“ด่าผมเป็นหมาก็ได้ แต่อย่าด่าตระกูลเรืองสุวรรณ”ย้อนคำญาติผู้น้องถึงญาติผู้พี่-ที่วันนี้คนชื่อ“จารุพงศ์”ไปไกลแล้ว-คนซึ่งอยู่เบื้องหลังโกตี๋??

Publish 2017-03-23 13:55:43


จากกรณีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารร่วมปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 9 จุด หลังสืบทราบว่าเป้าหมายทั้ง 9 จุดมีการซุกซ่อนอาวุธปืนและอาวุธสงครามจำนวนมาก และพบเป้าหมายที่ 3 ซึ่งได้จับกุมนางปาลิดา เรืองสุวรรณ อายุ 62 ปี ขณะเข้าตรวจค้นบ้านพักของนางปาลิดา เลขที่ 106/19 หมู่บ้านชวนชื่นบรู๊คไซด์ ซอยชวนชื่น 10 ต.บางคูวัด จ.ปทุมธานี ที่ซึ่งต่อมาปรากฏข้อมูลแชทไลน์ของนายธีรชัย อุตรวิเชียร ลูกน้องนายวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ที่มีการพูดคุยสนทนากับกลุ่มเครือข่ายของโกตี๋



       โดยมีทั้งนายอุดมชัย นพสวัสดิ์ ซึ่งนายอุดมชัยได้รายงานเรื่องการเตรียมการประชุมให้กับนายธีรชัย ที่มีทั้งรายงานจำนวนสมาชิกที่จะเข้าประชุม เวลาการประชุม นอกจากนี้ยังมีการสนทนาที่ชี้ให้เห็นว่าทางเครือข่ายมีความระมัดระวังในการปฏิบัติการเป็นอย่างมาก มีการตรวจสอบสมาชิกอย่างละเอียด เห็นได้จากบทสนทนาตอนหนึ่งที่นายธีรชัยถาม นายอุดมชัยว่า น้องสาวนายจารุพงษ์ มีชื่อว่าอะไร นายอุดมชัยก็ตอบว่า ชื่อ นางปาลิดา เรืองสุวรรณ และมีการบอกชื่อเล่นพร้อมที่อยู่อย่างชัดเจน และจากการที่โกตี๋ ให้สัมภาษณ์กับ จอม เพชรประดับเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและความเคลื่อนไหวต่างๆของตนนั้นมีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการองค์กรเสรีไทยรับรู้และคอยให้คำแนะนำ ทำให้ชื่อของนายจารุพงศ์ ถูกนำกลับมากล่าวถึงอีกครั้งอย่างมีนัยสำคัญในการเคลื่อนไหวของระบอบทักษิณภายใต้การต่อสู้ที่แหลมคมยิ่งต่อสถาบันและความเป็นประเทศชาติ

       มีข้อมูลที่น่าสนใจยิ่งเกี่ยวกับนายจารุพงศ์ ก่อนที่จะหนีไปจากเมืองไทยไปตั้งองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย โดยมีตัวเองนั่งเป็นเลขาธิการฯ ซึ่งหลังยึดอำนาจไม่นาน โพสต์ทูเดย์ออนไลน์ได้นำเสนอถึงตัวตนของนายจารุพงศ์ ผ่านญาติผู้น้องอย่างนายจารุวัชร เรืองสุวรรณ  ซึ่งอยากจะนำมาเผยแพร่บางช่วงบางตอนที่เป็นสาระสำคัญอันชวนติดตามดังต่อไปนี้ หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รายงานตัว เมื่อวันที่ 22 พ.ค. แต่เจ้าตัวกลับไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่ง ทั้งยังโพสต์เฟซบุ๊กประกาศต่อต้านทุกรูปแบบ นี่เองส่งผลให้อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต้องหลบหนีลี้ออกจากประเทศไทย

 

       นายจารุวัชร เปิดเผยถึงความเดือดร้อนแสนสาหัสของญาติพี่น้อง จากกรณีข่าวฉาวที่เกิดจากการกระทำของนายจารุพงศ์ ทำให้ตระกูลเรืองสุวรรณต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ต้นตระกูลเรืองสุวรรณมีบรรพบุรุษเป็นเจ้าผู้ครองนครหลวงพระบางและ เจ้านางแห่งนครเชียงใหม่ สืบเชื้อสายเป็นเจ้าเมืองสำคัญในหัวเมืองอีสานหลายหัวเมืองมาอย่างต่อเนื่อง มาจนถึงรุ่นปู่เจริญและย่าเอี่ยม เรืองสุวรรณ ซึ่งได้ให้กำเนิดทายาทที่ถือว่าเป็นบุคคลมีชื่อเสียงในสังคมไทย จำนวน 6 คน ประกอบด้วยรท.จารุบุตร เรืองสุวรรณ อดีตประธานรัฐสภา (บิดาของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ) จารุมุกด์ (บิดาของจารุวัชร เรืองสุวรรณ) จารุพิฑูรย์ จารุอุดม อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (นายพินิจ จารุสมบัติ) จารุอรรถ และพล.อ.ดร.จารุภัทร เรืองสุวรรณ อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง



       นายจารุวัชร ยืนยันว่าความขัดแย้งทางการเมืองไม่ได้ทำให้พี่น้องตระกูลเรืองสุวรรณ บาดหมางกันแต่อย่างใด เพราะต่างฝ่ายต่างเคารพแนวคิด, จุดยืนและอุดมการณ์ของแต่ละคน เลือกที่จะไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน จนกระทั่งนายจารุพงศ์ ขณะกำลังดำรงตำแหน่ง มท.1ในขณะนั้น แต่กลับสวมเสื้อแดงไปร่วมเวทีปราศรัยกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่สนามกีฬารัชมังคลา กีฬาสถาน และเวทีนปช.ลั่นกลองรบที่จ.นครราชสีมา

 

       “มันเลยเถิดไปหน่อยตรงที่ไปออกแอ็คชั่นปราศรัยเรื่องแบ่งแยกดินแดน บนเวทีคนเสื้อแดงที่โคราช แล้วพูดทำนองยุยงว่าคนไทยมีปืน 10 ล้านกระบอก ให้ใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวใครก็ตามที่ดูถูกพลังประชาชน เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง เป็นรัฐมนตรี ก็ควรเน้นทำงานด้านการเมือง ไม่จำเป็นต้องขึ้นเวทีโชว์ออฟให้นายเห็นเลย ตระกูลเราไม่เคยมีแผล ทำงานโดยซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยคดโกงใคร เคารพกฎหมายบ้านเมืองมาตลอด  มาได้ยินข่าวแล้วก็เสียใจ เสื่อมศรัทธา ไม่รู้จะพูดยังไง มันเกิดความเศร้าใจ นี่เป็นครั้งแรกที่ชื่อเสียงของตระกูลเสื่อมเสีย”

       “ ช่วงเขาเป็นใหญ่เป็นโต คนในขอนแก่นมีแต่วิ่งเข้าหา ผมเองยังมีคนเข้ามาประจบสอพลอ หวังจะให้ผมเป็นบันไดพาไปหาพี่จารุพงศ์ แต่เดี๋ยวนี้คนละเรื่องเลย ญาติพี่น้องไปไหนก็มักเจอถูกถามว่าจารุพงศ์หนีไปไหน เขาไม่กล้าด่าเราตรงๆ แต่จะเยาะเย้ยผ่านสีหน้าแววตา โดยเฉพาะในอินเทอร์เน็ต ตามเว็บข่าวต่างๆที่เกี่ยวกับนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ โดนหนักเลย เปิดดูทีไร ช้ำใจเมื่อนั้น คนไม่ได้ด่าแค่จารุพงศ์คนเดียว แต่ด่าตระกูลเรืองสุวรรณว่าเป็นตระกูลโคตรชั่ว ตระกูลทรราช บางคนเห็นชื่อผมในเฟซบุ๊ก นายจารุวัชร เรืองสุวรรณ ก็คิดว่าผมเป็นจารุพงศ์ ด่าก่อนเลย ด่าด้วยคำหยาบคายมากๆ เพียงเพราะชื่อคล้าย นามสกุลเดียวกัน ผมต้องมานั่งอธิบายว่าคุณดูชื่อดีๆก่อน โปรดแยกเป็นรายบุคคล อย่าเหมาเข่ง

 

       ขอให้พี่จารุพงศ์ว่าโปรดเห็นใจตระกูลเราบ้าง ตระกูลเรืองสุวรรณมีลูกมีหลาน ต้องเดินหน้าต่อไป แต่เราสองคนอีกไม่นานก็ตายแล้ว จะกลับบ้านเก่าวันไหนก็ไม่รู้ ไอ้เรื่องจะมอบตัวหรือไม่มอบตัวนั่นเป็นเรื่องของท่าน ไม่อยากไปก้าวก่าย แต่อยากให้คิดอะไรให้รอบคอบ ทำอะไรคำนึงถึงกฎกติกาบ้านเมือง บรรพบุรุษเราสร้างตระกูลเป็นร้อยปี อย่าให้มาดับในรุ่นของเราเลย ขอกราบล่ะ ในส่วนตัวผม ผมอยากจะเรียกร้องความเป็นธรรมต่อสังคมว่าช่วยแยกแยะ จะด่าจะว่าตัวบุคคลเป็นเรื่องธรรมดา ไม่โกรธ ด่าผมนายจารุวัชรเป็นหมาก็ได้ แต่อย่าเอาตระกูลเรืองสุวรรณ ไปด่าไปกล่าวหา หรืออย่าด่ารวมแบบเหมาเข่ง หรือไปเหมารวมคนที่เขาไม่เกี่ยวข้องด้วย” 

 

นี่คือความในใจของญาติผู้น้องที่ครั้งหนึ่งเคยส่งเสียงดังๆไปยังญาติผู้พี่ ซึ่งถึงวันนี้แล้วไม่รู้ว่าน้ำเสียงเชิงขอร้องเห็นอกเห็นใจเหล่านี้ได้ไปสัมผัสก้องอยู่ในหูญาติผู้พี่บ้างหรือไม่ หากแต่ที่แน่นอนก็คือว่า ถึงวันนี้นายจารุพงศ์ ยังไม่ได้หยุดเคลื่อนไหวที่ไม่เพียงต่อต้านทหารคสช.เท่านั้น แต่หากดูเหมือนว่ายิ่งถลำลึก จนเสียงจากเมืองไทยคล้ายว่าล่องลอยหายไปกับสายลมเพราะพี่ฟัง...แต่ไม่ได้ยิน



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว