ช้าๆชัดๆทำไมถึงคุก!!โฆษกศาลแจงทุกประเด็นความผิด2ผัวเมีย ศาลฎีกาชี้ชัดข้อกม.รุกป่ามีไม้หวงห้ามผิดอาญาไม่เกี่ยวเก็บเห็ด??

ช้าๆชัดๆทำไมถึงคุก!!โฆษกศาลแจงทุกประเด็นความผิด2ผัวเมีย ศาลฎีกาชี้ชัดข้อกม.รุกป่ามีไม้หวงห้ามผิดอาญาไม่เกี่ยวเก็บเห็ด??

Publish 2017-05-02 14:40:27

จากกรณีที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับคดีที่นางแดง ศิริสอน วัย 48 ปี และนายอุดม ศิริสอน วัย 51 ปี ชาวบ้าน ต.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกและตัดไม้ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ ขณะที่ทั้งคู่เข้าป่าไปเพื่อเก็บเห็ด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้เข้าตรวจพื้นที่แล้วพบเห็นพอดี ทั้งคู่จึงหลบหนีก่อนที่จะถูกดำเนินคดีและตัดสินให้จำคุก 15 ปี โดยล่าสุดในวันนี้ ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำคุกนายอุดม แลนางแดง ศิริสอน ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงระแนง โดยให้จำคุกคนละ 5 ปี

 




 

 

ล่าสุด นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงคดีดังกล่าวว่า ตามฟ้องระบุเหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ก.ค.53 เวลากลางวัน โดยกล่าวหาว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองและทำประโยชน์โดยการทำไม้ในป่าดงระแนง ต.คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งอยู่ในแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ และใช้อุปกรณ์เครื่องมือ ตัดและโค่นไม้สักไม้กระยาเลยที่เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก ออกจากต้นจำนวน 700 ต้นในเขตดังกล่าว โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และมิได้รับสัมปทานหรือได้รับยกเว้นใดๆตามกฎหมาย รวมทั้งร่วมกันมีไม้สัก และไม้กระยาเลยที่ยังไม่ได้แปรรูป จำนวน 1,148 ท่อน โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขาย ไว้ในครอบครอง และไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ


ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ก.ย.54 จำคุกคนละ 30 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุกคนละ 15 ปี ริบของกลางทั้งหมดกับให้จำเลยทั้งสอง คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของจำเลยทั้งสองออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติที่เข้าไปครอบครองด้วย

 

ต่อมาจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 เมื่อวันที่ 25 เม.ย.55 พิพากษาแก้เป็น ความผิดฐานร่วมกันบุกรุก แผ้วถาง ก่อสร้าง ทำไม้ ยึดถือครองครอง หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการกระทำให้เสื่อมสภาพป่าสงวนแห่งชาติเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท 

 

ลงโทษฐานทำไม้ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักสุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 11 ปี และฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้อันยังไม่ได้แปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุกคนละ 19 ปี ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว ฐานร่วมกันทำไม้ คงจำคุกคนละ 5 ปี 6 เดือน และฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุกคนละ 9 ปี 6 เดือน รวมจำคุกคนละ 14 ปี 12 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

 

โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวอีกว่า โดยวันนี้ เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยคนละ 4 ปี ฐานร่วมกันทำไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำคุกคนละ 6 ปี ฐานร่วมกันมีไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครอง 

 

ซึ่งเมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 5 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4

 

ทั้งนี้ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 106/2557 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ ข้อ 3 และ ข้อ 5 ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา 69 และมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และให้ใช้ข้อความใหม่แทน แต่กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสอง จึงใช้กฎหมายเดิมซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยทั้งสอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน