ไม่รอด!!!ศาลพิพากษาจำคุก12เดือนไม่รอลงอาญาเด็ก“เจ๊แดง”อดีตสส.เพื่อไทย แสดงบัญชีเท็จ-รวยผิดปกติ สั่งยึดทันที168ล้านคืนแผ่นดิน

Publish 2017-03-16 16:22:35

จากรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการและโฆษกสำนักงานป.ป.ช. แถลงผลการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สินของนายเกษม นิมมลรัตน์ กรณีพ้นจากตำแหน่ง และกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่, กรณีเข้ารับตำแหน่ง กรณีพ้นจากตำแหน่ง และกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ในตำแหน่งส.ส. และกรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ รวม 6 กรณี แล้วมีมติว่า นายเกษม จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ



       ล่าสุดในวันนี้ (16 มีค.60) ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดฟังคำพิพากษาคดีฟ้องนายเกษม อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยเป็นจำเลย กรณีแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเท็จ และร่ำรวยผิดปกติ 186 ล้านบาทโดยปปช.ขอให้ศาลสั่งให้นายเกษม พ้นจากตำแหน่งรองนายกอบจ.เชียงใหม่ และห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีก 5ปีด้วย ซึ่งศาลได้พิพากษาโดยองค์คณะฯ พิเคราะห์แล้ว พยานในชั้นไต่สวนของ ป.ป.ช.แล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ 9 เสียง ให้ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นผิดปกติโดยไม่สามารถชี้แจงหรือมีหลักฐานมาแสดงที่มา-ที่ไปของเงินนำมาซื่อทรัพย์สินว่าเป็นเงินที่ได้มาโดยสุจริต ส่วนที่อ้างว่าเป็นเงินรายได้จากธุรกิจโรงสีข้าว โรงน้ำแข็ง เงินค้าทองคำ หจก.แม่ริม จำกัดฯ ที่เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างนั้น ฟังไม่ขึ้นเพราะบางส่วนผลประกอบการขาดทุน และธุรกิจโรงสีข้าว-โรงน้ำแข็ง ก็ไม่มีรายได้มากขนาดนำมาเสียภาษี

 

       จึงไม่น่าเชื่อผู้ถูกกล่าวหา และผู้คัดค้านทั้สองจะมีรายได้เพียงพอกับทรัพย์สินนั้น และที่อ้างว่ามีเงินจากการขายกิจการเก็บเป็นเงินสดเกือบ 100 ล้านบาทหากนำมาเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายประจำวัน เงินนั้นย่อมลดลง และไม่มีคว่มจำเป็นที่จะเก็บเงินสดจำนวนมสกไว้ในบ้านโดยไม่ได้รับประโยชน์ดอกผล ข้อต่อสู้จึงไม่น้ำหนักและเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีหลักฐานเอกสารมาชี้แจงละเอียด จึงมีคำสั่งให้ทรัพย์สินจำนวน 7 รายการ และดอกเบี้ย มูลค่า 168,453,245.70 บาท ตกเป็นของแผ่นดิน หากผู้ถูกกล่าวและผู้คัดค้าน ไม่สามารถชดใช้เงินจำนวนนี้คืนได้ ก็ให้บังคับเอาทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาและผู้คัดค้าน ให้ตกเป็นของแผ่นดินภายในอายุความ 10 ปี โดยให้คืนทรัพย์สินที่เป็นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน กก 111 เชียงใหม่ มูลค่า 700,000 บาท และหุ้น MSC จำนวน 9,780 หุ้น คืนแก่เจ้าของ


ส่วนคดีอาญาจากการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จให้จำคุก 12 เดือน  จาก 6 กระทง กรณีเมื่อครั้งเป็นที่ปรึกษานายกฯอบจ.โดยไม่รอลงอาญา

       ทั้งนี้เลขาธิการป.ป.ช. ยังเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ได้พิจารณารายงานผลการตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินของนายเกษม ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และตำแหน่งส.ส.แล้วมีมติว่า นายเกษมเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และตำแหน่ง ส.ส.มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ตามมาตรา 38 วรรคสอง แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 รวมมูลค่า 186,620,637 บาท

 

       “ คณะกรรมการป.ป.ช.มีมติให้ส่งเอกสารทั้งหมดที่มีอยู่ พร้อมทั้งรายงานผลการตรวจสอบไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อให้ทรัพย์สินของนายเกษมที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ 186 ล้านบาทเศษ ตกเป็นของแผ่นดิน ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 38 วรรคสองต่อไป ทั้งนี้ หากไม่สามารถบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของนายเกษม ที่มีมติว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมด หรือแต่บางส่วนแล้ว ขอให้ศาลบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของนายเกษม ตามนัยมาตรา 83 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ด้วย ” เลขาฯปปช. กล่าว

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว