"ธาริต"โดนอีกพบโอน100ล้านซุกคนสนิท ตั้งอนุฯไต่สวนรวยผิดปกติ ปปช.เปิดผลพิจารณานายกฯชี้โทษวินัยร้ายแรงสั่งไล่ออก-ปลดออก???

Publish 2017-04-23 11:12:58

จากกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง กล่าวหา นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ปัจจุบันปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่ำรวยผิดปกติ และมีมติชี้มูลความผิดไปเมื่อช่วงต้นปี 2559 เนื่องจากพบว่า มีพฤติการณ์ให้ผู้อื่นถือทรัพย์สินแทนกว่า 346 ล้านบาท รวมทั้งกรณีที่ปปช.ได้ทำหนังสือไปยังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการไล่ออกจากราชด้วยเพราะถือเป็นโทษวินัยร้ายแรง



   ทั้งนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกรณีกล่าวหานายธาริต เพ็งดิษฐ์ ร่ำรวยผิดปกติ อีกหนึ่งสำนวน โดยรับเรื่องมาตั้งแต่เดือน ก.ย. 2559 ที่ผ่านมาเป็นกรณีนี้ว่า เป็นเรื่องที่สืบเนื่องมาจากที่ ป.ป.ช. เคยชี้มูลความผิดนายธาริตร่ำรวยผิดปกติไปก่อนหน้านี้ และยังคงมีทรัพย์สินบางส่วนที่พบว่า มีการโอนย้ายถ่ายเทออกไป และมีบางส่วนที่ ป.ป.ช. ยังคงสงสัยอยู่จึงดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในกรณีร่ำรวยผิดปกติอีกครั้ง อย่างไรก็ดียังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด และข้อเท็จจริงในคดีได้

 

  

       "กรณีของนายธาริต คณะกรรมการ ป.ป.ช. พบพฤติการณ์ว่า นายธาริต และนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ คู่สมรส มีทรัพย์สินจำนวนมาก หรือมีทรัพย์สินมากหรือมีหนี้สินลดลงมาก เกินกว่าฐานะและรายได้ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะพึงมีได้ อีกทั้งยังปรากฏพฤติการณ์โอน ยักย้าย แปรสภาพหรือซุกซ่อนทรัพย์สิน รวมทั้งให้บุคคลอื่นถือทรัพย์สินแทนโดยพบว่า นายธาริตให้นายปิยฤกษ์ อรรถกานต์รัตน์ ซึ่งเป็นหลานชายของนายธาริต และนางวรรษมล และบริษัท ปิยธนวรรษ จำกัด ซึ่งมีนายปิยฤกษ์ และนางกานดา เผือดจันทึก น้องสาวของนางวรรษมล เป็นกรรมการบริษัท มีชื่อเป็นผู้ถือครองทรัพย์สินจำนวนมากแทนนายธาริต และนางวรรษมล


       นอกจากนี้จากทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติดังกล่าวบางส่วนได้มีการโอน ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สิน ทำให้ไม่สามารถติดตามทรัพย์สินได้ คงเหลือทรัพย์สินที่นายธาริต ได้มาโดยร่ำรวยผิดปกติที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งอายัดไว้เป็นการชั่วคราว จำนวน 90,260,687 บาท ซึ่งทรัพย์สินที่ได้มาโดยร่ำรวยผิดปกติในส่วนที่เหลือจำนวน 256,391,901.12 บาท ให้บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของนายธาริต และนางวรรษมล โดยให้ส่งรายงานและสำนวนการไต่สวนให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาล ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเพื่อขอศาลสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ตามมาตรา 80 และมาตรา 83 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

 

 

       อย่างไรก็ตามล่าสุดวันนี้(23เมย.60) นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะผู้รับผิดชอบคดีดังกล่าว ได้เปิดเผยกับทีมข่าว DeepsTnews  ว่าทางปปช.ได้ตรวจพบว่ามีความเคลื่อนไหวนายธาริต ได้ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินอีก ซึ่งเบื้องต้นพบว่าได้โอนเงินจำนวน100 ล้านบาทไปให้คนสนิท ทำให้ทางคณะกรรมปปช.ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนขึ้นอีกครั้ง(รอบ2)เพื่อไต่สวนหาความจริงพิสูจน์ว่ามีการกระทำดังกล่าว ส่วนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนการไต่สวน และรายงานความเห็นคดีดังกล่าวไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ดำเนินการลงโทษไล่นายธาริตออกจากราชการด้วยนั้น ทราบว่าคณะกรรมการกฤษฏีกาได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว และได้ส่งผลดังกล่าวมาทางสำนักนายกรัฐมนตรี

 

      

       " เรื่องสอบผิดปกตินี่เป้นล็อตที่2  ที่เราพบว่ามีการโอนไปยังบุคคลสนิท ใกล้ชิดเบื้องต้น 100 ล้าน อาจจะมากกว่านี้ หรือน้อยกว่า เรากำลังพิสูจน์ทราบอยู่  ส่วนเรื่องส่งหนังสือไปให้ต้นสังกัดให้ไล่ออกจากราชการนั้นเพราะเราเห็นว่า เรื่องความผิดทางการเงินมีโทษวินัยที่ร้ายแรง ผิดขนาดนี้เป็นข้าราชการถือทางวินัยร้ายแรง ซึ่งมีมติครม.อยู่ถึงความผิดของข้าราชการ แต่ทางนั้นอาจให้แค่ปลดออกก็ได้เพราะขณะทำความผิดไม่ได้อยู่ในตำแหน่งปัจจุบัน ซึ่งมีทั้งไล่ออกหรือปลดออกแต่ที่แน่ๆคือมีโทษทางวินัยที่ร้ายแรง เมื่อต้นเดือน(เมย.) ทางต้นสังกัดนายธาริตได้ส่งผลมาแล้ว ขณะนี้อยู่ที่เจ้าหน้าที่ปปช.กำลังทำเป็นหนังสืออย่างเป็นทางการให้ปปช. เราเชื่อว่าตามกฎหมาย ตามขั้นตอนเมื่อพบข้าราชการทำผิดวินัยร้ายแรงเกี่ยวกับเรื่องเงินก็ต้องส่งทางต้นสังกัดลงโทษ ซึ่งจะดำเนินการตามที่เราเสนอไปคือไล่ออก แต่อาจเห็นควรแค่ปลดออกตามมติครม.มีอยู่  เชื่อว่าต้องดำเนินการตามนั้น "



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว