อัตลักษณ์ไทยสู่มรดกโลก !!! วัฒนธรรมดันประโคมย่ำยามเสนอ“ยูเนสโก” “มรดกปัญญา-วัฒนธรรม” ที่จับต้องไม่ได้ ???

อัตลักษณ์ไทยสู่มรดกโลก !!! วัฒนธรรมดันประโคมย่ำยามเสนอ“ยูเนสโก” “มรดกปัญญา-วัฒนธรรม” ที่จับต้องไม่ได้ ???

Publish 2016-11-17 09:19:40

       นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบเสนอการสวด และการประโคมย่ำยามในงานพระราชพิธีพระบรมศพ เข้าสู่กระบวนการขึ้นบัญชีรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติเป็นการเร่งด่วน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำเสนอขึ้นบัญชีรายการมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้กับองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ต่อไป โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมศึกษาและรวบรวมข้อมูลองค์ความรู้ให้ชัดเจน รวมทั้งศึกษาเปรียบเทียบเกี่ยวกับประเทศต่างๆ ที่เคยเสนอและได้ขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกด้วย

       " การประโคมย่ำยามเป็นราชประเพณีโบราณ ในพระบรมมหาราชวัง มีการจดบันทึกชัดเจนในสมัยรัชกาลที่ 4 สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติที่ควรได้รับการอนุรักษ์และสืบสานอย่างต่อเนื่อง ส่วนการขึ้นทะเบียนจะเป็นการปกป้องรักษามรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์และเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของชาติ " นายวีระกล่าว

       อย่างไรก็ตามสำหรับประโคมย่ำยามนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร และเกิดขึ้นในสมัยใด ต่อไปนี้คือข้อมูลที่น่าสนใจและชวนเรียนรู้เป็นอย่างยิ่งสำหรับคนไทย ก่อนที่มรดกภูมิปัญญานี้จะออกไปสู่สายตาประชาคมโลก

       ประโคม หมายถึง การบรรเลงดนตรีเพื่อเป็นสัญญาณในพิธีใดๆ เพื่อสักการะ บูชา หรือยกย่อง เป็นต้น

       ย่ำ คือ การตีกลองหรือฆ้องถี่ๆหลายครั้งเพื่อบอกเวลา สำหรับเปลี่ยนยาม เรียกว่าย่ำกลองย่ำฆ้อง ย่ำยาม ก็เรียก ถ้าทำตอนเช้าเรียก ย่ำรุ่ง (06.00 น.) ทำตอนค่ำเรียก ย่ำค่ำ (18.00 น.)

       ยาม คือ ชื่อส่วนแห่งวัน วันหนึ่งมี 8 ยาม ยามละ 3 ชั่วโมง

       ดังนั้นการ ประโคมย่ำยาม คือ การบรรเลงดนตรีเพื่อสักการะบูชา และบอกเวลาปฏิบัติงาน โดยมีระยะห่างกัน 3 ชั่วโมง เริ่ม 06.00 น. จนถึง 03.00 น. เป็น 8 ครั้งในแต่ละวัน ปฏิบัติสืบเนื่องมาแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน แต่ปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของสภาพการณ์

 



*การรื้อฟื้น

       ปี 2538 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระประสงค์จะรื้อฟื้นการประโคมดนตรี ให้นำวงปี่พาทย์นางหงส์เครื่องคู่ ของกรมศิลปากร ประโคมย่ำยามควบคู่กับวงประโคมของงานเครื่องสูง ในการพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กำหนดให้ประโคมวันละ 5 ครั้ง

       06.00 น. , 12.00 น. , 18.00 น. , 21.00 น. , 24.00 น.

       และหลังจากบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน โปรดเกล้าฯให้วงปี่พาทย์นางหงส์เครื่องคู่เข้าประโคมย่ำยามเฉพาะเวลา 12.00 น. และ 18.00 น. จนถึงพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ

 

*พระราชพิธีสวดพระอภิธรรม

       ในงานพระราชพิธีสวดพระอภิธรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช กรมศิลปากรได้นำวงปี่พาทย์นางหงส์เครื่องใหญ่ ประโคมย่ำยามร่วมกับวงประโคมของสำนักพระราชวัง จนครบ 100 วัน เริ่มตั้งแต่ศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2559 กำหนดวันละ 6 ครั้งดังนี้ 06.00 น., 09.00 น., 12.00 น., 15.00 น., 18.00 น., 21.00 น.

 

วงประโคมของงานเครื่องสูง สำนักพระราชวังนั้น ปกติมี 2 วงคือ

       1. วงสังข์แตร มีสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง จำนวนของเครื่องดนตรีทั้งวงตามพระราชอิสริยยศ

       2. วงปี่ไฉนกลองชนะ มีปี่ไฉน 1 สองคนสลับกันเป่า เปิงมาง 1 กลองชนะแดงลายทอง จำนวนตามพระราชอิสริยยศ

*การประโคมครั้งนี้

       ตามโบราณราชประเพณีและพระราชอิสริยยศ วงประโคมของงานเครื่องสูง จะมีกลองมโหระทึก 2 ใบ ตีประโคมตลอดเวลา ดังนั้น วงประโคมย่ำยามในพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จะมีวงประโคมและเครื่องดนตรีดังนี้ มโหระทึก 2 ใบ, วงสังข์แตร, วงปี่ไฉนกลองชนะ

       วงสังข์แตรมี สังข์ 4 ขอน, แตรงอน 10 คัน, แตรฝรั่ง 10 คัน วงปี่ไฉนกลองชนะ มีปี่ไฉน 1 เลา, เปิงมาง 1 ลูก, กลองชนะแดงลายทอง 40 ใบ

       ส่วนวงประโคมของกลุ่มดุริยางค์ไทย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ใช้วงปี่พาทย์นางหงส์เครื่องใหญ่ เครื่องดนตรีทุกชิ้นประกอบด้วยมุก ดังนี้

ปี่ชวา 1 เลา, ระนาดเอก 1 ราง, ระนาดเอกเหล็ก 1 ราง, ระนาดทุ้ม 1 ราง, ระนาดทุ้มเหล็ก 1 ราง, ฆ้องวงใหญ่ 1 วง, ฆ้องวงเล็ก 1 วง, กลองทัด 2 ลูก, ฉิ่ง 1 คู่

 

 

 


*ชื่อและเครื่องแต่งกาย

       วงประโคมของสำนักพระราชวัง เรียกเจ้าพนักงาน เช่น เจ้าพนักงานประโคมมโหระทึก, เจ้าพนักงานจ่าปี่, เจ้าพนักงานจ่าเปิง

       การแต่งกาย เป็นชุดสีแดงตามโบราณราชประเพณีเหมือนกันหมด ทั้งงานพระราชพิธีมงคล และพระราชพิธีอวมงคล

       วงสังข์แตร แต่งกายด้วยหมวกปัสตูแดงรูปกรวย ปลายพู่ขาว เสื้อปัสตูแดงแขนบานขลิบลูกไม้ใบข้าว กางเกงปัสตูแดงขลิบเหลือง รองเท้าดำ

 

       เจ้าพนักงานมโหระทึก จ่าปี่ จ่ากลองเปิงมาง สวมหมวกทรงประพาสโหมดเทศยอดบัวตูม เสื้อเข็บขาบไหม กางเกงมัสหรู่ไหม เข็มขัดแถบทองหัวครุฑ รองเท้าดำ

 

       เจ้าพนักงานจ่ากลองชนะ สวมหมวกกลีบลำดวนปัสตูแดงขลิบเหลือง เสื้อปัสตูแดง กางเกงปัสตูแดงขลิบเหลือง รองเท้าดำ

 

       ส่วนวงของกรมศิลปากร เรียกเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานว่านักดนตรี มีชื่อเรียกตามตำแหน่งว่าดุริยางคศิลปิน แต่งกายตามหมายที่กำหนดไว้เช่น เครื่องแบบเต็มยศไว้ทุกข์, ครึ่งยศไว้ทุกข์, ปกติขาวไว้ทุกข์

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณข้อมูล : มติชน


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน