สาธุการ “ครบ 235 ปี กรุงรัตนโกสินทร์”!!“โหรฟองสนาน”มองชะตาเมืองถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ “6 ก.ย. 60” แล้วคนไทยจะสามัคคี ปท.เป็นช่วงขาขึ้น??

Publish 2017-04-21 09:56:19

ถือเป็นวันประวัติศาสตรสำคัญแห่งกรุงรัตนโกสินทร์  เช้าวันนี้  (21 เม.ย.)   พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี   และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึก   ได้เป็นประธานพิธีครบรอบ 235 ปี   วันคล้ายวันสถาปนาองค์พระหลักเมือง ประจำปี 2560   โดยมีพระพรหมมังคลาจารย์ (เจ้าคุณธงชัย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

 

 

 



ในโอกาสนี้   ได้มีพิธีบวงสรวงองค์พระหลัก โดยทางด้าน พล.อ.ประวิตร  เป็นประธานในพิธีเททองหล่อวัตถุมงคล จำนวน 3 รูปแบบ ประกอบด้วย พระพุทธพระเปิดโลกขนาด 19 นิ้ว เนื้อทองเหลืองรมดำ จำนวน 235 องค์ เทนำฤกษ์เนื้อเงิน จำนวน 1 องค์ เหรียญปั้มพระพุทธรูปปางเปิดโลก ขนาด 3.5  เซนติเมตร  เนื้อทองแดง 10,999 เหรียญ เนื้อนวโลหะ 2,999 เหรียญ เนื้อเงินแท้ 1,999 เหรียญ เนื้อทองคำ 99 เหรียญ  และชุดเทพารักษ์ทั้ง 5 เนื้อโลหะผสมชุบทอง 9,999 ชุด 

 

 

 

 

 

 

ทั้งนี้ในพิธีดังกล่าวมีบุคคลสำคัญเข้าร่วม  อาทิ   พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม, พล.อ. สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ. เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.อ.  จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ, พล.ร.อ.  ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, และพล.ท. อภิรัชต์ คงสมพงษ์  แม่ทัพภาคที่ 1   รวมถึงประชาชนทั่วไปจำนวนมาก

 

 


และเนื่องในโอกาสคล้ายวันเกิดเมืองรัตนโกสินทร์  21 เมษายน2560  “ฟองสนาน จามรจันทร์ ”   ได้เขียนบทความพิเศษ เรื่อง   ไทม์ไลน์ดวงเมืองรัตนโกสินทร์เมื่ออายุครบ  235 ย่างเข้า 236 ปี  มีเนื้อหาใจความสำคัญทั้งหมดดังนี้     

เงื่อนไขใช้คำทำนาย ??   ข้อแรกผู้เขียนเป็นเพียงโหรสมัครเล่น ที่ศรัทธาในคณะบุคคลที่หาฤกษ์กำเนิดดวงเมืองรัตนโกสินทร์ ที่พยายามซ่อนจุดอ่อนให้มากที่สุด ส่งเสริมจุดแข็ง จนเราสามารถเป็นไทย-รอดปากเหยี่ยวปากกาอยู่ทุกวันนี้ แม้จะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง-แถมเกิดปัญหาเป็นระยะๆ 

 

แต่นั่นคือวาสนาเดิมดวงเมืองที่ทุกครั้งเมื่อมีวิกฤตโอกาสจะตามมาแต่หากเมืองนิ่งๆนานๆก็ต้องเริ่มการ์ดสูงๆเพื่อรับเรื่องไม่คาดฝัน อันเนื่องจากลัคนาเมืองที่ถือกำเนิดขณะศึกใหญ่กำลังก่อตัวถูกออกแบบมาเป็นกรรไกรหนีบชนิดผ่านการหนีบแล้วคลายออก ไม่ใช่เป็นแบบกำลังหนีบเข้า
ข้อที่สอง โปรดตรวจสอบกับผู้รู้หรือโหรท่านอื่นด้วย เพื่อความรอบคอบ

 

ปรากฎการณ์สำคัญในดวงเมืองที่คาดว่าจะเกิด หลังวันเกิดดวงเมือง 21 เมษายน 2560 เป็นต้นไป   ???   

(ก...กรอบใหญ่)

 

1.ประมาณ มีนาคม 2559-กลางกรกฎาคม 2565 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในเมืองในระดับเหนือกว่าปฎิรูป หรือหากจะสามารถปฏิวัติในแต่ละเรื่องที่เป็นเป้าหมายได้จะเป็นการถูกโฉลก –พลิกผัน-ล็อคถล่ม- เหนือคาดคิด- ไม่มีเค้าลางมาก่อน เพื่อกวาดล้างของเก่า สถาปนาสิ่งใหม่ ในเมือง-การเมือง-ตัวบุคคล-องค์กรต่างๆตลอดเป็นระยะๆ 

 

1.1โดยตัวจุดและเร่งปฏิกิริยา คือการติดต่อสื่อสารยุคใหม่- การเดินทาง ความรวดเร็ว- ทันสมัย- ความคิดอ่านของประชาชน และความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน

 

1.2 ผลที่คาดว่าจะได้รับ เมื่อถึงประมาณ กรกฎาคม 2565 เมืองจะเปลี่ยนแปลงไปมากมายจากเมื่อประมาณ มีนาคม 2559 ในระดับหากยืนอยู่ข้างกำแพงพระนครขณะนั้น เราจะถามตัวเองว่าผ่านพ้นมาได้อย่างไร แล้วผลสรุปก็พึงหวังได้ด้านดีจะมากกว่าด้านร้าย เมืองจะก้าวหน้าไปมากจนผู้เขียนซึ่งเป็นโหรสมัครเล่นเกินกว่าจะจินตนาการถึง

 

1.3 อธิบายด้วยเกณฑ์ทางโหรคือ พระมฤตยูจร(0) เจ้าของภัยอาเพศ การปฏิวัติล้มล้างสิ่งเก่า สร้างสิ่งใหม่ที่ทันสมัยกว่าเดิม ฯลฯเดินเข้าราศีเมษ ทับลัคนาและพระอาทิตย์ดวงเดิมดวงเมือง เป็นรอบที่สามหลังจากตั้งกรุงรัตนโกสินทร์

 

1.4 อาการก่อนจะเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงใดๆ เพื่อเป็นข้อสังเกตุสำหรับเรื่องราว-บุคคล-องค์กรใดๆที่เป็นเป้าหมายคือมฤตยูจะสั่งสมพลังของการเปลี่ยนแปลงชั่วระยะหนึ่งจนได้ที่ก่อน เมื่อได้ที่จะระเบิดสถานการณ์ล้มของเก่า สร้างของใหม่ชนิดชวนตาค้าง   ตัวอย่างเช่นสังคมเริ่มมีการสั่งสมพลังหลังการใช้ม.44 ห้ามนั่งกระบะหลังรถปิ๊กอัพ และนั่งในแคป เมื่อวันที่21มีนาคม 2560-แล้วระเบิดขึ้นสู่กระแสสูงสุดวันที่ 5 เมษายน2560 จนรัฐบาลต้องถอยในวันนั้นด้วยพลังโซเชียลมีเดีย เป็นหลัก

 

1.5 ส่วนวิธีรับมือนั้นคนในเมืองต้องกล้าเปลี่ยนแปลง คือยอมเปลี่ยนดีกว่าจะถูกบังคับให้เปลี่ยน หรือไม่ก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างเจ็บปวด

ข.กรอบย่อยคือหลังวันเกิดดวงเมือง21เมย.60- กรกฎาคม2565 หรือเมื่อมฤตยูหยุดทับลัคนาดวงเมืองคือ

 

2..ระยะระหว่างวันเกิดดวงเมืองที่ 21 เมษายน 2560-วันเกิดดวงเมือง21เมษายน 2561 เกณฑ์ทางทักษาเพราะอายุเมืองครบ235 ย่าง236 ปี ทักษาจรดวงเมืองตกภูมิกลางหรือภูมิเกตุคาดว่า

 

2.1 เรื่องดีและร้ายในเมืองจะพอๆกัน ถ้าเกิดเหตุการณ์ใหญ่แบบต้นร้ายปลายจะดี ถ้าอะไรดีแต่ต้นปลายมักร้าย 

 

2.2 บุคคลประหลาด-คนประหลาดประเภทเก่าๆแก่ๆสังเกตุได้มีความผิดปกติเกี่ยวกับหลังเช่นหลังค่อม-ความเชื่อประหลาดจากต่างประเทศจะผุดมาสร้างปัญหาแปลกๆขึ้นกลางเมือง สักครั้งสองครั้ง

 

2.3 แม้จะมีแรงกดดันจากหลายด้านอยู่แต่เศรษฐกิจของชาติเริ่มส่อแววมีความหวัง (หลังจากที่ชะลอและท้าทายทีมงานเศรษฐกิจมาตั้งแต่ประมาณพ.ย. 2557)

 

3.ตั้งแต่  5  สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป (ถึง22กุมภาพันธ์2562) พระราหูจรเดินเข้าภพที่สี่-พันธุดวงเมือง ผลคือ  เป็นระยะที่จะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในแผ่นดิน-เขตแดน-บุคคลสำคัญในตำแหน่งต่างๆฝ่ายหญิง

 

เป็นระยะที่จะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในเรื่องราวเกี่ยวกับผู้สูงวัยหรือบั้นปลายชีวิตของคนในเมืองหรือสังคมผู้สูงอายุ

 

เป็นระยะที่จะมีมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่เกี่ยวกับรถไฟ-รถบรรทุก-การขนส่งหรือโลจิสติกส์ของชาติ-จักรยาน

 

เป็นระยะที่จะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่เกี่ยวกับการประมง-สัตว์น้ำของชาติ

 

เป็นระยะที่จะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่พลิกผันเกี่ยวกับหนี้สินของชาติ-ประชาชนที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์-รถยนต์-ที่ดิน-กิจการโรงแรม

 

เป็นระยะที่จะมีมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่เกี่ยวกับพลังงาน แก๊ส น้ำมัน ที่สร้างภาระให้ประชาชน

 

เป็นระยะที่จะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่เกี่ยวกับการศึกษาของชาติอย่างมีนัยยะสำคัญ

 

เป็นระยะที่จะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่เกี่ยวกับกิจกรรมที่เกี่ยวกับน้ำของชาติ-ประปา-โครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับน้ำ หรือใกล้น้ำ

 

เป็นระยะที่จะมีมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่เกี่ยวกับการค้าปลีกของชาติ

 

เป็นปีที่พายุระดับดีเปรสชั่นขึ้นไปจะเข้า ต้องระวังหากจะแรงกว่านั้นคือใช้ฝุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่าง12กรกฎาคม-27สิงหาคม 2559

 

เป็นระยะเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ของฝ่ายค้านที่หมดอำนาจ แต่ยังทำหน้าที่คัดค้านและเป็นปฏิปักษ์กับคณะผู้ปกครอง ซึ่งคาดว่าจะมีการเขย่ากันเป็นระยะๆอย่างหนักชวนตาค้างก่อนจะลงตัว

 

4..ตั้งแต่  6กันยายน 2560 เป็นต้นไป ดวงชะตาเมืองเริ่มฟื้น (จากการอยู่ในสภาพหลังพิงกำแพงผุมาตั้งแต่ หลังปิดหีบลงประชามติ7สิงหาคม 2559เป็นต้นมา) สถานการณ์นี้จะเป็นไปถึงประมาณต้นตุลาคม 2561 สิ่งที่จะเกิดขึ้นชวนตาค้าง-พลิกผันแต่จะออกแนวดีมากกว่าร้าย(เรื่องร้ายก็ต้องมีเพราะจะมีแต่เรื่องดีๆย่อมเป็นไปไม่ได้) สังเกตได้เช่น

 

เป็นหนึ่งปีทีคนไทยฝ่ายต่างๆเริ่มจะสามัคคีกันมากขึ้น แบบแปลกประหลาด เช่นพวกที่เคยขัดแย้งกันก็จะมาจับมือกัน 

 

เป็นระยะหนึ่งปีที่เหมาะสำหรับทำสัญญาสงบสุขหรือยุติความขัดแย้งระหว่างกัน เช่นภาคใต้หรือประเด็นความปรองดอง


เป็นระยะหนึ่งปีที่ภาพรวมตลาดหุ้นจะขึ้นมากกว่าลงแบบแปลกประหลาดและจำทำสถิติใหม่เป็นระยะๆ

 

เป็นระยะหนึ่งปีที่ไทย หรือคนไทย ได้รับเกียรติ หรือความชื่นชมยินดีแบบแปลกๆ หากมีการประกวดหรือแข่งขันมีแนวโน้มได้ตำแหน่ง มีการแต่งตั้งตำแหน่งที่สำคัญเป็นระยะๆ มีการสมรส หรือหย่าร้างที่ฮือฮาในเมืองเป็นระยะๆ ประเทศชาติจะมีมิตรช่วยเหลือ  เมืองจะได้ที่ปรึกษาสำคัญ หรือเป็นช่วงได้วุฒิสภา

 

เป็นระยะที่กระบวนการยุติธรรม-ชอบธรรมเข้มแข็ง มีการเปลี่ยนแปลงแบบแปลกประหลาด รวมทั้งด้านสาธารณสุข-การแพทย์ และการศึกษาที่สูงกว่ามัธยมศึกษา  เรื่องศาสนามีเรื่องเปลี่ยนแปลงแบบแปลกประหลาดแต่เป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็น

 

5.ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 เป็นต้นไป เป็นระยะสองปีครึ่ง-ประมาณมีนาคม 2563 คาดว่าเรื่องร้ายเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจของชาติจะจางไป มีเหตุด้านดีมากกว่าร้าย และเริ่มถึงเวลาที่เศรษฐกิจไทยจะเริ่มทะยานไปข้างหน้า ชนิดที่ใครก็กีดกันไม่ได้

 

สถานการณ์น้ำของชาติที่เคยอยู่ในสภาพจำกัดปริมาณเพราะแล้งจัดมาตั้งแต่ประมา พฤศจิกายน 2557 เป็นต้นมาเปลี่ยนแปลงไป เป็นระยะที่หากชาติสูญเสียอะไรไปก่อนหน้านี้ก็มีโอกาสจะได้กลับคืนมา แต่ก็เป็นระยะที่เมืองได้โชคลาภหรือความสำเร็จเรื่องอะไรอาจจะรักษาไว้ไม่ได้

 

เป็นระยะของการก่อตัวด้านความคิดและอุดมการณ์-ความเชื่อบางบางอย่าง และจะนำไปสู่การต่อสู้กันในทางความคิดต่อไป ถ้าช่วงชะตาเมืองตกๆก็อาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง

 

6.ระหว่าง 21 เมษายน2561 เป็นต้นไป-21 เมษายน2562 เป็นระยะที่ถ้าเมืองเปลี่ยนแปลงในเรื่องใดเกี่ยวกับการบริการจัดการประเทศ-โครงสร้างพื้นฐานเป็นอาทิ ผลจะออกมาดีมากกว่าร้าย เงินทองชื่อเสียงเกียรติยศไหลมาเทมา
เป็นระยะของการได้รัฐบาลที่ดี-เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญให้ชาติเพื่อใช้ในอนาคต

 

7.เกณฑ์เลือกตั้งรอบนี้หลังจากเลื่อนแบบแปลกประหลาดไม่คาดคิด(เพราะอิทธิลพมฤตยู)มานาน ชนิดที่โหรเองก็หน้าแตกไปพร้อมๆกับความแปลกใจล้นเหลือหลายรอบ รอบแรกรอบนี้น่าจะเป็นระยะประมาณ9กุมภาพันธ์ -13 เมษายน 2561 รอบที่สองน่าจะเป็นระหว่าง 5 ตุลาคม 2561- 30ตุลาคม 2562 ช่วงที่จะได้รัฐบาลที่ดีต่อบ้านเมืองคือ5ตุลาคม 2561-21เมษายน 2562

 

8.ยุคใหม่ที่13 กรุงรัตนโกสินทร์คิดตามตำราอาจารย์เทพย์ สาริกบุตรเริ่มปรากฎเค้าลางขึ้นปลายขอบฟ้าตั้งแต่ประมาณ2มีนาคม2562 เป็นต้นแล้วจะไปกินระยะเวลาประมาณ 20 ปี

 

9.ระหว่างวันเกิดดวงเมืองที่ 21 เมษายน 2562-วันเกิดดวงเมืองที่ 21 เมษายน 2563 ดาวใหญ่คือพฤหัสบดีเป็นศรีจรให้คุณดวงเมือง การเปลี่ยนแปลงใดๆในเมืองจะให้ผลด้านดีมากกว่าร้าย เงินทองชื่อเสียงเกียรติยศชาติไหลมาเทมาบนเงื่อนไขต้องมีการเปลี่ยนแปลง

 

10.ระหว่างประมาณ1มีนาคม 2563-11กรกฎาคม 2563 เทวดาให้โชคใหญ่มากกับเมือง แต่จินตนาการไม่ถึง-คิดไม่ออกว่าจะเป็นอะไร ตัวอย่างในอดีตคือการพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย

 

11.ระหว่างวันเกิดดวงเมืองที่ 21 เมษายน 2563-วันเกิดดวงเมืองที่ 21 เมษายน 2564 ดาวใหญ่คือพระราหูจรเป็นศรีให้คุณดวงเมือง การเปลี่ยนแปลงใดๆในเมืองจะให้ผลด้านดีมากกว่าร้าย(คาดว่าเป็นอุบัติเหตุระดับประเทศหรือโลก) เงินทองชื่อเสียงเกียรติยศชาติไหลมาเทมาแต่ต้องยอมเปลี่ยนแปลง

 

สรุปคือเมื่อเมืองผ่านพ้นความพลิกผันไปถึง 6 กันยายน 2560 แล้ว แม้การเปลี่ยนแปลงพลิกผันเกินคาดคิดทั้งดี-ร้ายจะยังมีอยู่ แต่หลังจากนั้นเมืองจะเป็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่แบบขาขึ้น และหลังจากมฤตยูจรยกจากราศีเมษประมาณกรกฎาคม 2565 ไปแล้วต้องตั้งการ์ดสูงๆเรื่องเศรษฐกิจของชาติ

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่มา : Wassana Nanuamฟองสนาน

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน