แชร์ไปให้ทั่วเผื่อสำนึก...ยังพอมี!! ชายชราตาบอดทุกข์ซ้ำโรครุมเร้า บ้านช่องไม่มีอาศัยนอนวัด บ่นท้อชีวิตคิดถึงลูก..แต่โดนเมินไม่สนใจ!?

Publish 2017-10-04 18:00:55

ถือเป็นเรื่องราวสุดสะเทือนใจอย่างยิ่ง เมื่อชายชราคนหนึ่ง ต้องใช้ชีวิตลำพัง ไร้คนดูแล แม้แต่ลูกเมียก็ทอดทิ้งไปจนหมด เดิมทีเคยมีสมบัติที่พอเก็บหอมรอมริ้บเอาไว้ พอเริ่มแก่ตัวลงก็ตัดสินใจยกมรดกให้เมียและลูก แต่ต่อมาไม่ได้ชายชราได้ล้มป่วยลง ทุกคนพากันหนีหน้าและไม่เคยกลับมาดูแล จนทุกวันนี้ต้องอาศัยกระท่อมร้างท้ายวัดเป็นที่ซุกหัวนอน 

 

 




โดยเรื่องราวดังกล่าว ได้รับการเผยแพร่ผ่านทางเฟซบุ๊ก Poramet Misomphop ซึ่งได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวเอาไว้ว่า  "ห้องพักร้างท้ายวัด ที่ดิน เงิน สมบัติ ที่ตามี ตาก็ยกให้พวกเค้าหมด คิดว่าเค้าจะดูแลเราตอนเราแก่  สุดท้ายตาก็ต้องเป็นสุนัขเฝ้าวัด รอความตายอยู่ในห้องเก่าๆ ที่นี้  มันคงเป็นเวรเป็นกรรม ของตา เสียงไม้กวาดที่กระทบพื้นลานวัดเป็นเป็นชินตา ของคนที่อาศัยอยู่ภายในวัดแห่งนี้  

 

 

 

 


หากย้อนกลับไปในอดีตตามที่คุณตา สงวน วัย 70 ปี ได้เล่าตัดท้อชีวิตอันแสนเศร้าให้เมศฟังว่า...คุณตามีภรรยาและ ลูก 2 คนเคยใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุข ตามภาษาครอบครัว หลังคุณตาเริ่มแก่ตัวลงคุณตาจึงตัดสินใจ ยกที่ดินและเงินที่คุณตามีให้กับภรรยาและลูกๆ กะว่ายามแก่ชราลูกๆ จะมีทรัพย์สมบัติที่คุณตาพึงสะสมมาทั้งชีวิตและกลับมาดูแลคุณตาบ้าง แต่สุดท้ายคนในครอบครัวก็ตีจากหายไปโดยไม่ใยดี รวมทั้งภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตลอดชีวิตก็หนีหายไป คุณตาจึงตัดสินจึงมาบวชอยู่ที่วัดแห่งนี้ บวชได้ 1 -2 ปี ร่างกายเริ่มมีโรครุมเร้าจึงตัดสินในลาสิกขา และเดินทางกลับไปบ้านที่เคยพักอาศัยแต่ก็ไม่มีใครเอา

 

 

คุณตาจึงเดินทางกลับมาพึ่งใบบุญวัดที่ตัวเองเคยบวช และอาศัยกระท่อมร้างท้ายวัดเป็นที่หลับนอน ด้วยดวงตาข้างซ้ายที่บอดสนิท แข้งขาก็แทบไม่มีแรงเดินเวลาเดินต้องมีไม้เท้าค่อยช่วยพยุงตัวเองจึงไม่สามารถทำงานอะไรได้มากไม่ได้  วันๆ จึงพอที่จะประคองตัวเองกวาดลานดินภายในวัดได้บ้าง
คุณตาได้รับเบี้ยยังชีพ ปัจจุบันคุณลุงพักอาศัยอยู่ที่แห่งหนึ่งภายในวัดแห่งหนึ่ง จังหวัดโคราช คุณตาได้พูดตัดท้อชีวิตว่า "คิดถึงลูก แต่เค้าไม่สนใจผม ก็อยากให้เค้ามาหา... แต่เค้าไม่มา ญาติพี่น้องเค้าก็ไม่สนใจ..ไม่เอา  
 

 

 



ตอนนี้ผมไม่มีบ้านอยู่ ก็เลยต้องมาอยู่วัด  ส่วนทางนู้นเค้าไม่ค่อยสนใจลูกเมียเค้าก็ไม่สนใจ  ผมเลยต้องมาอยู่วัด ไม่แน่บางทีก็ตายอยู่ที่นี่  ให้ทำไงเล่า เกิดมาแล้วมันก็มีกรรมแบบนี้ " เบื้องต้นเมศได้ให้เงินส่วนตัวไว้กับทางคุณตาจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำรงชีวิต คุณตาไม่มีเลขบัญชีธนาคารครับ เมศขอขอบคุณทางวัดที่ให้ที่พักกับคุณตา  และขอขอบคุณผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านบริเวณรอบ ที่คอยให้การช่วยเหลือคุณตาท่านนี้ครับ ( เรื่องราวทั้งหมดคุณตาเป็นคนเล่าให้ฟังและเมศได้รับอนุญาตจากคุณตาให้ถ่ายรูปและนำเรื่องราวมาถ่ายทอดลงสื่อออนไลน์เรียบร้อยแล้วครับ)" 

 

 


ซึ่งก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ว่าสงสารและเห็นใจคุณตาที่ต้องอยู่ตามลำพัง พร้อมทั้งต่อว่าภรรยาและลูกๆ ของคุณตาที่ทิ้งไปอย่างไม่ใยดี อย่างน้อยลูกๆ ก็น่าจะมีจิตสำนึกทดแทนพระคุณพ่อแม่ ช่วยเลี้ยงดูยามเจ็บไข้ และยังมีบางคอมเม้นต์สาปแช่งให้ลุกๆ ที่ไม่รักดี ไม่มีวันเจริญอีกด้วย ที่ทอดทิ้งผู้มีพระคุณ ทั้งๆ ที่พ่อยกสมบัติที่หามาทั้งชีวิตให้ลูกด้วยความเต็มใจ  และฝากถึงลูกหลานในอนาคตถึงเราจะเป็นปู่ย่าตายายแล้วก็จะไม่ยกสมบัติให้ลูกหลานเด็ดขาดจนกว่าชีวิตจะลาโลกไปแล้วเพราะกลัวแบบนี้แหละ ใครที่ดูแลเราก็ยกให้คนนั้นแหละหรือช่วยกันดูแลก็แบ่งกันไปเท่าเท่ากัน สงสารลุงมากๆเลย ทำงานแสนจะเหนื่อยต้องมาเจอ ลูกหลานตัวเองทำแบบนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก  : Poramet Misomphop



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล