ด่วน!!! สุเทพ-อภิสิทธิ์รอด !?! ศาลฏีกายกฟ้องคดีสลายแดงปี53 ชี้เป็นอำนาจศาลฏีกานักการเมือง ดีเอสไอ ไม่มีอำนาจสอบ ต้องให้ปปช.ชี้มูลก่อน???

Publish 2017-08-31 10:20:33

คลิกเพื่อชมคลิป...

จากกรณีนายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความคนเสื้อแดง กล่าวถึงความคืบหน้าคดีฟ้องร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อ ปี 2553 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก โดยหลังจากศาลอุทธรณ์ได้ยกฟ้อง และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีมติไม่ชี้มูลความผิด ตนได้นำเรื่องไปยื่นที่ศาลฎีกาแล้วโดยจะได้รับคำตอบว่าจะรับฟ้องหรือไม่ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้



       “โดยครั้งนี้ มีการแนบหลักฐานเพิ่มเติม คือคำสั่งศาลที่ระบุว่าคนที่เสียชีวิตทั้งมวลชน นักข่าว ชาวบ้าน ล้วนมีสาเหตุมาจากกระสุนจากฝั่งเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันได้มีการฟ้องเพิ่มเติมเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ ทหารบางนายด้วย แต่ขอปิดเป็นความลับ กลัวไก่ตื่น วันนี้หากศาลไม่รับฟ้อง ก็อย่าเพิ่งหมดหวัง ตนมีแนวทางสู้ต่อคือ ให้เหยื่อการสลายการชุมนุมแยกฟ้องใหม่อีกรอบ ในส่วนของ ป.ป.ช. กำลังอยู่ระหว่างขอเอกสารเหตุผลที่ ป.ป.ช. ไม่ชี้มูลนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพมาศึกษาหาช่องทางดำเนินคดีใหม่”

 

       ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้ารับฟังคำสั่งฎีกาพิจารณาคดีสั่งสลายการชุมนุมนปช. ปี 2553 ซึ่งพนักงานอัยการคดีพิเศษ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำหรือฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83 ,84


       นอกจากนี้นายสุเทพ ยังกล่าวอีกว่าตนและนายอภิสิทธิ์ ปฏิบัติหน้าที่ตามความความรับผิดชอบโดยถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งการที่นายอภิสิทธิ์ ต้องมาเป็นจำเลยร่วมด้วยเหตุใดก็ไม่ทราบ เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวตนเป็นผู้รับผิดชอบเพียงคนเดียว เพราะเป็นผู้สั่งการทั้งหมด และไม่อาจก้าวล่วงคำวินิจฉัยของศาล โดยก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ก็ได้ยกฟ้องสำนวนคดีไปแล้ว ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาฯนปช. เข้ายื่นหนังสือต่อป.ป.ช. เรียกร้องให้รื้อคดีดังกล่าว ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะจ้องเล่นงานอยู่แล้ว ขออโหสิกรรมให้

 

       อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ศาลอุทธรณ์ ได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ออกคำสั่งขณะดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี และ รองนายกรัฐมนตรี ฟังไม่ได้ว่าเป็นกระทำในฐานะส่วนตัว ถือเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ทางการเมือง ต้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เป็นผู้ชี้มูลความผิดและยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ไม่มีอำนาจในการสอบสวน ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์ เห็นด้วย ยกฟ้อง และล่าสุดวันนี้(31ส.ค.) ศาลฏีกาได้พิจารณาแล้วตัดสินยืนตามอุทธรณ์ให้ยกฟ้องนายสุเทพและนายอภิสิทธิ์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว