“ข้าพเจ้าทราบตระหนักว่ามีหน้าที่รับผิดชอบต่อปท.ชาติอย่างสูงจะปฏิบัติภาระหน้าที่เต็มกำลังตราบเท่าชีวิตและร่างกายจะหาไม่”พระราชดำรัสในหลวงร.10

“ข้าพเจ้าทราบตระหนักว่ามีหน้าที่รับผิดชอบต่อปท.ชาติอย่างสูงจะปฏิบัติภาระหน้าที่เต็มกำลังตราบเท่าชีวิตและร่างกายจะหาไม่”พระราชดำรัสในหลวงร.10

Publish 2017-07-28 10:37:33

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในครั้งที่พระองค์ยังคงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พระองค์ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมาย สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยนานัปการ ดั่งที่พระองค์มีพระราชดำรัสถวายสัตย์ปฏิญาณในพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์ สัตยา ซึ่งมีขึ้นหลังพระราชพิธีเฉลิมพระนามาภิไธยว่า




       “ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานกระทำสัตย์ปฏิญาณสาบานต่อประเทศชาติ และประชาชนชาวไทย เฉพาะพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เฉพาะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ท่ามกลางมหาสันนิบาตนี้ว่า...ข้าพระพุทธเจ้า ผู้เป็นมกุฎราชกุมาร จะรักษาเกียรติยศ และอิสริยศักดิ์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานไว้เสมอด้วยชีวิต จะภักดีต่อชาติบ้านเมือง จะซื่อสัตย์ต่อประชาชน จะปฏิบัติภาระหน้าที่ทุกอย่างโดยเต็มกำลัง สติปัญญา ความสามารถ และโดยความเสียสละ เพื่อความเจริญ ความสงบสุข และความมั่นคงไพบูลย์ของประเทศชาติไทย จนตราบเท่าชีวิตและร่างกายจะหาไม่ ”


       และที่พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้คำมั่นไว้ในงานสโมสรสันนิบาต ซึ่งรัฐบาลจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ที่ทรงดำรงพระอิสริยศักดิ์ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2515 ณ ทำเนียบรัฐบาลว่า

 

       “ ข้าพเจ้าทราบตระหนักว่า ข้าพเจ้ามีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อประเทศชาติอย่างสูง และการปฏิบัติราชการแผ่นดินนั้น เป็นภาระสำคัญใหญ่ยิ่ง ที่ต้องอาศัยทั้งสติปัญญาและความรู้ความสามารถอย่างพร้อมมูล ข้าพเจ้าจะต้องเพียรพยายาม ศึกษาและปฏิบัติฝึกฝนตนเองต่อไปอีกอย่างมาก เพื่อให้สามารถเหมาะสม กับหน้าที่ ตามที่ทุกคนมุ่งหวัง...ในโอกาสอันพิเศษนี้ จึงใคร่ขอให้ท่านทั้งหลายได้เป็นกำลังใจสนับสนุนข้าพเจ้า และได้ตั้งความปรารถนาร่วมกันกับข้าพเจ้าที่จะมุ่งมั่นประกอบกรณียกิจ ด้วยความสามัคคีพร้อมเพรียง และด้วยความสุจริตยุติธรรม เพื่อยังความเจริญมั่นคงและความร่มเย็นเป็นผาสุกให้บังเกิดแก่ชาติ ประเทศ และ ประชาชนยั่งยืนสืบไป ...”

 

       กระนั้นจะเห็นว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ตลอดจนทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจโครงการที่เกิดจากพระราชดำริในพระองค์เอง อีกมากมาย พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อทรงงานอย่างทรงตรากตรำมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของปวงชนชาวไทยในด้านต่างๆ เป็นที่ปลื้มปีติของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว