“มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงิน ขรก.ผิดเรื่องนี้โทษวินัยร้ายแรงมาก” เปิดหนังสือ“ปปช.”ส่งตรงถึงมือ“บิ๊กตู่”สั่งไล่ออก“ธาริต”พ้นราชการ

Publish 2017-04-24 08:17:34

จากกรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีหนังสือให้ลงโทษไล่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ปัจจุบันปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ออกจากราชการโดยมีการแจ้งหนังสือดังกล่าวไปยังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)โดยต้นสังกัดคือ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งกลับมายังปปช. มีการไล่นายธาริต ออกจากราชการแล้ว



       ทั้งนี้นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะผู้รับผิดชอบคดีดังกล่าว เปิดเผยกับทีมข่าว DeepsTnews  กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนการไต่สวน และรายงานความเห็นคดีดังกล่าวไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ดำเนินการลงโทษไล่นายธาริตออกจากราชการ ทราบว่าคณะกรรมการกฤษฏีกาได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว และได้ส่งผลดังกล่าวมาทางสำนักนายกรัฐมนตรี

 

       “ เราส่งหนังสือไปให้ต้นสังกัดให้ไล่ออกจากราชการนั้นเพราะเราเห็นว่า เรื่องความผิดทางการเงินมีโทษวินัยที่ร้ายแรง ผิดขนาดนี้เป็นข้าราชการถือทางวินัยร้ายแรง ซึ่งมีมติครม.อยู่ถึงความผิดของข้าราชการ แต่ทางนั้นอาจให้แค่ปลดออกก็ได้เพราะขณะทำความผิดไม่ได้อยู่ในตำแหน่งปัจจุบัน ซึ่งมีทั้งไล่ออกหรือปลดออกแต่ที่แน่ๆคือมีโทษทางวินัยที่ร้ายแรง ทางต้นสังกัดนายธาริตได้ส่งผลมาแล้ว เจ้าหน้าที่ปปช.ทำเป็นหนังสืออย่างเป็นทางการแจ้งให้ที่ประชุมปปช.ทราบ เราเชื่อว่าตามกฎหมาย ตามขั้นตอนเมื่อพบข้าราชการทำผิดวินัยร้ายแรงเกี่ยวกับเรื่องเงินก็ต้องส่งทางต้นสังกัดลงโทษ ซึ่งจะดำเนินการตามที่เราเสนอไปคือไล่ออก แต่อาจเห็นควรแค่ปลดออกตามมติครม.มีอยู่ เชื่อว่าต้องดำเนินการตามนั้น


       สำหรับนายธาริตนั้นได้ถูกคำสั่งคสช.ที่ 8/2557 ลงวันที่ 24 พ.ค. 2557 ให้มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี อีกทั้งนายธาริต ยังถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณีร่ำรวยผิดปกติกว่า 346 ล้านบาท และเบื้องต้นได้มีการอายัดทรัพย์สินไปแล้ว 90 ล้านบาท และปัจจุบันอยู่ระหว่างการไต่สวนขยายผลเพิ่มเติม คาดว่าอาจถูกอายัดทรัพย์สินอีกราว 100 ล้านบาทจากการตรวจพบว่ามีการย้ายเงินจำนวนดังกล่าวไปยังคนสนิท

 

       อย่างไรก็ตามในมาตรา 80 (4) ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ระบุว่า หากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ใช่ นักการเมือง ประธานศาล และผู้บริหารระดับสูง ที่ถูกชี้มูลความผิดร่ำรวยผิดปกติ ให้ประธาน ป.ป.ช. แจ้งไปยังผู้บังคับบัญชา ซึ่งในที่นี้คือนายกรัฐมนตรีสั่งลงโทษ เพราะปัจจุบันนายธาริต ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งถือว่าเป็นผู้บริหารระดับสูงแล้ว แต่ปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ถูกนิยามว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐอื่น จึงเข้าข่ายมาตรา 80 (4) ว่า ขณะนี้ฝ่ายเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ตอบกลับมาว่า ให้ส่งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาสำนักนายกรัฐมนตรีแทน เนื่องจากแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นผู้บังคับบัญชาทุกส่วนราชการทั้งหมด แต่ผู้บังคับบัญชาสำนักนายกรัฐมนตรีคือผู้บังคับบัญชาโดยตรงของนายธาริต



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว

ติดตามข่าวอื่นๆ