บทสรุป...ของคนใจร้อน!!! "ทนายเกิดผล" เคลื่อนไหว เตือนสติแม่ โจ๋19 รุมด่า-ถุยน้ำลายใส่ตำรวจ หลังศาลสั่งจำคุก 1 เดือน!!!

Publish 2017-09-19 17:03:53

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอปะทะคารมเดือด ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้กระทำผิดกฎจราจร ขณะเข้าจับกุมหนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวก และไม่มีป้ายทะเบียนรถ แต่กลับไม่พอใจ ตะโกนด่าด้วยคำหยาบคาย ท้าต่อยตัว ๆ พร้อมพูดว่า “เดี๋ยวตบดาวหลุด” ก่อนที่จะถ่มน้ำลายใส่กล้องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซ้ำผู้เป็นแม่เมื่อเห็นเหตุการณ์กลับมาช่วยลูกรุมด่า ก่อนลั่นประโยคเด็ด ” ไม่ใช่ลูกหนูคนเดียวที่ทำ มีตั้งหลายคนแล้วพี่ก็เคยจับมาแล้ว” ก่อนจะถามกลับว่า “พี่ต้องการอะไร”

 

 



ล่าสุดเมื่อ ศาลแขวงพระนครใต้ อ่านคำพิพากษา ในคดีที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายพายุ แซ่โง้ว อายุ 19 ปี เป็นจำเลย ฐานความผิดขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อป้องกันอันตรายในขณะขับขี่ , ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ , ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่และใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และแยกฟ้อง น.ส.สราวรรณ เป็นจำเลยอีก 1 สำนวน ในความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่

 

 

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาว่า นายพายุมีความผิดตามฟ้องขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 19 ปีรู้ผิดชอบแล้วจึงไม่ลดมาตราส่วนโทษให้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งฐานขับรถโดยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนปรับ 1,000 บาท ฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตปรับ 500 บาท ฐานขับรถโดยไม่สวมหมวกนิรภัยปรับ 200 บาทฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานจำคุก 1 เดือนปรับ 5,000 บาท ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจปรับ 2,500 บาทรวมจำคุก 1 เดือน ปรับ 9,200 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี โดยให้จําเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 เดือนต่อครั้งภายใน 1 ปี

ส่วนน.ส.สราวรรณมีความผิดตามฟ้องรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 เดือน ปรับ 5 พันบาทไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อนโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี


ด้าน ทนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง ได้ไลฟ์สดทางเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมกล่าวถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า...จากคลิปวีดีโอดังกล่าว เด็กวัยรุ่นในคลิป มีพฤติกรรมที่รุนแรง ก้าวร้าว ซึ่งขณะนี้ศาลก็ได้ตัดสินคดีดังกล่าวแล้ว

ซึ่งในส่วนผู้เป็นแม่ควรมีวุฒิภาวะ ควบคุมหรือห้ามปรามลูก โดยตามกฎหมายตำรวจมีสิทธิถ่ายคลิปวีดีโอได้ เพื่อไว้เป็นหลักฐานแต่ถ้าหากผู้เสียหายคิดว่าเป็นการประจารก็ต้องไปฟ้องในคดีเพ่งอีกครั้ง

 

 

ในเรื่องดังกล่าว จะต้องตำหนิผู้เป็นแม่ที่ไม่ห้ามปรามลูก ทำให้เรื่องราวเลยเถิดออกไป ที่สำคัญคือการควบคุมอารมณ์ มีสติ ทุกครั้ง เพราะเป็นเรื่องที่สามารถควบคุมเหตุการณ์ได้ ตนไม่เชื่อมั่นว่าตำรวจจะบริสุทธิ์ 100% เพราะไม่ทราบว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง และขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าได้ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานจะได้ไม่เป็นการยัดเยียดข้อกล่าวหา 

ทั้งนี้ ทนายเกิดผล กล่าวด้วยว่า ตนชื่นชมในการปฏิบัติกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถควยคุมอารมณ์ได้ขณะถ่ายคลิปวีดีโอดังกล่าว แต่ก็ไม่ทราบว่าก่อนหน้านี้จะมีการตัดต่อคลิปก่อนเอามาโพสต์หรือไม่

 

 

ขอบคุณ เฟซบุ๊ก เกิดผล แก้วเกิด


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน