ชดใช้กรรม!!!ยึดทรัพย์เด็ก“เจ๊แดง”อดีตสส.เพื่อไทย แสดงบัญชีเท็จ-รวยผิดปกติ ลุ้น“ศาลฏีกา”พิพากษายึด186 ล้านคืนแผ่นดิน-ตัดสิทธิ์การเมืองอีก5ปี

Publish 2017-03-15 10:43:05

       จากรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการและโฆษกสำนักงานป.ป.ช. แถลงผลการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สินของนายเกษม นิมมลรัตน์ กรณีพ้นจากตำแหน่ง และกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่,กรณีเข้ารับตำแหน่ง กรณีพ้นจากตำแหน่ง และกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ในตำแหน่งส.ส. และกรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ รวม 6 กรณี แล้วมีมติว่า นายเกษม จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ



       ทั้งนี้นายสรรเสริญ เปิดเผยว่า นายเกษม แสดงเงินกู้ยืมของนางดวงสุดา นิมมลรัตน์ คู่สมรส ที่กู้ยืมจากนางบุญทอง สุภารังษี ซึ่งเป็นมารดาของนายเกษม จำนวน 72 ล้านบาท อันเป็นเท็จ และปกปิดเงินที่ได้จากการขายหุ้นบริษัท วินโคสท์ อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด (มหาชน) (WIN) ในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่า 26,193,205 บาท รวมทั้งปกปิดเงินลงทุนในบริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (ASCON) มูลค่า 74,205,972 บาท ของนางดวงสุดา ที่ให้นางบุญทองถือครองแทน โดยคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติให้เสนอเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 34 เพื่อขอให้นายเกษม พ้นจากตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และห้ามมิให้นายเกษมดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกาฯ วินิจฉัย และขอให้ลงโทษตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 119 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ด้วย


       นอกจากนี้ เลขาธิการป.ป.ช. ยังเปิดเผยอีกว่าได้พิจารณารายงานผลการตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินของนายเกษม ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และตำแหน่งส.ส.แล้วมีมติว่า นายเกษมเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และตำแหน่ง ส.ส.มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ตามมาตรา 38 วรรคสอง แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 รวมมูลค่า 186,620,637 บาท ตามรายการดังต่อไปนี้ 1.หุ้นบริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (ASCON) ในชื่อของนางบุญทอง จำนวน 20,612,770 หุ้น รวมมูลค่า 74,205,972 บาท และหุ้นบริษัทแอสคอนฯ ในชื่อของนางดวงสุดา ที่ขายไปแล้ว จำนวน 923,000 หุ้น เป็นเงิน 3,015,214บาท

 

        เลขาธิการป.ป.ช. กล่าวอีกว่า 2.เงินที่ได้จากการขายหุ้นบริษัท วินโคสท์ อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด (มหาชน) (WIN) ในตลาดหลักทรัพย์ จำนวนเงิน 16,585,537 บาท และหุ้นบริษัท วินโคสท์ฯ ที่เหลือจากการขายในตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 1,000,168 หุ้น มูลค่า 390,065 บาท รวมมูลค่าสุทธิเป็นเงิน 16,975,602 บาท 3.เงินที่ได้จากการขายหุ้นบริษัท เอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (MLINK) ของนางดวงสุดา จำนวน 4,187,700 หุ้น เป็นเงิน 5,407,163 บาท 4.เงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นของนายเกษมและนางดวงสุดา กรณีนายเกษม พ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ รวมมูลค่า 8,585,953 บาท 5.รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน กก 111 เชียงใหม่ มูลค่า 700,000 บาท ของนายเกษม 6.ที่ดินโฉนดเลขที่ 19767 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ มูลค่า 1,200,000 บาท ของนางดวงสุดา 7.เงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นของนายเกษม และนางดวงสุดา กรณีนายเกษมพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ รวมมูลค่า 21,384,152บาท และ 8.เงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นของนางดวงสุดา กรณีนายเกษม พ้นจากตำแหน่งส.ส. รวม 8 แห่ง มูลค่า 55,146,579 บาท

        “ คณะกรรมการป.ป.ช.มีมติให้ส่งเอกสารทั้งหมดที่มีอยู่ พร้อมทั้งรายงานผลการตรวจสอบไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อให้ทรัพย์สินของนายเกษมที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ 186 ล้านบาทเศษ ตกเป็นของแผ่นดิน ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 38 วรรคสองต่อไป ทั้งนี้ หากไม่สามารถบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของนายเกษม ที่มีมติว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมด หรือแต่บางส่วนแล้ว ขอให้ศาลบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของนายเกษม ตามนัยมาตรา 83 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ด้วย ” เลขาฯปปช. กล่าว

 

       ล่าสุดศาลฏีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดฟังคำพิพากษาคดีฟ้องนายเกษม อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยเป็นจำเลย กรณีแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเท็จ และร่ำรวยผิดปกติ 186 ล้านบาท ในวันพรุ่งนี้ (16 มี.ค.60)โดยปปช.ขอให้ศาลสั่งให้นายเกษม พ้นจากตำแหน่งรองนายกอบจ.เชียงใหม่ และห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีก 5ปีด้วย อย่างไรก็ตามนายเกษม เป็นอดีตส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยได้รับเลือกตั้งครั้งแรกในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 เชียงใหม่ เมื่อปี2555 แทนน.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ลูกสาวนางเยาวภา ที่ถูกคณะกรรมการป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณียื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ แต่ในเดือนมี.ค.56 นายเกษมได้ลาออกจากตำแหน่งส.ส. ก่อนที่นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ จะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แทนนายเกษมในเขตดังกล่าว ซึ่งนายเกษม ถือเป็นคนสนิทของตระกูลวงศ์สวัสดิ์ เคยเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวส.ส.ของนางเยาวภา เลขานุการส่วนตัวนางเยาวภา

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ หนูแก้ว สำนักข่าวทีนิวส์

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว

ติดตามข่าวอื่นๆ