เที่ยวแบบประหยัด เดินทางด้วยรถไฟฟรี! กับ 5 สถานีน่าเช็คอิน

เที่ยวแบบประหยัด เดินทางด้วยรถไฟฟรี! กับ 5 สถานีน่าเช็คอิน

Publish 2017-06-28 13:49:56


          เรื่องเที่ยวรคาถูกใครๆ ก็ชอบ ยิ่งถ้าได้เที่ยวฟรีก็จะยิ่งชอบมาก บทความนี้เราจะชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวแบบฟรีๆ ด้วยการเดินทางไปกับรถไฟไทย ไปแบบชิลๆ ไม่คิดมากเรื่องงาน เรื่องเวลาอย่าไปคิดเยอะ ทิ้งเรื่องเครียดทุกอย่างไว้ที่กรุงเทพฯ แล้วเก็บกระเป๋าพร้อมออกเดินด้วยรถไฟฉึกฉักกับเราได้เลย

 

วิธีการจองตั๋วรถไฟฟรี

                             

          ที่หัวลำโพงจะเริ่มเปิดจองตั๋วรถไฟฟรี เวลา 05.30 น. สถานีอื่นจะเปิดเวลา 8.00 น. แต่หากอยากได้ที่นั่งแนะนำให้มาจองตั๋วตั้งแต่เช้าที่สถานีหัวลำโพง เพราะตั๋วระบุที่นั่งมีจำกัด ถ้าช้าก็ต้องยืนกันไปยาวๆ เลย โดยสามารถยื่นบัตรประชาชนที่ช่องขายตั๋ว 1 บัตร/ ตั๋ว 1 ใบเท่านั้น เกือบลืมบอกรถไฟฟรีจะมีเฉพาะชั้น 3 เท่านั้นนะ  สามารถตรวจสอบขบวนรถไฟได้ที่ >> https://www.thairailwayticket.com/eTSRT/  เมื่อมีตั๋วรถไฟแล้วก็ออกเดินทางไปยัง 5 เส้นทางสุดชิลที่เราแนะนำให้ต่อไปนี้ได้เลย

 

1.พัทยา

                              

          เมืองพัทยามีเสน่ห์แบบผสมผสาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ครบครัน ทั้งเรื่องอาหาร ที่พักพัทยา ซึ่งก็สามารถจองล่วงหน้าได้กับ Traveloka กดเข้าไปที่ ลิ้งค์นี้ ไม่มีค่าธรรมเนียม ราคาที่เห็นคือราคาสุดท้าย และคุณจะได้เจอที่พักพัทยามากมาย นอกจากที่พักเยอะแล้วสถานที่ท่องเที่ยวก็มีหลายกิจกรรม ทั้งกิจกรรมทางทะเล นั่งชิลริมหาด หรือข้ามเรือไปเที่ยวเกาะล้าน แม้แต่ยามค่ำคืนก็ยังเที่ยวได้ที่แสงสีเสียงรอให้ไปรับความบันเทิงอยู่ พัทยาหากเดินทางด้วยรถยนต์ก็ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง แต่หากเดินทางด้วยรถไฟจะใช้เวลาประมาณ 3.30 ชั่วโมง โดยขึ้นรถที่สถานีหัวลำโพงไปลงสถานีพัทยา

 

2.กาญจนบุรี

                                 

          ส่วนกาญจนบุรี ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของวิวอยู่แล้วถ้าเดินทางด้วยรถไฟ เสน่ห์ของเส้นทางรถไฟของกาญจนบุรีอยู่ที่เส้นทางรถไฟสายมรณะ ชื่ออาจดูชวนขนหัวลุกแต่เมื่อได้สัมผัสกับวิวธรรมชาติทั้ง 2 ข้างทาง ทั้งแม่น้ำแคว และต้นไม้สีเขียวสดชื่น เลียบภูเขาอารมณ์เหมือนนั่งรถไฟทะลุเขาเหมือนในหนังเลย ถ้าเดินมาโดยรถยนต์ก็จะได้สัมผัสกับวิวสวยๆ ชิลๆ แบบมีลมโกรกหน้าตลอดทาง เดินทางด้วยรถยนต์จากกรุงเทพฯไปกาญจนบุรี 2 ชั่วโมงก็ถึง แต่ถ้าเดินทางด้วยรถไฟ (ขึ้นที่สถานีธนบุรี) ไปลงสถานีน้ำตก ใช้เวลาประมาณ ประมาณ 4-5 ชั่วโมง เดินางมาทั้งวันถ้าจะกลับเลยก็เหนื่อยแย่ แนะนำให้ค้างพักผ่อนสักคืนนึง เพราะกาญจนบุรีมีที่พักหลากหลายสไตล์ ทั้งที่พักริมแม่น้ำแคว นอนแพ หรือที่พักในเมือง ชอบสไตล์ไหนก็เข้าไปดูราคากับ Traveloka ได้ ที่นี่

