วิษณุ-วัดปากน้ำ:อะไรในกอไผ่ !?! จับสัญญาณดันสมเด็จช่วงเป็นพระสังฆราช ลีลาเนติบริกร-คนที่บอกว่านายกฯต้องทำเป็นไม่รู้หากมส.เสนอชื่อใครมา ???

วิษณุ-วัดปากน้ำ:อะไรในกอไผ่ !?! จับสัญญาณดันสมเด็จช่วงเป็นพระสังฆราช ลีลาเนติบริกร-คนที่บอกว่านายกฯต้องทำเป็นไม่รู้หากมส.เสนอชื่อใครมา ???

Publish 2017-09-08 17:23:48

ย้อนไปจากกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินชี้แจงถึงขั้นตอนการเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะ เพื่อสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535ที่ระบุว่า พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนา สมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่งในกรณีที่สมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม(มส.)เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชต้นเรื่องที่หยิบยกการเสนอนามต้องมาจากนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ มส. และขั้นตอนที่มส.ดำเนินการมาทั้งหมดในเรื่องดังกล่าวผิดขั้นตอน



       จากนั้นนายสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า มติของ มส.เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ขึ้นทูลเกล้าฯ ตามมาตรา 7 มีมติเป็นเอกฉันท์ เสนอนามพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นสมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หากต้นเรื่องผู้เสนอนามอยู่ที่นายกฯ หมายความว่า นายกฯ ก็ต้องทำตามมาตรา 7 อยู่ดี คือเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์มาให้ มส.พิจารณา

 

       “ หรือจะนำเรื่องดังกล่าวไปให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความกฎหมายในมาตรา 7 ว่าใครเป็นต้นเรื่องกันแน่ แต่จะให้ มส.ยกเลิกมติ มส.ดังกล่าวและประชุมเสนอนามใหม่ คงเป็นไปไม่ได้ เพราะตามธรรมเนียมปฏิบัติเมื่อ มส.มีมติไปแล้ว ไม่สามารถยกเลิกมติได้ เว้นเสียแต่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ที่เป็นผู้ถูกเสนอนาม จะออกมาบอกว่าไม่ขอรับตำแหน่งแล้ว มส.ถึงจะมีการประชุมเพื่อเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะรูปใหม่ แม้ว่าหน่วยงานใดจะเป็นต้นเรื่อง สุดท้ายต้องเสนอนามสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ตามมาตรา 7 อยู่ดี แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ เป็นการยืดเวลาในการเสนอขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชออกไปเท่านั้นเองนายสมชาย กล่าว

       วันที่ 6 ม.ค. 59  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ยื่นหนังสือถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ให้ชะลอการการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ ที่มหาเถรสมาคม จะประชุมกัน ในวันที่ 11 ม.ค.นี้เนื่องจากผิดขั้นตอนกฎหมาย ว่า การเลือกสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ต้องตั้งเรื่องจากมหาเถรสมาคม เพราะไม่เคยมีประเพณีปฏิบัติเป็นอย่างอื่น และมหาเถรสมาคมไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกองค์อื่น หรือ องค์ใดก็ได้ โหวตกันไม่ได้เพราะถูกบังคับตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 เสียแล้วว่า ต้องเป็นสมเด็จที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ซึ่งไม่ใช่พรรษา

 

       เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มหาเถรสมาคม จะเป็นคนส่งชื่อสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ ทางนายกฯ จะสามารถพิจารณาก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่านายกฯ สามารถพิจารณาได้ถ้าผิดกระบวนการ แต่เมื่อล็อกสเปกแล้วว่า ต้องเป็นสมเด็จที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ในเมื่อใครๆ ก็รู้ว่าคือใคร นายกฯจึงต้องทำตัวเป็นไม่รู้ ถึงนายกฯจะรู้ ก็มีสเปกข้อที่ 2 คือ ต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ สุขภาพแข็งแรง ซึ่งมหาเถรสมาคม จะเป็นคนบอก จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมกระบวนการจึงต้องเริ่มจากมหาเถรสมาคม ฉะนั้น นายกฯจะพิจารณาได้ คือ มีการผิดกระบวนการเพียงอย่างเดียว เมื่อถามย้ำว่า นายไพบูลย์ขอให้ชะลอออกไปก่อน เพราะมีข้อครหา ตามกฎหมายสามารถทำได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ขอพูด


       ต่อมา 13 ม.ค. 59 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีมหาเถรสมาคม ประชุมลับเมื่อวันที่ 5 ม.ค. พร้อมมีมติเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ใหม่ว่า ประชุมทุกครั้งก็ลับทั้งนั้น ลับหรือไม่ลับจึงไม่มีความแตกต่าง ปัญหาคือวาระที่ประชุมบอกให้คนรู้ก่อนหรือไม่ ส่วนจะครบองค์ประชุมหรือไม่นั้นไม่ทราบ หากมีมติใดออกมาก็เสนอมายังรัฐบาลได้ ถ้าการประชุมมีมติรับรองถูกต้องก็จบ ตามขั้นตอนหากรัฐบาลได้รับรายชื่อมา จะต้องตรวจสอบว่าการพิจารณาเสนอชื่อมาทำถูกหรือไม่ แต่ไม่มีหน้าที่ไปดูความประพฤติหรือความเหมาะสม เพราะไม่มีอำนาจ แต่รัฐบาลจะไม่นำสิ่งซึ่งเป็นความขัดแย้งขึ้นกราบบังคมทูลฯ

 

       “ เรื่องนี้พระมหากษัตริย์ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระสังฆราชตามที่นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม ซึ่งจะต้องเสนอเห็นชอบสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นสมเด็จช่วง วัดปากน้ำจะมา พูดเป็นอย่างอื่นให้ยุ่งทำไม ถ้าไม่ตั้งสมเด็จวัดปากน้ำแล้วจะตั้งใคร ไม่ชอบสมเด็จวัดปากน้ำไม่ว่า แต่ถ้าไม่ตั้งแล้วไปตั้งใคร ถึงจะตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย หลายครั้งที่ตั้งสมเด็จพระสังฆราชในอดีตมีปัญหา เมื่อมีปัญหาถ้าตั้งได้ก็จบ ครั้งนี้ไม่ได้มีการแย่งชิง แต่ที่มีปัญหาคือ ลูกศิษย์ที่อยากให้อาจารย์ตัวเองได้เป็น จึงควรปล่อยให้เป็นไปโดยธรรมชาติ อย่าให้ผิดธรรมชาติ”


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว

ติดตามข่าวอื่นๆ