ไม่ต้องใช้ม.44 เก็บภาษี 1.6 หมื่นล้านทักษิณได้ แต่รัฐบาลต้องสอบ 5 อธิบดีสรรพากรที่ผ่านมา

ไม่ต้องใช้ม.44 เก็บภาษี 1.6 หมื่นล้านทักษิณได้ แต่รัฐบาลต้องสอบ 5 อธิบดีสรรพากรที่ผ่านมา

Publish 2017-03-13 20:23:01

สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ วันนี้วันที่ 13 มี.ค. 2560 กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าทางการเมืองขึ้นมาทันทีเลยครับ สำหรับการเรียกเก็บเงินภาษีของทักษิณ ชินวัตร จำนวน 1.6 หมื่นล้านบาท ที่มีทีท่าว่าจะเก็บไม่ได้ เรื่องนี้เกี่ยวเนื่องจากการที่นายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวของนายทักษิณ ชินวัตร ได้นำหุ้นชินคอร์ปซึ่งซื้อมาจากบริษัทแอมเพิลริช จำนวน 329.2 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1 บาท นำมาขายต่อให้กับกองทุนเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ ในราคาหุ้นละ 49.25 บาท เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2549 ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย



 

 

แน่นอนครับ บริษัทแอมเพิลริช เป็นบริษัทที่เรียกว่าถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นนอมินีของทักษิณ กระบวนการต่างๆ ทำก็เพื่อที่จะหลบเลี่ยงภาษี ต่อมากรรมสรรพากรได้เรียกเก็บภาษีจากนายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา เป็นเงิน 1.1 หมื่นล้าน แต่ปรากฏว่าศาลสรรพากรได้วินิจฉัยว่าไม่สามารถจะไปเรียกเก็บเงินจากทั้งสองได้ เนื่องจากว่าทั้งสองเป็นตัวแทนที่ทำแทนนายทักษิณ ชินวัตรเท่านั้น พูดง่ายๆ ก็คือเป็นตัวแทนในการที่จะหลบเลี่ยงภาษี ดังนั้นสิ่งที่กรมสรรพากรจะต้องทำคือการไปจัดการเรียกเก็บภาษีจากทักษิณ ชินวัตร โดยตรง


 

 

10 ปีที่ผ่านมา มีอธิบดีกรมสรรพากรทั้งสิ้น 5 คน มีนายศานิต ร่างน้อย, นายวินัย วิทวัสการเวช, นายสาธิต รังคสิริ, นายสุทธิชัย สังขมณี และนายประสงค์ พูนธเนศ ซึ่งเป็นอธิบดีกรมสรรพากรคนปัจจุบัน โดยการที่ไม่ได้เรียกเก็บภาษีดังกล่าว ทำให้สตง.หรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินทำเรื่องทักท้วงมายังกรมสรรพากร กรมสรรพากรได้รับเรื่องก็ส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีสรรพากรของกระทรวงการคลัง ที่มีนายประภาศ คงเอียด รองปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานวินิจฉัยว่ามีสิทธิ์ในการที่จะขยายเวลาออกจดหมายเรียกผู้เสียภาษี คือนายทักษิณ ชินวัตรมาไต่สวนหรือไม่

 

 

 

 

ปรากฏว่าคณะกรรมการชุดนี้วินิจฉัยว่าไม่สามารถทำได้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าการเรียกเก็บภาษีจำนวน 1.6 หมื่นล้านจากทักษิณ ชินวัตร ขาดอายุความลง ในวันที่ 31 มี.ค. 2560 ที่จะถึงนี้ทันที เอายังไงล่ะครับทีนี้ ร้อนกันไปหมด มีผู้เสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะคสช. ใช้มาตรา 44 ในการเรียกเก็บ แต่ดูเหมือนว่าเรื่องการใช้มาตรา 44 นั้นไม่น่าจะเป็นความต้องการของพล.อ.ประยุทธ์ เพราะมิฉะนั้น จะกลายเป็นการไปกลั่นแกล้งทักษิณ ชินวัตร ซึ่งไม่อยู่ในกระบวนการตามกฏหมายตามปกติ

 

 

 

 

โดยวันนี้ (13 มี.ค.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้เชิญผู้เกี่ยวข้อง นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ(ป.ป.ท.) พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) หลังจากใช้เวลาหารือกันประมาณ 1 ชม. นายวิษณุก็ออกมาเปิดเผยว่า การประชุมในวันนี้มีความคืบหน้าด้วยดี แต่ต้องให้รัฐบาลพิจารณาตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยนายวิษณุได้ย้ำว่าจะไม่มีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ที่เข้ามาดำเนินการ เพราะรัฐบาลจะไม่ทำอะไรผิดหลักนิติธรรม

 

 

 

 

ส่วนด้านเลขาธิการป.ป.ง ได้เปิดเผยว่า ผลสรุปในการประชุมนั้นมีทางออกในการที่จะเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปอย่างแน่นอน มีข้อยุติแล้วรอแต่ให้รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจ และข้อสรุปนั้นรัฐบาลแฮปปี้อย่างแน่นอน แสดงว่ามีทางออกแต่ยังไม่เปิดเผยครับ แต่ไม่ว่ารัฐบาลจะแฮปปี้หรือไม่นั้น สาระสำคัญคือรัฐบาลจะต้องเอาจริงเอาจังกับอธิบดีกรมสรรพากรทั้ง 5 คนว่า ทำไมถึงปล่อยปละละเลยให้เรื่องราวมันบานปลายมาได้ถึงขนาดนี้.

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณ แฟนข่าวสนธิญาณ


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน