ฉีกทุกกระแสแต่โดนใจ!!"น้าเดช"มาอีกระลอกหนักๆ เทียบ"เข็มขัดนิรภัย"กม.การุณยฆาต ไม่ดูบริบทสังคม ใครเร่งรัดบังคับใช้เท่ายืมดาบ "ฆ่านายกฯตู่"??

Publish 2017-04-05 13:11:03

จากกรณีมาตรการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งในวันนี้ (วันที่ 5 เม.ย.) เป็นวันแรกที่จะเริ่มควบคุมบังคับใช้กฎหมายตามประกาศของคสช. โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ได้มอบแนวทางการปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ โดยให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งกับรถขนส่งสาธารณะ รถโดยสารและรถยนต์ทุกประเภทที่ฝ่าฝืนไม่รัดเข็มขัดนิรภัย หากพบว่าที่นั่งภายในรถจัดให้มีเข็มขัดแต่ประชาชนไม่รัดเข็มเข็ดนิรภัยก็จะต้องถูกปรับ 500 บาท ทันที



ล่าสุด เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวนี้ นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ กูรูผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ" แสดงความคิดเห็นถึงประเด็นนี้ โดยระบุข้อความว่า...


 

 

"ความจริงตั้งใจว่าจะเลิกพูดเรื่องเข็มขัดนิรภัยแล้วละ เพราะเบื่อและจะหันมาเชียร์ด้วยว่าทำไปเถอะครับ ดีครับ จับเถอะครับ 
แต่บังเอิญว่ามีบางท่านเข้าแนะนำผม ให้รู้ถึงความสำคัญของเข็มขัดนิรภัย ผมก็ขอบคุณในความปรารถนาดี 
บางท่านถึงขนาดเรียกได้ว่า "ขึ้นธรรมาสน์" สอนผมเลยทีเดียวว่าประเทศนั้นใช้ดีอย่างนั้น ประเทศนี้ใช้แล้วลดอุบัติเหตุได้เท่านั้น

 

ผมจึงขอขยายขี้เท่อเรื่องเข็มขัดนิรภัยที่ผมจำขี้ปากเขามานานแล้วสักเล็กน้อยดังต่อไปนี้ว่า
เข็มขัดนิรภัยที่ใช้กันแพร่หลายที่สุด "ในรถยนต์ใช้งานปรกติ" คือเข็มขัดแบบสามจุด รองลงมาคือแบบสองจุด 
โดยแบบสองจุดนั้นถูกล้อเลียนว่า คาดเพื่อป้องกันไม่ให้ศพกระเด็นออกนอกรถ หรือคาดก็พิการไม่คาดก็ตาย ดังที่เมื่อเช้าผมให้สัมภาษณ์ในรายการของเนชั่น ทีวี.ไปว่า ถ้าผ่านการกลั่นกรองมาจากหลายหน่วยงาน และเห็นว่าเป็นความห่วงใยปะชาชนจริง ทำไมไม่บังคับให้เป็นแบบสามจุดทั้งหมด จะเหลือสองจุดเอาไว้ทำไม ท่านนายตำรวจที่ร่วมรายการก็บอกว่า เขาบังคับสองที่นั่งฝั่งซ้ายขวา แต่ตรงกลางไม่บังคับ นั่นไงครับจะเหลือไว้ทำอะไรล่ะ ๕๕๕๕๕๕๕๕

 

การคาดเข็มขัดนิรภัยแบบสามจุดนั้น เส้นบน หรือเส้นเฉียงต้องพาดผ่านไหปลาร้าซึ่งเป็นส่วนที่มีกระะดูกแข็งแรงที่สุดในบริเวณนี้ อย่าพาดผ่านก้านคอเป็นอันขาด
เพราะเข็มขัดนิรภัยปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่มี พรีเทนชั่นเนอร์ หรือมีระบบกระตุกกลับเมื่อเกิดแรงกระแทก ( มักจะเป็นรูปทรงกระบอกใหญ่พอสมควรอยู่ใต้เบาะนั่ง ถ้าไม่เคยเห็นจะลองก้มลงไปดูกันบ้างก็ได้นะครับ )
แรงกระตุกกลับเกิดมาเพื่อให้เข็มขัดกระชากรั้งตัวคนขับหรือคนโดยสารให้เข้ามาแนบกับพนักเก้าอี้มากที่สุด จะลดความบาดเจ็บจากการกระแทกลงไปได้ชะงัดอย่างยิ่ง
แรงกระตุกกลับนี้มีความแรงมาก หากเข็มขัดเส้นเฉียงพาดผ่านก้านคอ อาจจะทำให้กระดูกก้านคอเคลื่อนหรือคอเคล็ดได้


 

ส่วนเส้นล่างหรือเส้นผ่านเอวนั้น ต้องพาดผ่านกระดูกเชิงกรานเท่านั้น อย่าผ่านช่องท้อง, อย่าผ่านสะดือ, อย่าผ่านกระดูกชายโครงท่อนล่าง ไม่อย่างนั้นเวลาชนและมีแรงกระชากทั้งจากการชนและจากพรีเทนชั่นเนอร์ มันจะรั้งกระชากจนกระดูกชายโครงท่อนปลายซึ่งเป็นกระดูกอ่อนหักได้ หรือรั้งเอาจนกระเพาะปัสสาวะได้รับความกระทบกระเทือนได้ หรืออวัยวะภายในทั้งหลายตับไตไส้พุงม้ามปอดดอกจอกผ้าขี้ริ้วเสียหายได้ จึงมีคำแนะนำให้คาดผ่านกระดูกเชิงกราน
วิธีทดสอบว่าคาดเข็มขัดถูกต้องหรือไม่คือ ให้ทดลองกระชากตัวไปข้างหน้าแรงๆหลังจากคาดเข็มขัดแล้ว ถ้าเจ็บที่บริเวณลำคอก็ปรับเส้นเฉียงใหม่ ถ้ารู้สึกปวดปัสสาวะเพราะโดนกระตุก หรือเจ็บชายโครง ก็ปรับเส้นล่างใหม่ให้ร่นลงไปอยู่บริเวณที่ผ่านเชิงกราน


 

ความรู้ขี้เท่อเรื่องเข็มขัดนิรภัยของผมก็มีเพียงเล็กน้อยเท่านี้ละครับ ผิดตกบกพร่องประการใดก็ขออภัยให้คนรู้น้อยด้วยนะครับ
มีแล้วคาดผิด สู้ไม่มีเสียยังดีกว่า อย่าสักแต่ว่ามีเพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายเลยครับ เอวัง"

 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น นายพัฒนเดช ได้กล่าวถึงกฏหมายดังกล่าวนี้ว่า...

 "มันเป็นกฏหมายการุณยฆาตอย่างแท้จริง ยกความการุณความกรุณาไม่อยากเห็นคนบาดเจ็บล้มตายขึ้นมาอ้าง โดยไม่ดูบริบทในชีวิตจริงของสังคม เป็นกฏหมายยืมดาบฆ่านายก อ้างว่าเพื่อประชาชนแล้วให้นายกประกาศใช้ช่วงสงกรานต์
กฏหมายฉบับเดียว ราวกับแทงด้วยดาบไวของเซี่ยวลี้ปวยตอ และ อั้งมึ้งชวยเสาะ ได้ไปหลายร้อยศพ 
เคี๊ยกๆๆๆๆๆๆๆๆ เล่าฮิวเปรียบประดุจไม้ใกล้ฝั่ง จำต้องขอลาไปเดินลมปราณอยู่ในถ้ำก่อนนะ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณ เฟซบุ๊ก พัฒนาเดช อาสาสรรพกิจ



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กำพลาภร พุฒิพุทธ

ติดตามข่าวอื่นๆ