ผ่านตลอด!! รบ.คสช.ตอบ10คำถามICCPR ของUN รวมม.112 นายกฯขอแยกให้ออก ผิดกม.กับสิทธิมนุษยชน

Publish 2017-03-15 15:56:54

ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับการประชุมทบทวนการบังคับใช้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ของคณะกรรมการICCPRหนึ่งในคณะกรรมการองค์การสหประชาติที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ซึ่งมีประเทศต่างๆ เป็นสมาชิก และรวมถึงประเทศไทยด้วย และในรอบของไทยไดัรายงานและตอบคำถามต่อคณะกรรมการที่มีขึ้นระหว่างวันที่13-14 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ 

 

และคำถามที่ไทยตัองตอบคณะกรรมการมีทั้งหมด 10 คำถาม คือ ประเด็นการบังคับใช้ICCPRโดยศาลและองค์กรรัฐ ประเด็นการลอยนวลพ้นผิด ประเด็นการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และการเลี่ยงพันธกรณีตามICCPR ประเด็นการซ้อมทรมาน ประเด็นการจับกุม ควบคุมตัวบุคคลตามคำสั่งหัวหน้าคสช. ประเด็นการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร ประเด็นการจำกัดเสรีภาพการแสดงออกภายใต้การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นการจำกัดเสรีภาพการแสดงออก และการชุมนุมโดยสงบ 

 




และ ประเด็นการใช้กฎหมายม.112 ซึ่งทางรัฐบาลไทยตอบไปว่า ประเทศไทยมีประมวลกฎหมายอาญาตามม.112 เพื่อเป็นการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นที่เคารพ และ เทิดทูน ICCPRไม่ควรนำเรื่องนี้มามองว่าเป็นเรื่องกีดกันการมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิด ความเห็น หรือการใช้เสรีภาพทางวิชาการ 

 

รัฐบาลยังชี้แจงว่าเรื่องนี้ถือเป็นปัญหาที่มาจากความขัดแย้งทางการเมือง โดยมีการนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ประโยชน์ ซึ่งจะเห็นได้จากสถิติของคดีการกระทำผิดตามม.112ที่มีสถิติเพิ่มขึ้นก็เป็นผลมาจากความขัดแย้งทางการเมือง ส่วนกรณีผู้ต้องหาตามม.112รัฐบาลชี้แจงว่าทุกคนยังคงมีสิทธิ์เช่นเดียวกับคดีอื่น 


 


เกี่ยวกับเรื่องนี้นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวว่า ทราบว่าคณะกรรมการรับฟังเราด้วยดี ไม่มีรุกไล่เพราะเรามีเหตุผลในการชี้แจง และขณะเดียวกันเราต้องดูประเทศของเราด้วยว่า เราอยู่ในสถานการณ์ใด แก้ปัญหาประเทศอย่างไร ถึงได้บอกว่า เรื่องผิดกฎหมาย กับเรื่องสิทธิมนุษยชนเส้นนี้มันใกล้กันมาก กรุณาช่วยดูกันด้วย 

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า เรื่องสิทธิมนุษยชนทุกประเทศก็โดนกันหมด ไม่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น ยกตัวอย่าง กรณีประเทศไทยทำไมยังมีการกำหนดโทษประหารชีวิตอยู่ ขณะที่คนไทย ก็ถามรัฐบาลว่าทำไมไม่ประหารชีวิตในคดีนั้นๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกันเอง และตามความเป็นจริง ทั้งไทย และต่างประเทศต่างก็มีโทษประหารชีวิตเช่นเดียวกัน โดยไทยมีโทษประหารแต่ไม่ได้ใช้โทษนี้มานานนับ10ปีแล้ว

 

 

 

 

เรียบเรียง : นิตติยา  บุญตาวัน สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณที่มา : แฟนข่าวทีนิวส์กับบุญระดม



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน