ยอดภูเขาน้ำแข็งลึกกว่าที่คิด!!"สนธิญาณ"เปิดเบื้องหลัง"เนติวิทย์" คนเดือนตุลา มือเชื่อมโยงเสื้อแดง-เพื่อไทย ผู้ที่นายใหญ่วางใจ…ใครนะ???

Publish 2017-05-10 09:45:21

จากปรากฏการณ์เนติวิทย์ ซึ่งเป็นที่กล่าวถึง วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมาย ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ทั้งติติงแนะนำสั่งสอน ทั้งออกมาโหนกระแสในทำนองสนับสนุน พุ่งเป้าโจมตีไปที่รัฐบาลคสช.โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา ที่ถูกลากออกมาถล่มจากฟากฝั่งคนเพื่อไทยและกลุ่มเสื้อแดง กระนั้นก็มีข้อสงสัยอยู่ว่า มีใครอยู่เบื้องหลัง คอยชักใยบงการ วางหมากเกมจังหวะย่างก้าวของกลุ่มนักศึกษาไม่เอารัฐประหารหรือไม่ วันนี้ สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ในฐานะสื่อมวลชนและอดีตนักเคลื่อนไหวเป็นหนึ่งในขบวนการนักศึกษา ได้นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจยิ่งผ่านคอลัมน์ "ทางเดียวไม่เลี้ยวไปไหน" เป็นข้อมูลเชิงลึกที่เชื่อแน่ว่าผู้รับสารนี้เมื่อได้อ่านแล้ว คงได้ฉุกคิดชวนตั้งข้อสังเกตบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดมีดังนี้



“เนติวิทย์” ยอดภูเขาน้ำแข็ง! ลึกกว่าที่คิด

 

"เนติวิทย์" ได้รับเลือกตั้งเป็น ประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยคะแนน 27 เสียง จากผู้เข้าร่วมประชุม 36 คน

 

เป็น 36 คนที่เป็นสมาชิกสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มาจากการเลือกตั้งของนิสิตจุฬาฯ ในแต่ละคณะ คณะละ 3 คน รวม 19 คณะ 57 คน แต่วันนั้นไม่มาประชุม 21 คน

 

ขอย้ำว่า!!!!อย่าให้ราคาและความสำคัญกับ "เนติวิทย์" มากนัก แต่ไม่ได้หมายความว่าเรื่อง "เนติวิทย์" เป็นประธานสภานิสิตจุฬาฯนั่น จะไม่สำคัญ!

เพราะอะไรหรือ…?

 

ก็เพราะเรื่องนี้มี"การเตรียมการ"มายาวนาน มี "การจัดตั้ง" มี "การวางแผน" และทำงานกันอย่างเป็นกระบวนการ


จากข่าวสารที่ได้ทราบจากเด็กกลุ่มหนึ่ง จึงทำให้ได้รู้ว่ามีการลงไปเคลื่อนไหวจัดตั้งปลุกระดมความคิดทางการเมืองให้แก่เด็กๆตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมปลาย!!! เพื่อตระเตรียมความคิดให้เข้ามาเคลื่อนไหวต่อเนื่องในระดับมหาวิทยาลัย

 

ในยุคหลัง 14 ตุลานั้นเราจะเห็นบทบาทของ "ผู้นำนิสิตนักศึกษา" ถูกสร้างต่อเนื่องมาจากบทบาทของ "ผู้นำนักเรียน" โดยมี "พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย" เป็นผู้บงการอยู่ข้างหลังผ่าน "องค์กรผู้ปฏิบัติงาน" หรือที่เรียกกันว่า "องค์กร ฝ."

 

ซึ่งถือเป็น "องค์กรปิดลับ" ของ "ขบวนการนักเรียนนิสิตนักศึกษา" โดยคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในขบวนการนักเรียนและนิสิตนักศึกษาในขณะนั้นไม่รู้เรื่องด้วย

 

ปัจจุบันได้มีการเอารูปแบบการเคลื่อนไหวดังกล่าวมาใช้อีกครั้งหนึ่ง แม้จะไม่ปิดลับและทำกันเป็นขบวนการลับเหมือนยุคหลัง 14 ตุลา เพราะสถานการณ์แตกต่างกันในยุคก่อนโน้น "สายลับ” อาจหมายถึง "ถูกจับกุมคุมขัง" และ "ถึงตาย" ได้

 

แต่ยุคสมัยนี้สังคมเปิดกว้างรัฐก็ขาดความเข้าใจเรื่องนี้ นักเรียนและนิสิตนักศึกษา ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สนใจการบ้านการเมือง กลุ่มขบวนการดังกล่าวจึงเคลื่อนไหวไปอย่างเงียบๆ แต่ต่อเนื่อง

 

สร้างความเชื่อมโยงกันระหว่างนักเรียน นิสิตนักศึกษา และบรรดาอาจารย์นักวิชาการในมหาวิทยาลัยส่วนหนึ่ง

พวกนี้ยังฝันอยู่ว่าการไป "บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์" เอาไว้วันหนึ่งก็จะเติบใหญ่และสร้างแรงสั่นสะเทือนเขย่า "อำนาจเก่า" ได้

 

กรณี "เนติวิทย์" คือตัวอย่างที่ชัดเจน รวมทั้งกรณี "ไผ่ ดาวดิน" หรือ"จ่านิว"หรือ อีกมากมายที่เคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้และที่จะมีต่อไป

 

คำถามคือ…ใครล่ะเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้อยู่?

คำตอบ!…ต้องเป็นผู้มีประสบการณ์มาในยุคหลัง 14 ตุลา ต้องมีศักยภาพทางการเมืองและมีเงินสนับสนุนหนาแน่น ที่สำคัญต้องเป็นคนที่ชักใยและเชื่อมโยงระหว่างคนเสื้อแดงและรวมทั้งบางส่วนในพรรคเพื่อไทย และที่สำคัญที่สุดน่าจะเป็นคนที่ใกล้ชิดและได้รับความไว้วางใจจาก "นายใหญ่"

 

ใครนะ?….


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว

ติดตามข่าวอื่นๆ