ทักษิณ...ร้ายกาจขนาดไหนก็ไม่รอดสายตา!!!“บิ๊กตู่”ตามแกะภาษีหุ้นชินกว่าอาทิตย์พบ“วางแผนแยบยลเงินไหลทอด”สั่งสรรพากรต้องเก็บคืนแผ่นดินหมื่นล้าน

ทักษิณ...ร้ายกาจขนาดไหนก็ไม่รอดสายตา!!!“บิ๊กตู่”ตามแกะภาษีหุ้นชินกว่าอาทิตย์พบ“วางแผนแยบยลเงินไหลทอด”สั่งสรรพากรต้องเก็บคืนแผ่นดินหมื่นล้าน

Publish 2017-03-14 17:35:28

       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมเมื่อวันที่ 13 มีนาคม เพื่อหารือความคืบหน้าการเรียกเก็บภาษีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีขายหุ้นชินคอร์ป เมื่อปี 2549 ว่า ตนไม่ได้นิ่งนอนใจตั้งแต่วันแรกที่ได้ยินกรณีนี้ขึ้นมา ในหลักการสำคัญเรื่องนี้ได้ให้แนวคิดไปว่ารัฐบาลจะต้องไม่ทำขัดกับหลักยุติธรรม และตนจะไม่ใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาเรื่องนี้ เดี่ยวจะหาว่าตนไปรุกไล่ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ตนได้ให้ประชุมร่วมกันของคณะใหญ่ทั้งหมด เกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย เช่น สตง. ปปง. และกฤษฎีกา ซึ่งได้ข้อยุติให้ใช้กฎหมายปกติดำเนินการ




       “ กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพกรจะดำเนินการเรียกภาษี จะได้หรือไม่ต้องไปเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ทุกฝ่ายมีโอกาสโต้แย้งในชั้นศาล ซึ่งต้องดูความเป็นมาของศาลที่ผ่านมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นศาลฎีกา เพราะหลายอย่างมีความซับซ้อน มีการวางแผนแยบยลเงินไหลทอด สังคมก็เชื่ออย่างนั้น ผมพยายามแกะมาอาทิตย์กว่าๆแล้ว จนได้ข้อยุติดังกล่าว การที่จะให้ผมมาสั่งโน้นสั่งนี้ บางอย่างผมไม่สั่งก็สั่งไม่ได้ เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายไปพิจารณามา สรุปกรมสรรพากรต้องดำเนินการเรียกเก็บภาษี ถ้าไม่ได้ก็ไปอุทธรณ์ว่ากันไปตามกฎหมาย ซึ่งต้องทันเวลาก่อนวันที่ 31 มีนาคมนี้ด้วย การดำเนินการเรื่องนี้เป็นผลมาจากการประชุมของคณะกรรมการร่วมทั้งหมด ซึ่งเป็นไปตามข้อสังเกตของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเสนอมา หากรัฐบาลไม่ทำอะไรเลยเดี๋ยวจะเป็นปัญหาอีกเหมือนคดีอื่นๆ ยืนยันว่าไม่ได้รังแกใคร ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


       อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สตง. ได้ออกมายืนยันให้รัฐบาลสั่งการให้กรมสรรพากรเก็บภาษีนายทักษิณ ชินวัตร วงเงิน 12,000 ล้านบาท จากการหลีกเลี่ยงภาษีในการขายหุ้นของชินคอร์ปให้กองทุนเทมาเส็กของสิงคโปร์ โดยให้ใช้มาตรา 61 แห่งประมวลรัษฎากร ภายในวันที่ 31 มี.ค. 2560 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของอายุความ 10 ปี ซึ่งกรณีนี้กรมสรรพากรสามารถทำหนังสือแจ้งการประเมินภาษีนายทักษิณได้โดยไม่ต้องออกหมายเรียกตรวจสอบก่อน เพราะมาตรา 61 มิได้บังคับให้ออกหมายเรียกก่อนประเมินภาษีเหมือนมาตรา 49 แห่งประมวลรัษฎากร ที่บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่าต้องออกหมายเรียกตรวจสอบก่อนจึงจะประเมินได้

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ หนูแก้ว สำนักข่าวทีนิวส์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว