รับอีกหนึ่งผลกรรม?!?“ธาริต”โดนอีก!!!ศาลรับฟ้องแจ้งความเท็จอ้างถูกกมธ.สภาฯแทรกแซงเรียกให้การ“ชายชุดดำ”แฉเคยเรียกแจงถึง2ครั้งแต่ไม่ยอมมา???

รับอีกหนึ่งผลกรรม?!?“ธาริต”โดนอีก!!!ศาลรับฟ้องแจ้งความเท็จอ้างถูกกมธ.สภาฯแทรกแซงเรียกให้การ“ชายชุดดำ”แฉเคยเรียกแจงถึง2ครั้งแต่ไม่ยอมมา???

Publish 2017-06-29 09:02:53

จากกรณีที่ศาลแขวงดอนเมือง ได้นัดฟังคำสั่ง คดีหมายเลขดำ อ.812/2559 ที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กับ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ ให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท โดยศาลได้มีคำสั่งประทับรับคำฟ้องจำเลยทั้งสอง ในความผิดฐานให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จและหมิ่นประมาท ซึ่งศาลนัดพร้อมคู่ความ ในวันที่ 12 ก.ย. นี้ เวลา 09.00 น.



       ทั้งนี้นายวัชระ เปิดเผยว่าเนื่องจากนายเรืองไกร ได้ร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ว่า ตนในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน คนที่ 1 สมคบกับนายศุภชัย ศรีหล้า ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร โดยจงใจใช้สถานะหรือตำแหน่ง ส.ส. เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการทำงานของนายธาริต โดยเรียกมาให้การเรื่องชายชุดดำในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือน เม.ย.-พ.ค.53 ที่สภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีอำนาจและเป็นการเอื้อประโยชน์ให้พรรคประชาธิปัตย์ และไม่ได้มีมติของกมธ. อันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 266 (1) ซึ่งนายเรืองไกร และนายธาริต ขณะเป็นอธิบดี ดีเอสไอ ได้ไปให้การยืนยันข้อความดังกล่าวต่อเจ้าพนักงาน กกต.


       อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2556 นายวัชระ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการสื่อสารมวลชน สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวถึงการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก ให้นายธาริต ในฐานะอดีตกรรมการ ศอฉ. ชี้แจงถึงการมีอยู่ของชายชุดดำในการชุมนุมคนเสื้อแดงปี53 ที่มีการใช้คำสั่งเรียกชี้แจงแล้วถึงสองครั้ง แต่นายธาริต ไม่มาชี้แจงตามคำสั่งที่เรียกไป แต่กลับส่ง พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่เป็นตัวแทนเข้าชี้แจง โดยอ้างเหตุร่วมประชุมกับผู้บริหารตำรวจประเทศนิวซีแลนด์ และเห็นว่าคณะกรรมาธิการฯ ไม่มีอำนาจที่จะเรียกเข้าชี้แจง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ไม่มีน้ำหนักพอ

               

       “คณะกรรมาธิการ มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ใช้อำนาจตามคำสั่งเรียกเป็นครั้งที่ 3 เพื่อให้เข้าชี้แจง หากนายธาริต ยังไม่ให้ความร่วมมือ จะถือเป็นข้าราชการไทยรายแรกที่ต้องโทษจาก พ.ร.บ.คำสั่งเรียก ซึ่งมีโทษทั้งจำ และปรับ รวมไปถึงโทษทางวินัยร้ายแรงด้วย จึงขอให้นายธาริต เคารพกฎหมาย ร่วมมือให้ปากคำต่อคณะกรรมาธิการฯ ส่วนที่นายธาริต กล่าวหาว่าตนได้ไล่ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผบ. สำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ ออกจากห้องคณะกรรมาธิการฯนั้น เป็นเพียงการเชิญออกเท่านั้น เนื่องจากไม่ได้เป็นบุคคลที่ใช้คำสั่งเรียกเข้าชี้แจง ซึ่งในการชี้แจงครั้งต่อไป คณะกรรมาธิการฯจะไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นร่วมชี้แจงกับนายธาริต


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว

ติดตามข่าวอื่นๆ