 

3.ฉะเชิงเทรา

                               

          หากอยากสัมผัสบรรยากาศการนั่งรถไฟเส้นทางกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจ เนื่องจากระยะทางไม่ไกลมาก เรื่องความเหนื่อยความเพลียจึงไม่ค่อยมี นั่งชิลๆ เพลินสบายๆ ลมพัดเย็นๆ ก็ถึงแล้ว โดยใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง ก็ถึงสถานีชุมทางฉะเชิงเทรา เส้นทางนี้แนะนำสำหรับสายทำบุญ เพราะที่ฉะเชิงเทรามีวัดวาอารามให้พุทธศาสนิกที่มีความศรัทธาได้สักกะระขอพรตามความเชื่อมากมาย เช่น วัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือที่รู้จักกันดีในชื่อวัดหลวงพ่อโสธร ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของเมืองแปดริ้ว, วัดสมานรัตนาราม ที่แห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานขององค์พระพิฆเนศปางนอนองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ผู้คนมากมายมักเดินทางมาขอพรเพื่อในทุกด้านๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต ฯลฯ นอกจากมีวัดเยอะแล้ว ที่พักที่ฉะเชิงเทราก็มีมากมายเช่นกัน โดยเช็คราคาที่พักกับ Traveloka และรีวิวจากเพื่อนๆ ที่เคยไปพักมาแล้วได้ที่ ลิ้งค์นี้

 

4.หัวหิน

                                

          นอกจากเป็นสถานีรถไฟแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของหัวหินอีกด้วย เพราะสถาปัตยกรรมของที่สถานีนี้ตกแต่งไว้อย่างสวยงามถึงขนาดได้ชื่อว่าเป็นสถานีรถไฟสวยที่สุดในเมืองไทย ปัจจุบันผู้คนจำนวนมากเมื่อไปเที่ยวหัวหินจะแวะไปถ่ายรูปกับสถานีรถไฟ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เดินทางด้วยรถไฟก็ตาม บ้างก็ป้ายกับป้ายสถานี แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือ พลับพลาจตุรมุขที่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่6) ซึ่งมีความสวยงามและน่าประทับ ถึงแม้จะสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2453 แต่ยังคงความสง่าไว้อยู่เสมอ จากกรุงเทพฯไปหัวหิน เดินทางด้วยรถไฟ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ไหนก็มาเที่ยวหัวหินแล้วก็ควรพักร่างที่นี่สักคืน 2 คืน จะได้ไม่ต้องเที่ยวแบบรีบๆ สามารถเช็คราคาและจองที่พักหัวหินล่วงหน้าได้ ที่นี่

 

5.เชียงใหม่

                                   

          ระยะเวลาอาจใช้มากหน่อยประมาณ 11 ชั่วโมง แต่ดูเหมือนว่าจะได้ความรู้สึกชิลสุด ได้เห็นบรรยากาศของวิวธรรมชาติ 2 ฝั่งตลอดเส้นทางอย่างยาวนาน สลับกับชุมชนเมือง เห็นวิถีการเป็นอยู่ของคนแต่ละพื้นที่ พอช่วงแดดร่มพระอาทิตย์เริ่มคล้อยตกอากาศจะมีความเย็นเล็กน้อย ถึงแม้ว่าเมื่อเช้ากรุงเทพฯ ร้อนมากก็ตาม การนั่งรถไฟไปเชียงใหม่ ค่อนข้างใช้เวลาเยอะ แต่เมื่อถึงที่หมายแล้วคุณจะรู้สึกสนุก เพราะเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากการโดยสารอื่นๆ  อาจจะมีความเหนื่อยล้าบ้าง แต่ในความเหนื่อยก็เต็มไปด้วยความสุขและความประทับใจ มาเชียงใหม่หากไม่จองที่พักมาก่อนบางทีอาจพลาดที่พักดีๆ ได้ เพราะฉะนั้นควรจองที่พักก่อนเดินทางด้วย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเพิ่มความเพลียให้กับตัวเอง ลงรถไฟปุ๊บก็พุ่งตัวไปที่พักได้ทันที จองเลย

 

          หากมีเวลาได้พักผ่อนหลายวัน ชีวิตไม่ได้รีบร้อนอะไร การนั่งรถไฟไปเที่ยวทำให้เราได้ผ่อนคลายมากๆ อีกทั้งยังได้เจอมิตรภาพใหม่ๆ เกิดขึ้นในเพื่อนร่วมขบวน หากมีเพื่อนไปเป็นแก๊งค์ก็จะมันโคตรๆ เพราะมีเวลามากพอที่จะได้เม้าส์กันอย่างเมามันจนททำให้เวลาที่คิดว่า เดินทางด้วยรถไฟต้องนานแน่ๆ กลับกลายเป็นความรวดเร็วเสมือนใช้เวลาไปกับการนั่งเครื่องบิน