ้นคาดว่าอาจจะเป็นเพราะเคยแสดงทัศนคติผ่านหนังสือทัศนะวิพากษ์ อนาธิปไตย  ซึ่งมีเนื้อหาวิจารณ์ระบอบเผด็จการ วิจารณ์ทหาร และเหตุการณ์ที่ ไปรับบาตรที่หมุดคณะราษฎร บริเวณพระบรมรูปทรงม้า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2558  แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่ทหารเข้าพบครั้งแรกยังไม่ถือว่าเป็นการเข้ามาปรับทัศนคติ เป็นแค่การติดตามความเคลื่อนไหวเท่านั้น ส่วนครั้งล่าสุดนี้ ไม่แน่ใจว่าทหารมีวัตถุประสงค์อะไร เพราะปีนี้ยังไม่เคยออกมาวิจารณ์เกี่ยวกับการเมืองเลย ???

 

     ทั้ง ๆ ที่โดยข้อเท็จจริงเฟสบุุ๊คส์ของ พระมหาไพรวัลย์  ยังคงโพสต์ความเห็นในแง่มุมแฝงทางการเมือง  ต่อต้านรัฐบาลคสช.มาโดยตลอด !!!

 


 



     ประเด็นที่ต้องพิจารณาพร้อมกับคำถามข้อใหญ่ก็คือ  จำนวนพระภิกษุสงฆ์ทั่วประเทศ  ทั้งมหานิกาย และ ธรรมยุต  รวม 256,826   รูป   แยกส่วนเฉพาะกรุงเทพมหานคร  รวม  16,007  รูป    (ข้อมูล : สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ปี 2557)   มีพระภิกษุสงฆ์สักกี่รูปและเหตุผลอันใด   ที่ทหารต้องเดินทางไปพบมากกว่า 5 ครั้ง  อย่างที่พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ   กล่าวอ้าง !!!

 


     ตามข้อมูลสืบค้น   “พระมหาไพรวัลย์  วรรณบุตร”    สอบได้เปรียญธรรม 9 (ป.ธ.๙)   ตั้งแต่เป็นสามเณร วัดพิพัฒน์มงคล จังหวัดสุโขทัย  พื้นเพเดิมเป็นคนอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี    ฐานะทางบ้านยากจน    แต่ประจวบเหมาะปรับทิศชีวิตเข้าสู่เพศบรรพชิตในจังหวัดสุโขทัย  และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัว โปรดเกล้าฯรับอุปสมบทเป็นพระภิกษุนาคหลวงบวชที่วัดพระแก้ว 

 

     ก่อนในปี  2555 ย้ายมาอยู่วัดสร้อยทองพระอารามหลวง กทม.  ทำหน้าที่สอนหนังสือ สอนบาลี สอนจริยธรรม  พร้อมกับร่ำเรียนคณะนิติศาสตร์  มหาวิยาลัยรามคำแหง   และเพิ่งจบมหาบัณฑิต (ปริญญาโท) มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  สดๆ ร้อนๆ   รอเข้ารับการประสาทปริญญา "พุทธศาสตร์มหาบัณฑิต"  ในวันที่ 15  พ.ค. ที่จะถึงนี้

 

     เจาะลึกต่อไปพบว่า  พระมหาไพรวัลย์  ยืนยันว่าตนเองเรื่องประชาธิปไตยมานานแล้ว  โดยจุดเปลี่ยนที่สำคัญ คือ  การได้อ่านหนังสือของอาจารย์ ส.ศิวรักษ์    “ค่อนศตวรรษ ประชาธิปไตยไทย ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม”   ซึ่งมหาไพรวัลย์บอกว่าทำให้มองเห็นความจริงหลายอย่างว่า ปัจจุบันสังคมมันเปลี่ยนไปแล้ว คนไม่ได้เชื่ออะไรง่ายๆ หัวโบราณ หรือตามจารีตประเพณีอีกต่อไป  และทุกคนจะเริ่มมีความเห็น เริ่มเรียกร้อง และต้องการมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น

 

     “จริงๆ อาตมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองก่อนหน้าปี 2553 มาได้ 2-3 ปีแล้ว แต่พอช่วงหลังรัฐประหาร 22 พ.ค. ที่ผ่านมา โพสต์รูปชูสามนิ้วลงเฟซบุ๊ก เลยมีโยมเข้ามาติดตาม และกดเพิ่มเพื่อนในเฟซบุ๊กบ้าง”

 

 

     ขณะเดียวกันถึงแม้ว่าจะมีข้อเท็จจริงก่อนการรัฐประหาร   22 พ.ค. 2557  สถานการณ์การเมืองในขณะนั้นไม่มีทางออกของทุกฝ่าย และอาจนำไปสู่การขัดแย้งรุนแรงถึงขั้นกลายเป็นสงครามกลางเมือง   แต่  พระมหาไพรวัลย์  ในฐานะสาวกของศาสดาผู้เผยแพร่ธรรมนำความสงบ    กลับยืนยันว่า    อาตมาไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร  เพราะการรัฐประหารไม่ได้แก้ไขปัญหา   และท้าทายกระแสสังคมด้วยคำพูดว่า  “ ถ้าคุณเห็นว่าการรัฐประหารถูก ก็ไปยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่ง แต่ฉันเห็นว่าการรัฐประหารผิด ฉันก็ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่ง สังคมไทยมันไปด้วยกันไม่ได้แล้ว กลายเป็นสองสี สองเสื้อ” ???