คนนะไม่ใช่สัตว์สิ่งของ!! ครอบครัว "บอย" บอกสังคมทำไมต้องลุกขึ้นทวงความเป็นธรรม??

Publish 2016-11-08 16:44:55

 

 

 

     ยังเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก สำหรับกรณีหนุ่มน็อต อัครณัฐ พิธีกรและดาราชื่อดัง ได้ทำการอุกอาจกระชากคอเสื้อของหนุ่มเจ้าของจยย.ที่ขับเฉี่ยวชนรถตนเอง พร้อมกับต่อยที่ใบหน้าจนจมูกเบี้ยวและมีรอยช้ำตามใบหน้า ตามคลิปวิดีโอที่ถูกแชร์ออกไปทั่วโซเชียล เป็นผลทำให้เจ้าตัวถูกต้นสังกัดฉีกสัญญาและยุติการทำงานทั้งหมด (อ่านข่าว: ด่วนมากมาก!!! ต้นสังกัดจีเอ็มเอ็มทีวี ประกาศยกเลิกสัญญาพิธีกรและนักแสดง "น็อต #กราบรถกู" พร้อมยุติการทำงานทุกประเภท มีผลทันทีในวันนี้)

 

 

 

 



 

 

     ล่าสุด ครอบครัวของหนุ่มบอย กิตติศักดิ์ สิงโต หนุ่มจยย.คู่กรณี ของน็อต อัครณัฐ ได้เปิดใจถึงเหตุการณ์ดังกล่าวและเหตุผลที่เปลี่ยนใจจากที่ให้อภัยกลางโรงพักไปก่อนหน้านี้ว่าทำไมถึงกลับมาแจ้งความเอาผิดให้ถึงที่สุด โดยหนุ่มบอยเล่าว่า หลังจากที่มีการขี่รถไปเฉี่ยวชนรถของน็อต อัครณัฐนั้น ในใจคิดเหมือนกันว่าจะขี่หลบหนีไปเลยแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับมาเพื่อที่จะขอโทษแล้วมาพูดคุยไกล่เกลี่ยกัน โดยไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังที่เห็นในคลิป ซึ่งทั้งหนุ่มบอยและคุณแม่ ยอมรับว่าในวันเกิดเหตุมีการตกลงไกล่เกลี่ย ขอโทษที่สถานีตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่างฝ่ายต่างไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกัน

 

 

 

 

     ทางคุณแม่เผยว่า พิธีกรหนุ่มมีความกังวลในเรื่องอนาคตของตัวเองถ้าคลิปหลุดออกไป หน้าที่ การงาน ทางสังคมบนโลกออนไลน์ หรือว่าทางบันเทิงจะสามารถทำงานต่อไปได้หรือไม่ ซึ่งตนนั้นก็เห็นใจ โดยน็อต อัครณัฐ ไม่อยากให้ทางตนนั้นเอาเรื่องแล้วก็สามารถตกลงกันได้ และตนก็ให้อภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่หลังจากเห็นคลิปที่มีการแชร์บนโลกออนไลน์ รู้สึกว่ามีความรุนแรงมาก ชกต่อย แล้วบังคับให้ลูกตนนั้นไปกราบรถมินิคูเปอร์ เลยเปลี่ยนใจแจ้งความเอาผิด


 

 

 

     ทั้งนี้ ด้านพี่สาวของหนุ่มบอย ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ไม่พอใจที่น็อตลากตัวน้องชายแล้วบังคับให้น้องตนนั้นไปกราบรถและยังได้ยินประโยคนี้ซ้ำๆ หลังจากวันเกิดเหตุอีกหลายครั้ง รวมถึงวันที่น็อตมาให้สัมภาษณ์กับสื่อที่สถานีตำรวจ ตนเองรู้สึกโกรธมากที่น็อตเห็นวัตถุมีค่ามากกว่าชีวิตของคน

 

 

 

เรียบเรียง : กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณภาพและข้อมูล : ทุบโต๊ะข่าว


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กำพลาภร พุฒิพุทธ