เปิดชื่อ“พล.ต.ต.”ที่วิทยาว่าใหญ่กว่า“พล.ต.อ.”?!?งานนี้“ผบ.ตร.”เฉลยเอง-แถมมี“บิ๊กป้อม”เข้ามาเกี่ยวด้วย เผยคนเช็คข้อมูลทางลับแต่ไม่เกี่ยวทำโผ?

Publish 2017-06-14 14:23:56



จากกรณีนายวิทยา แก้วภราดัย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีตแกนนำ กปปส. ได้ออกมาเปิดเผยถึงข้อมูลมีการซื้อขายตำแหน่งตำรวจว่า “ที่นครบาลนี่แพงกว่าภูธรอีก ใครๆก็รู้แพงกว่าถึง2เท่าเพราะเป็นพื้นที่ประโยชน์ทั้งนั้น ท่านผบ.ตร.รู้ดี และอย่าคิดว่าเรื่องนี้จบ อย่าคิดว่าแค่ที่ภาค8แล้วจบนะ อย่าหมกปัญหาไว้ใต้พรหม ตัวการใหญ่นั่งอยู่ในกทม. ยศพลตำรวจตรี เป็นใคร พวกตำรวจรู้กันดี คนๆนี้ใหญ่กว่า พลตำรวจเอกเสียอีก”



       ล่าสุดวันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ได้แถลงชี้แจงกรณีอย่างละเอียดโดยเนื้อหาทั้งหมดระบุดังนี้ ทันทีที่ นายวิทยา ออกมากล่าวหา ตนก็ได้ตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยได้ข่าวคราวเรื่องแบบนี้ในพื้นที่ บช.ภ.8 มีหนังสือร้องเรียนเข้ามาตนจึงออกคำสั่งให้ พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ผบช.ภ.8) พ้นจากตำแหน่งให้ออกจากพื้นที่ มาช่วยงานที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) เพื่อเปิดโอกาสการตรวจสอบทำได้ง่าย โปร่งใส โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้เวลา  15 วัน และรายงานมาที่ตน หากมีมูลความจริงก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยเชื่อว่า ทาง  จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) คงเชิญ นายวิทยา ในฐานะผู้ออกมาพูดเรื่องนี้มาให้ข้อมูลกับชุดสืบสวนข้อเท็จจริง มีหลักฐานใดก็เอาออกมา จะได้ตรวจสอบ ดำเนินคดีกับคนที่ทำผิด จับให้มั่นคั้นให้ตายตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุ ตนไม่เอาไว้อยู่แล้ว

 

       ตอนนี้ พล.ต.ท.เทศา ยังไม่มีความผิด ตนเพียงสั่งให้ตรวจสอบจึงให้นอกพื้นที่ เพราะถือว่า เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของพื้นที่ตรงนั้น ไม่จำเป็นต้องให้ระดับ ผบก. มาช่วยราชการ และคงไม่ต้องสั่งให้ ผบช.น. หรือ ผบช.หน่วยอื่นๆ มาช่วยราชการตามที่นายวิทยากล่าวหา เพราะเป็นเพียงการกล่าวว่า ตนได้สอบถาม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แล้ว ก็ยืนยันว่า ไม่มีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในนครบาลแน่ๆ ตนเชื่อในผู้ใต้บังคับบัญชา และก่อนหน้านี้ก็ไม่พบการร้องเรียน ซึ่งต่างจาก บช.ภ.8 ที่มีข่าวมาตลอดหลายยุค ถ้าให้ตนต้องย้ายทุกคน ก็เหมือน ผบ.ตร.ที่แกว่งไปแกว่งมาไม่มีหลักอะไร อย่างไรก็ตามยังไม่ได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวกับ พล.ต.ท.เทศา แต่จากนี้ต้องคุยกัน

       ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตุว่าการย้าย พล.ต.ท.เทศา ซึ่งสนิทสนมกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. เป็นการเอาคืน ทางพล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า เอาคืนเรื่องอะไร เอาเงินคืนหรือ จริงๆ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องเลย ใครก็ตามที่ถูกพาดพิง ไม่เฉพาะเรื่องนี้ แม้เรื่องบ่อน อบายมุข ตนก็สั่งมาช่วยราชการแบบนี้ หากปล่อยไว้เฉยๆ ไม่เอาออกมา ก็มาต่อว่า มีคำถามอีกว่า เหตุใดปล่อยไว้ ทำไมไม่ทำ เรื่องนี้ตนไม่มีความขัดแย้งอะไร แต่เมื่อมีการกล่าวหาก็ต้องตรวจสอบไปตามกระบวนการ และสื่อมวลชนที่เสนอข่าวและตั้งคำถามก็ต้องเป็นกลางด้วย

 

       “ ผมไม่รู้ว่า วิทยา ออกมาพูดมีเหตุผลอะไร หรือพูดเอามันคะนองปาก คงต้องให้ นครบาล และฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาว่า เข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือเปล่า หากหมิ่นองค์กร หรือบุคคลใด ทำให้เสียหาย ก็ต้องดำเนินคดี อย่างกรณีนครบาลไปว่าแบบนั้น ผมว่า เสียหายนะ ก็ต้องบอกให้ทางนครบาลไปดำเนินการด้วย ยืนยันว่า การแต่งตั้งผมทำคนเดียว ตามขั้นตอนกฎหมาย ตามคำสั่ง คสช. มีบางส่วนที่ยกเว้นหลักเกณณ์ แต่ไม่ใช่ปัญหาเลย” ผบ.ตร.กล่าว และระบุถึงกรณีที่มีกล่าวหาว่ามีนายตำรวจยศ พล.ต.ต. ใหญ่กว่า พล.ต.อ. นั้นว่า ไม่มี

 

        “ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมใหญ่ที่สุด มันชัดเจนอยู่แล้ว มีเพียง นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่ใหญ่กว่าผม และที่มีการกล่าวหาว่า คนนั้นคนนี้อยู่เบื้องหลังการแต่งตั้ง ไม่มีอยู่แล้ว” พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว



       อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวถามอีกว่า มีการระบุถึง “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” ว่า เข้ามามีอิทธิพลให้การทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย ทำให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” ก็คือ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ.(191) ลูกน้องของตนเอง ไม่มีอะไร ยอมรับว่า บางครั้งตนก็ใช้งานให้ไปตรวจสอบข้อมูลบุคคลบ้าง ให้ไปเช็คทางลับ จึงอาจถูกเข้าใจผิด ไม่ได้เกี่ยวข้องในการทำบัญชี ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เพราะเป็นหน้าที่ตน หน้าที่ของ ผบก.191 คือ ไปช่วยงานสนับสนุนโรงพัก ไปช่วยจับเด็กแว้น ปราบโจรออนไลน์ จับละเมิดสิทธิบัตร ไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับการแต่งตั้ง

 

ถามว่าเพราะ โจ๊ก หวานเจี๊ยบ สนิทสนมกับ พล.อ.ประวิตร (วงษ์สุวรรณ) รองนายกรัฐมนตรี ใช่หรือไม่ จึงถูกพาดพิง

 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว ใครๆ ก็สนิท ตนก็สนิท ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้อง

       “ตนเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบของจเรตำรวจ ว่าโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ขอเวลาตรวจสอบก่อน และหากจะให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ตนก็ยินดี ยืนยันว่า หากกรณีนี้เป็นการกล่าวหาให้เสียหายก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย” พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว



เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว