สืบสานพระราชปณิธาน!!! มติสนช.รับหลักการร่างพ.ร.บ.สถาบันภูมิราชธรรม น้อมนำแนวพระราชดำริถ่ายทอดผ่านการเรียน-สอนเริ่มต้นปี 2561

Publish 2016-12-01 14:42:06

     ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธาน ได้มีมติรับหลักการวาระแรกในร่างพ.ร.บ.สถาบันภูมิราชธรรมพ.ศ. ... โดยสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ให้จัดตั้งสถาบันภูมิราชธรรมขึ้นโดยเป็นสถาบันอุดมศึกษา มีฐานะนิติบุคคล และเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ ทั้งไม่เป็นส่วนราชการและไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ อยู่ภายใต้การดูแลอุปถัมภ์ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยมีรมว.กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รักษาการ

 

 



     โดยสถาบันแห่งนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะบุกเบิกแสวงหา และเป็นคลังความรู้ จัดการศึกษา ส่งเสริม ประยุกต์ และพัฒนาวิชาการ และวิชาชีพชั้นสูงสร้างบัณฑิตวิจัย เป็นแหล่งรวมสติปัญญา เผยแพร่ความรู้ฯ รายได้ของสถาบันได้จากเงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปี เงินหรือทรัพย์สินที่ผู้มีอุทิศให้ เงินที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เพื่อจัดตั้งเป็นกองทุนภูมิราชธรรม โดยมีคณะกรรมการบริหารกองทุนภูมิราชธรรม ทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุน ซึ่งในวาระเริ่มแรกที่ยังไม่มีสภาสถาบัน ให้สภาสถาบันประกอบด้วยผู้อำนวยการสถาบันสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นนายกสภาสถาบัน และให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีจนกว่าจะมีสภาสถาบันตามพระราชบัญญัติฉบับนี้

 

 


     นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการ ชี้แจงว่า ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงครองสิริราชย์สมบัติครบ 70 ปี เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2559 จึงควรจัดตั้งสถาบันภูมิราชธรรมเป็นสถาบันอุดมศึกษาทางวิชาการ และวิชาชีพชั้นสูง เพื่อเฉลิมพระเกียรติคุณด้านการศึกษาและศิลปะวิทยาการ ทั้งฝ่ายวิทยาศาสตร์และศิลปะศาสตร์ทุกแขนง พร้อมน้อมนำพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพ ที่ทรงมีอยู่เต็มเปี่ยมในความรู้ทุกด้านและยังได้ให้เกิดประโยชน์สุขแก่พสกนิกรมาเป็นแบบอย่างในการจัดกระบวนการศึกษาเรียนรู้ อีกทั้งเพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีอยู่เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมของประชาชาติไทยในอนาคตกาล โดยจะเปิดการเรียนการสอนครั้งแรกในปี 2561

 

 

 

 

    ทั้งนี้ สมาชิกสนช. แสดงความเห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ส่วนใหญ่เห็นว่าควรนำพระราชดำรัชของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มาเป็นแบบอย่างในการจัดกระบวนการศึกษาเรียนรู้ เพราะเป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ต้องการให้คนไทยได้เรียนรู้จากสถาบันดังกล่าวนี้ โดยเฉพาะการเกษตรเพื่อให้ประชาชนต่อยอดไปสู่การพัฒนา สร้างรายได้ให้กับตัวเอง รวมทั้งต้องมีกาเรียนรู้โดยการปฏิบัติการเพื่อต่อยอดพัฒนาวิถีชีวิตของตนเอง และน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต พร้อมทั้งควรเรียนรู้จากโครงการพระราชดำริต่างๆ เพื่อนำมาพัฒนาชีวิต อย่างไรก็ตาม ในการประชุมดังกล่าวมีมติรับหลักการวาระแรกด้วยคะแนน 217 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 21 คน.

 

 

เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณข้อมูล เดลินิวส์ออนไลน์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กำพลาภร พุฒิพุทธ