เปิดปมใหม่ !!! "แก้วสรร" แนะรัฐบาลเก็บภาษี "โอ๊ค-เอม" 2.2 หมื่นล้าน ฐานนั่งกก. แอมเพิลริช ตามมติคตส.ที่เคยส่งให้กรมสรรพากร

Publish 2017-03-16 17:14:51

นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เปิดเผยถึงการตรวจสอบภาษีหุ้นชินคอร์ปอันเป็นที่มาของการเรียกเก็บภาษีจากนายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวของนายทักษิณ เป็นเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท ว่าเกิดจาก คตส.พบว่ามีการขายหุ้น 329.2 ล้านหุ้น ที่ถือไว้ในนามบริษัท แอมเพิลริช ให้แก่กลุ่มทุนเทมาเส็กช่วงมกราคมปี 2549 มีการทำเป็นการขายทางอ้อม คือ ให้แอมเพิลริชขายให้นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทาก่อนในราคาหุ้นละ 1 บาท แล้วจึงให้บุคคลทั้งสองขายต่อให้เทมาเส็กอีกครั้งในราคาหุ้นละ 49.25 บาท เป็นเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท แล้วไม่ยอมเสียภาษี คตส.จึงเสนอให้กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีบุคคลทั้งสองคนละ 5.6 พันล้านบาท ในขณะนี้ก็ได้ข้อสรุปว่ากรมสรรพากรจะดำเนินการเก็บภาษีจากนายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทา ในฐานะที่เป็นตัวแทนทักษิณแล้ว

 

ในขณะที่ นาย พานทองแท้ วันนี้ก็ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีเนื้อหาและรายละเอียด ดังต่อไปนี้




เรื่องการซื้อ-ขายหุ้นชินฯ สืบเนื่องมาจนถึงการจะเรียกเก็บภาษีฯ หากจะมองว่าเป็นการกระทำผิด การจะพิจารณาดำเนินการ "เอาผิด" สามารถกระทำได้ใน 2 กรณี ทางใดทางหนึ่งเท่านั้น ตามนี้ครับ

กรณีที่ 1
ถ้าการที่คุณพ่อขายหุ้นให้กับผมเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ศาลพิจารณาว่าเป็นการซื้อ-ขายจริง เท่ากับว่าหุ้นนั้นตกเป็นของผมแล้ว ผมซื้อมาที่ราคาต่ำ ขายไปราคาสูงกว่า เมื่อผมมีกำไรจากการขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ หากจะฟ้องร้องเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นในครั้งนั้น ก็น่าจะพอรับฟังได้ เพราะศาลได้ชี้ว่ามีการซื้อ-ขายกันจริงครับ

แต่หากการพิจารณาออกมาในแนวทางนี้ ก็จะถือว่าหุ้นดังกล่าวเป็นของผม ไม่ใช่ของพ่อ กรณีดังกล่าวก็จะยึดทรัพย์คุณพ่อผม 46,000 ล้านไม่ได้

นั่นคือกรณีที่ 1 ซึ่งมันไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพราะศาลได้ตัดสินยึดทรัพย์คุณพ่อผมไปเรียบร้อยแล้ว


กรณีที่ 2
กรณีนี้คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ที่ศาลพิจารณาว่าคุณพ่อไม่ได้ขายหุ้นนั้นให้กับผม และตีความว่าหุ้นดังกล่าวนั้น ยังคงเป็นของคุณพ่อผมอยู่ ศาลจึงได้ตัดสินให้ยึดเงินจำนวน 46,000 ล้านไป

ตรงนี้แสดงให้เห็นว่า ในแนวทางการวินิจฉัยนั้น สรุปว่ามิได้มีการซื้อขาย ที่เป็นมูลเหตุให้ต้องเสียภาษีเลย ทรัพย์สินก็ถูกยึดไป ตามจำนวนที่ศาลได้พิจารณาว่าเหมาะสมในการ "เอาผิด" แล้ว

เรื่องนี้มันจบไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ได้มีคำตัดสินไปในแนวทางที่ไม่มีการซื้อ-ขาย ไม่มีการเรียกภาษีกันแล้ว และมีการ "เอาผิด" ไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยการยึดทรัพย์ ไปเป็นจำนวนมหาศาลถึง 46,000 ล้านบาท

อยู่ๆ มาวันนี้ รัฐบาลยังต้องการเอาอะไรจากครอบครัวผมอีก..??

ตกลงความหมายของคำว่าปรองดอง ในมุมมองของรัฐบาลนี้ คือการทำลายล้างฝ่ายที่ถูกตัวเองยึดอำนาจมาให้สิ้นซาก กระทืบกันให้จมดิน เพื่อจะได้เหลือแต่พวกเดียวกัน จะได้ไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น

หรือการปรองดองหมายถึง การให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขกันแน่ครับ..??



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

บุญชัย ธนะไพรินทร์

ติดตามข่าวอื่นๆ